พิมพ์หน้านี้
|
เขียนแก้เซ็ง
นักปราชญ์ชื่อว่า อริสโตเติล ดูจะเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างความเซ็งกับการเรียนรู้นี้ดี อริสโตเติลได้รับเชิญจากพระเจ้าฟิลิป แห่งนครรัฐมาซิโดเนีย ให้ไปเป็นพระอาจารย์สอนหนังสือเจ้าชายอเล็กซานเดอร์ เจ้าชายพระองค์นี้ ต่อมาได้เป็น อเล็กซานเดอร์มหาราชผู้พิชิตโลก เจ้าชายไม่ทรงสนพระทัยในการศึกษา พระอาจารย์คนก่อนๆ ไม่สามารถสอนได้เลย ดังนั้นหลังจากได้รับพระบรมราชานุญาตจาก พระเจ้าฟิลิป แล้ว อริสโตเติล จึงจับ เจ้าชายอเล็กซานเดอร์ ขังในห้องนอน เจ้าชายร้องดิ้นรนเพื่อจะออกจากห้อง แต่ก็ไม่มีใครเปิดประตู หลังจากสิ้นหวังว่าจะได้ออกไปข้างนอกแล้ว จึงสำรวจไปรอบๆ ห้อง และได้พบตัวอักษรกรีกที่ อริสโตเติล ได้เขียนเตรียมไว้บนฝาผนัง ความเซ็งเพราะไม่มีอะไรจะทำเร่งเร้าให้เกิดความสนใจตัวหนังสือ เจ้าชายค่อยๆ ฝึกหัดเขียนตามทีละตัวๆ การศึกษาของ เจ้าชายอเล็กซานเดอร์ เริ่มขึ้นแล้วจาก ความเซ็ง แม้ในกิจกรรมด้านอื่น ความเซ็งก็มีส่วนกระตุ้นให้เกิดผลงานเลอเลิศเล่ากันว่า ดิกชินนารีอังกฤษ ไทย ของ สอ เศรษฐบุตร นั้นเขียนขึ้นในคุก เขาคงจะเขียนมันขึ้นเพื่อให้ผ่านช่วงเวลาที่แสนเซ็ง นี่เรียกว่า เขียนแก้เซ็ง
เซ็งเพราะสภาพจำเจ ความเซ็งระดับแรกนี้ยังน่ารัก เพราะเราพอปรับใช้ประโยชน์ได้ดังกล่าว แต่เราจะไม่พบส่วนดีในความเบื่อซึ่งเป็นความเซ็งระดับที่สองเลย ความเบื่อที่เกิดจากสภาพจำเจ เช่น ทำงานเดิมทุกวัน เรียนที่เดิมทุกวัน หรือพบคนหน้าเดิมทุกวัน เหล่านี้สร้างความเบื่อหน่าย และเซ็งอย่าร้ายกาจ เพราะขัดกับสภาพในใจของเราที่ไม่ชอบความซ้ำซากจำเจ ตามปกติใจของคนเราชองสิ่งแปลกใหม่ สิ่งใดที่ได้เป็นกรรมสิทธิ์แล้วก็แล้วกันไป เรามองข้ามของเก่า และสอดส่ายสายตาหาของใหม่ต่อไปด้วยอำนาจตัณหา ไม่มีใครฟังคำเตือนที่ว่า นกตัวเดียวในกำมือดีกว่านกสองตัวบนต้นไม้ น้อยตนจะสนใจสิ่งใกล้มือ ส่วนมากมักพยายามไขว่คว้าสิ่งไกลเกินเอื้อม สิ่งใดที่หามาได้โดยง่าย สิ่งนั้นดูจะมีค่าน้อย ดอกฟ้าที่ยังเกี่ยวอยู่บนกิ่งฟ้าจึงเป็นสุดที่รักสุดบูชา แต่วันใดที่ดอกฟ้าถูกเด็ดมาปักแจกัน นับตั้งแต่วันนั้น ดอกฟ้าก็ลดค่าลงมาเทียมดอกหญ้า และภาวะจำเจนั่นเองที่อาจก่อให้เกิดความเซ็งในอดีตดอกฟ้า บางคนพอรู้สึกเบื่อสิ่งใดก็อยากหนีสิ่งนั้น นั่นก็เป็นวิธีแก้เซ็งได้ผลชะงัด แต่ในทางปฏิบัติเราทำได้ยาก ถึงเราจะเบื่อแสนเบื่อกับงานที่ซ้ำซากจำเจ เราก็ต้องทนทำเพื่อเงินเดือน หรือเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ในงาน บางคนถึงจะเบื่อหน้าคนที่บ้านก็ทิ้งเขาไปไม่ได้ เพราะมีพันธะผูกพัน คือลูกตาดำๆ เสียแล้ว บางท่านแม้จะเซ็งกับชีวิตนักบวชเพียงใดก็ต้องทนบวช เพราะเป็นถึงท่านเจ้าฟ้าเจ้าคุณ การที่เราต้องทนกับภาวะจำเจต่อไปก็เพราะมีภาวะจำยอมบีบบังคับเรา ดังนั้นแม้จะเบื่อต่อสภาพจำเจ เราก็ดิ้นไม่หลุดทุกคนมีโขนประจำตัว ใครสวมหัวโขนไปแล้วก็ถอดยาก และจะไม่เต้นไปตามบทก็ไม่ได้ เหมือนอย่างที่เชกสเปียร์กล่าวว่า โลกนี้คือละครโรงใหญ่ ชายหญิงไซร้คือตัวละครนั่น เมื่อหนีความจำเจไปไม่ได้ เราก็ไม่ควรทนอยู่ด้วยความเบื่อ แต่ควรจะอยู่ด้วยความไม่รู้สึกเบื่อ หรือเซ็ง วิธีการขึ้นแรกก็คือ ขั้นแรก เราปรับใจให้ยอมรับ และพอใจกับสิ่งจำเจนั้น มองหาเสน่ห์ในความจืดชืด คิดเสียว่า เมื่อไม่มีสิ่งที่เราชอบ ก็ต้องชอบในสิ่งที่เรามี จากนั้นจึงหาวิธีเพิ่มเสน่ห์ให้กับสิ่งที่เรามี เช่น ถ้าเบื่องานประจำ เราก็ต้องหาทางปรับปรุงขยับขยายงานนั้น เปิดแผนกใหม่ขึ้นมาบ้าง ไม่ทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม และที่สำคัญ คือไม่กลัวการเสี่ยง ยึดคติว่า ล้มเพราะก้าวไปข้างหน้า ดีกว่ายืนเต๊ะท่าอยู่กับที่ ถ้าทำงานประจำจนเครียด ควรหางานอดิเรกทำสลับฉาก บากคนเขียนหนังสือเป็นงานอดิเรกจนกลายเป็นนักประพันธ์ผู้ยิ่งใหญ่ และบางท่านแม้จะมีงานประจำทำอยู่แล้ว ก็ยังรับตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นงานอดิเรก เหตุนั้น การปรับปรุงกิจการภายในจึงเป็นวิธีแก้ความเบื่อได้ดี คนเบื่อบ้านก็อาจตกแต่งห้องใหม่อย่างมีศิลป์ โยกย้ายเฟอร์นิเจอร์เสียบ้าง บ้านจะได้น่าอยู่ขึ้น หรือสำหรับผู้ที่เบื่อแฟนก็อาจใช้วิธีเปลี่ยนบรรยากาศ ชวนกันไปทานอาหารนอกบ้าน ไปตากอากาศด้วยกันบ้าง หรือเซ็งหนักเข้าก็ชวนกันไปปิดทองลูกนิมิต แล้วอธิษฐานว่า ชาติหน้า ชาติไหนจงอย่าได้เจอกันอีก จะได้สิ้นเรื่องสิ้นราวไปเลย
ที่สุดแห่งความเซ็ง
ความเซ็งทุกประการ คือความเซ็งระดับสุดยอดที่เรียกกันว่า ความเอียน นั่นคือความเบื่อโลก หรือเอียนชีวิต ตรงกับคำว่า นิพพิทา หรือความหน่ายโลก ใครที่เอียนชีวิตจะมีความเซ็งชนิดถาวรมองเห็นโลกไม่น่าอภิรมย์เอาเสียเลย ถ้าไม่ออกบวช หรือฆ่าตัวตาย ก็มีชีวิตอย่างหมดชีวา ความเอียนชีวิตถ้าเกิดมาจากสาเหตุที่ว่า เป้าหมายในชีวิตได้พังทลายลงอย่างกะทันหัน บางครั้งเป้าหมาย หรืออุดมคติในชีวิตได้พังทลายลงเพราะค่านิยมของเราเปลี่ยนไปเอง เป้าหมายที่เราเคยตั้งไว้กลายเป็นสิ่งที่ไร้คุณค่า ตัวอย่างก็คือ เจ้าชายสิทธตถะเคยมองตำแหน่งจักรพรรดิว่าเป็นสิ่งชวนไขว่คว้า ต่อมาเมื่อทรงพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงของชีวิต พระองค์ทรงมองไม่เห็นคุณค่าของความเป็นพระเจ้าจักรพรรดิอีกต่อไป เป้าหมายชีวิตเดิมได้พังทลายลง ความเอียนชีวิตได้ครอบงำพระหทัยของพระองค์ดังนั้นจึงทรงเป้าหมายใหม่ให้กับชีวิต คือ ทรงปรารถนาความเป็นพระพุทธเจ้า เป้าหมายชีวิตของคนธรรมดาอาจถูกทำลายได้ เพราะเห็นระบบสังคมที่ฟอนเฟะ หรือผู้นำที่ไม่เอาไหน ซึ่งทำให้คนที่อยู่ในสังคมบางอย่างหมดหวัง บางคนจึงทำตัวเป็นฮิปปี้ผู้สูบกัญชาแก้เซ็ง บางคนหมดศรัทธาในพ่อแม่ตัวเองก็หันเข้าหายาเสพติด เขามียาเสพติดไว้จุดประกายชีวิตชีวาในหัวใจ ผู้หวังดีต่อเขาอาจให้การบำบัดทางกายจนพ้นอิทธิพลของยาเสพติด แต่ใครจะรับประกันได้ว่าเขาจะไม่หวนกลับไปหามันอีก การรักษาจนหายอาจไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ เพราะนั่นเท่ากับฉุดเขาออกจากโลกฝันอันบรรเจิด เมื่อเลิกใช้ยาเสพติดแล้วชีวิตเขาอาจจะเซ็งมากจนต้องกลับไปหายาเสพติดอีก ดังนั้นเขาควรได้รับการบำบัดทางใจอย่างรีบด่วนด้วยการหาเป้าหมายเป็นหลักยึดในชีวิต คนเอียนชีวิตอีกประเภทหนึ่งคือ คนผิดหวังอย่างแรงเพราะเป้าหมายชีวิตถูกสาเหตุภายนอกทำลาย เช่น นักเรียนผู้ทุ่มเทกับการเรียนอย่างมาก แต่ก็สอบตกอย่างพลิกล็อก นักธุรกิจผู้ประสพกับสภาพล้มละลายอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว นายกรัฐมนตรีผู้ถูกคณะปฏิวัติจี้ให้สละเก้าอี้อย่างกะทันหัน คนเหล่านี้เป็นผู้ผิดหวังอย่างแรงจนเกือบหมดอาลัยตายอยากในชีวิต มีสภาพเหมือนกับคนอกหัก คนผู้กำลังตก อยู่ในห้วงความรักย่อมวาดวิมานในอากาศ เขาสู้ถากถางสร้างอนาคตรอใครคนหนึ่ง หยาดเหงื่อแรงงานทุกหยาดหลั่งแล้วเพื่อสร้างรังรักสำหรับใครคนนั้น แต่แล้ววันที่ฟ้าไม่ปราณีก็มาถึง เมื่อรังรักถูกฟ้าผ่าเพราะใครคนนั้นตีจากไป เขาหยุดการสร้างตัวทันที ถ้ากำลังเรียนก็เลิกเรียน ถ้ากำลังทานก็ทิ้งงาน เขาไม่รู้จะสร้างอนาคตต่อไปทำไม หรือเพื่อใคร เขาคงอยากหลับฝันถึงความรักครั้งก่อนเก่า ดีกว่าลืมตามาพบชีวิตจริงที่เลื่อนลอย คนอกหักจึงมีทั้งอดีตอันขมขื่น และปัจจุบันที่สุดเซ็ง ความเอียนไม่ว่าจะเป็นของคนประเภทใด ล้วนเนื่องมาจากการพังทลายของเป้าหมายในชีวิต ถ้าเราประสบกับความเอียนเช่นนี้จะทำอย่างไร ชีวิตอันหมดที่หมายมีสภาพไม่ผิดกับว่าวหลุดสายป่าน ดังนั้นต้องประคองตัวให้ดี อย่าให้ความผิดหวัง หรือความเอียนทำลายอนาคต หรือดับชีวิตของเรา ปลอบตัวเองด้วยคำของโบวีที่ว่า แม้ทุกสิ่งทุอย่างจะเสียไปแล้ว อนาคตก็ยังอยู่ และสถานการณ์ก็ไม่ได้เลวร้ายที่สุดอย่างที่เราคาดคิดในวันอารมณ์เสีย ทั้งสถานการณ์ก็ไม่ได้ดีที่สุด อย่างที่เราคิดในวันที่เราอารมณ์ดี จากนั้นจึงสร้างเป้าหมายใหม่ให้กับชีวิตอย่างแช่มช้า แต่มั่นคง ข้อสำคัญจึงอยู่ที่ว่า เราไม่ปล่อยชีวิตให้ล่องลอยไปตามยถากรรมเพราะถ้าขืนปล่อยไปเช่นนั้น สถานการณ์มีแต่จะเลวร้ายลงเรื่อยๆ เราต้องรีบสร้างเป้าหมายใหม่ของชีวิตมาทดแทนสิ่งที่พังทลายไป เหมือนอย่างพระพุทธองค์ทรงเลือก โพธิบัลลังก์ แทน ราชาบัลลังก์ ส่วนมากคนเราไม่กล้าเลือกแนวทางชีวิตใหม่อย่างที่พระพุทธเจ้าทรงกระทำ เรากลัวว่าทางใหม่จะเลวร้ายกว่าทางเก่า แล้วเราจะผิดหนักกว่าเก่า ความจริงนั้นเรามีเสรีภาพในการตัดสินใจเลือก ณอง-ปอล ชาร์ตร์ ยืนยันว่า มนุษย์ถูกสาปให้มีเสรีภาพ ดังนั้นเราต้องใช้เสรีภาพในการเลือกแนวทางใหม่ของชีวิต แม้ภายหลัง การณ์จะปรากฏว่าเราเลือกทางผิด เราก็จะไม่เสียใจ คนที่ลังเลไม่ยอมตัดสินใจเป็นคนน่าสงสาร เขากลัวความเอียนไม่รู้จบน้อยกว่าความรับผิดชอบจากการตัดสินใจ เขามีลักษณะเหมือนผู้คนหลงทางกลางป่า แต่ไม่กล้าเลือกทางเดินไปตามทางสายใดสายหนึ่ง เพราะกลัวจะไปพบทางตัน คนชนิดนี้จะติดอยู่ในป่าจนตาย คนที่ขาดเป้าหมายใหม่ให้กับชีวิตตัวเองจนเซ็งตายเช่นกัน รวมความว่า ความเซ็งคืออารมณ์พันทางที่ผสมผสานกันระหว่างความหงุดหงิด ความเบื่อ และความเอียน ความเซ็งมีถึงสามระดับ กล่าวคือผู้ที่มีความเซ็งขั้นธรรมดาเพราะไม่มีอะไรจะทำ ควรจับอะไรบางอย่างขึ้นมาทำแก้เซ็ง ผู้ที่เซ็งเพราะเบื่อความจำเจ ก็ควรเติมเสน่ห์ หรือใส่ผงชูรสลงในสิ่งที่จำเจนั้น ส่วนท่านที่เซ็งถึงขนาดเอียนชีวิตเพราะสูญเสียเป้าหมายของชีวิตกะทันหัน ก็ควรมองหาจุดประสงค์อันอื่น แล้วกล้าตัดสินใจเลือกทางใหม่ของชีวิต |
| กฐินวัดวังน้อยวนาราม ปี2551 | ||
กฐินวัดวังน้อยวนาราม ปี51 |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |