พิมพ์หน้านี้
|
ลักษณะทาน
ลักษณะทานที่ให้แก่ผู้อื่นจำแนกได้เป็น ๓ ประเภท คือ ๑. ทาสทาน คือการให้ข้าวปลาอาหาร เครื่องนุ่งห่ม และสิ่งของต่างๆ ที่เลวกว่าหยาบกว่าที่ตนกินตนใช้ บางครั้งก็เป็นของที่เหลือเดนที่จะทิ้งแล้ว การให้ทานอย่างนี้ก็เป็นบุญเหมือนกัน ได้ผลของทานตอบสนองเหมือนกัน แต่เป็นผลที่ไม่น่ายินดีไม่น่าพอใจ เพราะจะได้รับแต่ของที่เลวๆ ของที่หยาบๆ ไม่น่ากินไม่น่าใช้ในชีวิตประจำวัน นั้นเป็นเพราะได้ทำเหตุมาเช่นนี้ ผลที่เกิดขึ้นก็ต้องเป็นเช่นเดียวกัน สมดังพระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า เมื่อหว่านพืชชนิดใด ย่อมได้รับผลชนิดนั้นตอบสนอง ทาสทานนี้นับว่าเป็นทานที่ต่ำกว่า หยาบกว่าทานทั้งปวง ๒. สหายทาน คือการให้ข้าวปลาอาหาร เครื่องนุ่งห่ม และสิ่งของต่างๆ ที่เสมอกันกับตนกินตนใช้อยู่เป็นปกติประจำวัน เคยกินอาหารอย่างไรก็ให้ทานอย่างนั้น เคยนุ่งห่มเสื้อผ้า หรือของใช้ต่างๆ อย่างไรก็ให้ทานอย่างนั้น ครั้นเมื่อถึงเวลาที่ทานให้ผลตอบสนอง ก็จะได้รับสิ่งของต่างๆ ทั้งเครื่องอุปโภคบริโภคที่น่ายินดีที่น่าพอใจ ไม่ต่ำต้อยนัก ไม่อยากนัก จัดว่าปานกลางแต่ก็ไม่ถึงกับประณีตเลอเลิศ เพราะผลของทานได้เกิดขึ้นตอบสนองตามสมควรแก่เหตุที่ได้เคยกระทำเอาไว้แล้วในอดีตนั่นเอง ๓. ทานบดี หรือสามีทาน คือการให้ข้าวปลาอาหาร เครื่องนุ่งห่ม และสิ่งของต่างๆ ที่ดีกว่า ประณีตกว่า น่ากินน่าใช้กว่าที่กินอยู่เป็นปกติประจำวัน เช่นให้ทานแก่ภิกษุที่นิมนต์มาในงานต่างๆ ด้วยอาหารที่มีรสดีกลมกล่อมสมควรแก่การบำรุงร่างกายให้แข็งแรง ไม่มีโทษ ผลไม้ หรือของหวานก็ต้องคัดเลือกก็ต้องคัดเลือกเอาแต่ชนิดที่แก่จัด รสดี สบง จีวร สังฆาฏิที่จะนำมาถวายก็ต้องเนื้อละเอียด นุ่งห่มแล้วเบาสบายไม่กว้าง ไม่แคบ ไม่สั้น ไม่ยาวจนเกินไปเช่นนี้เป็นต้น การให้ทานประเภทนี้เป็นทานที่สูงกว่าสหายทาน และทาสทาน เพราะผู้ให้มีความเคารพในทานของตน และยังมีความเคารพยำเกรงผู้รับทานอีกด้วย ครั้นเมื่อถึงเวลาที่ทานให้ผลตอบสนอง ก็จะได้รับสิ่งของต่างๆ ทั้งเครื่องอุปโภคบริโภคที่ประณีตเลอเลิศน่ายินดีน่าพอใจ เพราะผู้ให้สิ่งที่เป็นเลิศย่อมได้รับสิ่งที่เป็นเลิศตอบสนองอย่างแน่นอน อนึ่ง การให้ทานอันเป็นปัจจัยสนับสนุนเกื้อกูลให้บุคคลผู้ให้ทานเป็นผู้ที่มีอายุยืน มีร่างกายแข็งแรงนั้น ได้มีแสดงไว้ในคัมภีร์สังคีติยาวงศ์ ความว่า ในกาลที่พระเจ้าวสภราชได้กระทำสงครามกับข้าศึกได้รับชัยชนะทรงดื่มสุราฉลองตลอด ๗ วัน แล้วได้ราชาภิเษกครองเมืองอนุราธปุระ พระองค์ใคร่จะทราบกำหนดพระชนมายุของพระองค์ จึงเสด็จไปในที่ลับกับโหรหลวงตรัสว่า เราต้องการทราบกำหนดอายุของเรา ท่านจงบอกเราเถิด โหรหลวงได้ทูลทัดทานไว้ แต่พระราชาตรัสรบเร้าอยู่หลายครั้ง โหรหลวงมิอาจขัดพระทัย จึงทูลกำหนดพระชนมายุตามตำราโชติศาสตร์ว่า พระชนมายุของพระองค์ยังเหลืออยู่อีก ๑๒ ปี พระราชาจึงตรัสถามว่า จะมีวิธี ใดที่จะช่วยสนับสนุนให้มีอายุยืนบ้างไหม โหรหลวงทูลว่า ภิกษุสงฆ์ผู้เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าเป็นบัณฑิต เป็นผู้รู้อยู่ในเรื่องนี้ ขอพระองค์นิมนต์มาเถิด พระราชาพระราชทานทรัพย์ ๑,๐๐๐ ให้โหรหลวงเพื่อปกปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ แล้วรับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์เสด็จเข้าไปนมัสการ ตรัสถามว่า ข้าแต่พระพุทธเจ้าผู้เจริญทั้งหลาย มีวิธีใดที่จะสนับสนุนให้มีอายุยืนได้บ้างไหมเจ้าข้า ภิกษุสงฆ์ได้ถวายพระพรว่าเหตุที่จะช่วยสนับสนุนให้อายุยืนนั้นมีอยู่ แล้วจึงบอกวิธีปฏิบัติว่า มหาบพิตรจงหมั่นบำเพ็ญทานด้วยการถวายเครื่องกรองน้ำ ผ้าขัดสนิม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค อาหาร ปฏิสังขรณ์ซ่อมแซมพระวิหาร ที่อยู่อาศัยฯ ที่ชำรุดทรุดโทรมของภิกษุสงฆ์ มหาบพิตร จงสมาทานศีล ๕ ระวังรักษาไว้ให้ดี ครั้นถึงวันอุโบสถ จะสมาทานอุโบสถศีล เหตุปัจจัยเหล่านี้จะช่วยสนับสนุนให้พระองค์มีอายุยืน ขอถวายพระพร พระราชาทรงรับว่า สาธุ ดีแล้วเจ้าข้า แล้วทรงกระทำตามที่ภิกษุสงฆ์แนะนำทุกประการ และทรงบำเพ็ญกุศลอื่นๆ อีกด้วย พระเจ้าวสภราชได้เสวยราชสมบัติในเมืองอนุราธปุระต่อมาถึง ๔๔ ปี ครั้งสวรรคตแล้วได้เสด็จไปสู่สุคติภูมิ |
| กฐินวัดวังน้อยวนาราม ปี2551 | ||
กฐินวัดวังน้อยวนาราม ปี51 |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |