พิมพ์หน้านี้
|
ความรัก ความผูกพัน
นี่หรือชีวิต โลกนี้เปี่ยมไปด้วยความรัก และความผูกพันระหว่างบุคคล ความรัก และความผูกพันเป็นความงดงามแห่งชีวิต ความรักทำให้ชีวิตมีความหวัง มีความสดชื่น ความผูกพันทำให้อบอุ่น มั่นคง ทั้งสองสิ่งนี้ทำให้เกิดพลังในการดำเนินชีวิตหากความรักความผูกพันถูกพรากจากไป เราจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไร ... บุคคลส่วนใหญ่กลัวการพลัดพรากสูญเสียบุคคลที่เรารักการต้องพลัดพรากจากกันเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้นกับคนที่เรารักหรือคนใกล้ชิด โดยเฉพาะการพลัดพรากจากกันด้วยความตายเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่อยากพบ ถึงแม้จะรู้ว่าความตายเป็น กฎของธรรมชาติ เป็นสัจธรรมสากล เมื่อมีเกิด ก็มีตาย แต่จะมีสักกี่คนที่จะเข้าใจ และยอมรับกฎของธรรมชาตินี้ได้ เมื่อเวลาแห่งความพลัดพรากมาถึง ชีวิตหลังความตายเป็นอย่างไร ไม่มีใครรู้จริง ได้แต่ฟังจากคำบอกเล่าเท่านั้น เราไม่อาจรับรู้เบื้องหลังของชีวิตที่จากโลกนี้ไปทำให้ทุกคนไม่ยอมรับจุดจบของชีวิตที่ต้องจากกันด้วยความตายได้ เบื้องหลังของชีวิตยังคงเป็นความลับ และซ่อนเร้น ไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ทุกคนยังสงสัย และต้องการคำตอบ ต่างพยายามแสวงหาคำตอบ และหาหนทางเพื่อรู้เรื่องราวของผู้ที่จากไป คงมีหลายต่อหลายคนคิดเหมือนกันว่า หากสามารถรับรู้ได้ว่า ผู้ที่จากไปเป็นอย่างไร ทุกคนคงคลายความกังวลได้บ้าง หากเราต้องสูญเสีย และพลัดพรากจากผู้ที่เรารัก เราจะทำอย่างไร ประสบการณ์ของการพลัดพราก และการสูญเสียเป็นบทเรียนที่สำคัญในชีวิตที่เรียนรู้ยากมากที่สุด ถึงแม้ว่าเราจะรับรู้มาก่อนว่าเราไม่สามารถหลีกพ้นสิ่งนี้ไปได้ ทุกคนต้องพบกับการพลัดพรากจากกัน ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ไม่ช้าก็เร็ว แต่สภาพจิตใจของผู้ที่สูญเสียบุคคลที่เรารักนั้น มันเจ็บปวดจนอยากที่จะพรรณนาด้วยคำพูดใดๆ ยากที่จะดำเนินชีวิตต่อไป และยากที่จะลืมความเจ็บปวดที่แสนสาหัสนั้นได้ ... เมื่อเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป ทุกๆ คนในครอบครัวเกิดความรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างว่างเปล่า อ้างว้างว้าเหว่ อ่อนเปลี้ยไร้เรี่ยวแรง และท้อแท้สิ้นหวัง ความเสียใจที่โถมประดังเข้ามา และความอาลัยอาวรณ์ ทำให้ไม่อยากรับรู้อะไรอีกเลยในชีวิต และต้องประคองชีวิตเพื่อให้ผ่านพ้นไปให้ได้วันต่อวัน การดำเนินชีวิตที่เคยเป็นอยู่ต้องเปลี่ยนแปลงไปหมด การตัดสินใจเป็นไปอย่างท้อแท้ และสิ้นหวังไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรกับชีวิตของตนเอง และครอบครัว ซึ่งเป็นชีวิตใหม่ที่ไม่รู้จัก และคุ้นเคยมาก่อน ชีวิตที่เหลืออยู่จึงต้องอยู่ท่ามกลางความเศร้าโศก อาลัยอาวรณ์ การร่ำไห้คร่ำครวญโหยหาผู้ที่เรารักซึ่งจากไป การปรับตัวเพื่อชีวิตใหม่ จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาทางเยียวยาชีวิตให้ดำเนินต่อไป เราเท่านั้นที่จะต้องเป็นผู้ที่เลือกสิ่งที่เยียวยาชีวิตที่เหลืออยู่ให้เหมาะกับตนเอง และต้องช่วยกันพยุงคนในครอบครัวให้ผ่านพ้นวิกฤติชีวิตด้วยความรัก ความเข้าใจ และความอดทน น้ำตาแห่งความปวดร้าว ไม่เคยเหือดแห้ง เพราะเป็นน้ำตาแห่งความอาลัยอาวรณ์ และโหยหา ถึงแม้ว่าวันเวลาจะผ่านมานานสักเท่าไร ใครเล่าจะเข้าใจได้ดีเท่ากับตัวของเรา ... ประสบการณ์ของการสูญเสีย ทำให้เราเข้าใจชีวิตได้ดีขึ้น ไม่มีบทเรียนใดๆ สามารถจะสอนได้ดีเท่ากับบทเรียนชีวิตเมื่อพบกับการสูญเสีย อย่างไรก็ตาม การพลัดพราก การสูญเสีย คงไม่ใช่บทเรียนสุดท้ายของชีวิตที่จะต้องเรียนรู้ โลกนี้ยังมีอะไรที่จะให้ทุกคนได้เรียนรู้ต่อไปอย่างไม่มีจุดจบ โดยเฉพาะการเรียนรู้เพื่อเข้าใจกฎของธรรมชาติ และสัจธรรมสากลแห่งชีวิต เราทุกคนเกิดมาเพื่อพบกัน และจากกัน ... เมื่อเราพบกันบนโลกใบนี้ โอกาสที่จะอยู่เป็นครอบครัวเดียวกัน เป็นโอกาสที่ดีที่สุดของชีวิต เป็นช่วงเวลาที่มีความหมาย และมีคุณค่ามากกว่าสิ่งอื่นใด พลังแห่งความรักความผูกพันที่ไม่มีขอบเขต ไม่มีที่สิ้นสุด
|
| กฐินวัดวังน้อยวนาราม ปี2551 | ||
กฐินวัดวังน้อยวนาราม ปี51 |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||