พิมพ์หน้านี้
|
ทอม,ดี้ เกย์,ตุ๊ดสามารถบรรลุธรรมได้ไหม บางคนก็บอกว่า พวกนี้ไม่มีทางบรรลุธรรมหรอก ต้องรอให้พระพุทธเจ้าองค์ใหม่มายกระดับจิตให้ ถึงจะบรรลุได้ การปฏิบัติและฟังธรรมจากพระ หรือแม่ชีรวมทั้งผู้สอนธรรมที่ดีในสมัยนี้นั้น ยากที่จะบรรลุธรรมได้ ...เอาเถอะ...ต่างคนก็ต่างความคิดดังคำที่พระพุทธองค์ทรงประทานเอาไว้ ก่อนที่พระพุทธองค์จะทรงเสด็จดับขันธปรินิพพานนั้น ธรรมจึงไม่มีวันเสื่อม แต่บุคคลย่อมเสื่อมออกจากธรรมนั่นเอง... ในสมัยพระพุทธองค์ก็ยังมีพระกระเทย ที่มาหลงรักพระองค์ตามติด ยึดติด พระองค์ก็ทรงเมตตาสั่งสอนจนอินทรีย์แก่กล้าแล้ว จึงด่า ตะคอก ดุ ไล่ต่างๆนานา พระกระเทยนั้นมีจิตที่แกร่งขึ้นกว่าเดิม จึงคิดว่า "ดีละพระองค์ไม่เมตตาเหมือนก่อนแล้ว งั้นเราจะเร่งปฏิบัติให้จงได้" จึงพากเพียรพยายามปฏิบัติธรรมจนบรรลุสำเร็จเป็นพระอรหันต์ในที่สุด คนเป็นอรหันต์แล้ว จะเข้าใจอะไรๆได้ดีกว่าบุคคลอื่น นี่คือลีลาการสอนธรรมให้บุคคลบรรลุด้วยพระปรีชาญาณของพระพุทธเจ้า
นี่ไงใครว่าพวกทอม ดี้ เกย์ ตุ๊ดจะบรรลุธรรมไม่ได้ มันอยู่ที่อาจารย์ชี้แนะและลูกศิษย์นำไปกระทำจริงต่างหาก... บางคนตอนเป็นนักเรียนก็เป็นผู้ชายที่คล้ายผู้หญิง เขาเรียกกันว่า กะเทย หรือเกย์ แต่ยังชอบผู้หญิงอยู่นะ แต่ชอบคบผู้ชายด้วยกันมากกว่า พอบวชอาจารย์ให้ปฏิบัติแล้วสอนให้ระลึกชาติ ก็ระลึกไปเรื่อยๆจาก 5 ชาติเรื่อยไป 10 ชาติไปเรื่อยๆจนกระทั่งเข้าใจว่า ทำไมเราจึงไม่แต่งงาน ชอบผู้หญิงสวยๆ นะ แต่ไม่แต่งเพราะไม่ชอบหญิงไทย ชอบฝรั่ง จึงรู้ว่าชาติก่อนที่จะมาเกิดนี้ เขาเกิดในสมัยรัชกาลที่ 7 มีสามีแล้วสามีเจ้าชู้มีเมียมาก จึงสาบานและอธิษฐานเอาไว้ว่า "เกิดชาติใหม่จะไม่ขอมีสามีและจะไม่แต่งงานเด็ดขาด จะขอบวชประพฤติธรรม ถือพรหมจรรย์ให้สำเร็จเป็นพระอรหันต์เลย แล้วก็ตายตอนอายุ 21 ปี" ฉะนั้นการเกิดมาผิดเพศนั้น ไม่ได้มาจากการเจ้าชู้ ผิดลูกผิดเมียอย่างเดียว
ผู้ที่เดียดฉันท์พวกลักเพศ ก็ตรองดูเสียใหม่เถิด ถ้าเลือกเกิดได้ คงไม่มีใครที่จะเลือกเกิดแบบที่ว่า ไม่เหมือนใครหรอก บางคนแต่งงานแล้วก็ยังไม่รู้ใจตัวเองเลย พยายามปิดและซ่อนบังเอาไว้ สุดท้ายแต่งงานไปก็อยู่กันไม่ได้เลิกลากันไป ปัญหาเลยตกอยู่ที่ลูก ต้องรับกรรมจากการกระทำของผู้ใหญ่ โทษใครล่ะ? ผู้หญิงบางคนตัดผมสั้นเหมือนผู้ชายก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นทอมยังถูกกล่าวหาว่าเป็นทอมเลย เธอเป็นผู้หญิงแต่ชอบความสบายๆ ตัดผมสั้น
เรื่องของเพศชายหญิงนี้ธรรมชาติเป็นตัวแบ่งแยก รวมทั้งสังคมก็เป็นตัวชี้วัดเพศ แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นเพศไหน ทุกเพศก็คือสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตที่ประเสริฐที่สุด ก็คือมนุษย์ เพราะสามารถพัฒนาความคิดและความสำนึกทางจิตใจได้ดีกว่าสัตว์มีชีวิตอื่น ถ้าไม่มีการพัฒนาให้สูงขึ้นหรือพัฒนาไปในทิศทางลบ ก็ไม่ต่างจากสัตว์อื่นไป ฉะนั้นไม่ว่าจะคิดกันว่าเป็นเพศไหน แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็ต้องรู้อยู่ดีว่า ร่างกายของตนเป็นเพศไหน? ร่างกายมันฟ้องบ่งบอกเพศอยู่แล้ว จะปฏิเสธคงยาก แม้ว่าสังคมจะอนุโลมด้วยการมีกฎหมายให้เลือกเพศได้ก็ตาม หลายคนอาจจะบอกว่าคนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่สามารถทำปัจจุบันให้ดีได้ นั่นก็นับว่าดีในระดับหนึ่ง แต่ถ้าทบทวนให้กระจ่างกว่านี้แล้ว เราจะรู้ได้ว่า "เราเลือกเกิดได้ "เพราะเราเป็นผู้เลือกมาเกิดเอง รวมทั้งเป็นผู้กระทำในปัจจุบันเองด้วย ส่วนจะดีหรือไม่ดีนั้นต้องมีการเรียนรู้ และมีการพัฒนาต่อไปโดยลำดับ การที่กล่าวว่า "เลือกเกิดไม่ได้"นั่นเป็นคำตอบของคนโง่ คือไม่รู้ชีวิต แต่ก็นั่นแหละ โง่ก่อนเป็นสิ่งที่ดี จะได้หาทางป้องกันความโง่ เพราะไม่มีใครฉลาดมาแต่กำเนิดนั่นเอง ผู้ที่ทำหน้าที่ของตนอย่างสมบูรณ์ครบถ้วนนั่นแหละ คือ ผู้ประเสริฐโดยแท้... |
| กฐินวัดวังน้อยวนาราม ปี2551 | ||
กฐินวัดวังน้อยวนาราม ปี51 |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |