พิมพ์หน้านี้
|
หัวใจผู้นำ
ปัญหาของผู้นำก็คือทำอย่างไรจะให้เป็นที่ยอมรับของผู้ตาม เริ่มตั้งแต่หาทางให้ได้รับการเลือกตั้งเข้าสู่ตำแหน่งผู้นำ เมื่อได้รับเลือกตั้งแล้วก็ยังได้รับความร่วมมือจากสมาชิกช่วยกันทำงาน และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์จนพร้อมที่จะได้รับเลือกตั้งให้กลับมาดำรงตำแหน่งอีกในสมัยหน้า
ผู้นำที่จะประสบความสำเร็จตามขั้นตอนดังกล่าวได้ก็ต้องมีธรรมะประจำใจ ธรรมะข้อหนึ่งสำหรับผู้นำก็คือ นิวาตะ หมายถึงความอ่อนน้อมถ่อมตน คำว่า นิวาตะ แปลตามตัวอักษรว่าไขลมออก บางคนพอได้รับเลือกเป็นผู้นำ หรือเป็นกรรมการบอร์ดต่างๆ ชักกร่าง หรือวางท่าพองลมตามด้วยทิฐิมานะว่าข้าเป็นผู้นำแล้วนะ สวมหัวโขนแล้วใส่ประจำไม่เคยถอด ไปไหนก็ใส่หัวโขนข่มคนอื่น คนประเภทนี้ต้องไขลมออกบ้าง คือหัดถอดหัวโขนออกบ้างแล้วจะสบายขึ้น
ผู้นำมีสองประเภท คือ ๑) ผู้นำที่นั่งอยู่บนหัวคน และ ๒) ผู้นำที่นั่งอยู่ในหัวใจคน ผู้นำที่สวมหัวโขนข่มคนอื่นตลอดเวลาจัดว่าเป็นผู้นำที่นั่งอยู่บนหัวคน ส่วนผู้นำที่หัดถอดหัวโขนออกทำตัวเป็นกันเองมี นิวาตะ คือ อ่อนน้อมถ่อมตนจะเป็นผู้ที่นั่งอยู่ในหัวใจคน ความอ่อนน้อมถ่อมตนของผู้นำไม่ใช่เป็นการแสดงถึงความอ่อนแอ ผู้นำที่นั่งอยู่ในหัวใจคนจะเป็นคนที่แข็งแรงแต่ไม่แข็งกระด้าง อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ
ความอ่อนน้อมถ่อมตนจะทำให้ผู้นำได้รับการยอมรับจากคนทั่วไป เมื่อได้รับการยอมรับมากเท่าไร เขาก็มีฐานอำนาจเพิ่มเป็นเงาตามตัวมาขึ้นเท่านั้น ดังนั้น ผู้นำต้องวางตัวอ่อนน้อมถ่อมตนเหมือนกับแม่น้ำ แม่น้ำยิ่งใหญ่เพราะวางตัวต่ำจึงเป็นที่รองรับสายน้ำจากลำธารระห้วยหนองคลองบึง ถ้าแม่น้ำอยู่สูงก็จะเล็กนิดเดียว แม่น้ำยิ่งใหญ่เพราะวางตัวต่ำ ฉันใด ผู้นำยิ่งใหญ่เพราะวางตัวอ่อนน้อมถ่อมตน ฉันนั้น ในการวางตัวอ่อนน้อมถ่อมตนนั้น บางครั้งผู้นำต้องหัดเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ไม่โง่ก็ต้องทำเหมือนโง่ ไม่ใบ้ก็ต้องทำเหมือนใบ้ ดังที่สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ติสสมหาเถร) นิพนธ์ไว้ว่า โง่ไม่เป็นเป็นใหญ่ยากฝากให้คิด ทางชีวิตจะรุ่งโรจน์โสตถิผล ต้องรู้โง่รู้ฉลาดปราดเปรื่องตน โง่สิบหนดีกว่าเบ่งเก่งเดี๋ยวเดียว
ผู้นำต้องรู้ว่าเมื่อไรต้องทำเป็นโง่เพื่อระดมความคิดจากคนอื่น เมื่อคนอื่นได้แสดงความคิดเห็นแล้ว เขาจะรู้สึกว่าเรื่องนั้นเป็นผลจากความคิดของเขาแล้วเขาจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ถ้าเขารู้สึกว่าเป็นไอเดียผู้นำ เขาก็จะปล่อยให้ผู้นำทำไปคนเดียว ผู้นำที่โดดเด่นบุกเดี่ยวไปคนเดียวอาจจะถูกโค่นลงได้ง่ายดาย เมื่อเผชิญศัตรูคู่แข่งหลายฝ่ายมารุมล้อมเปิดศึกรอบด้าน ดังภาษิตที่ว่า ไม้สูงกว่าแม่มักแพ้ลมบน คนสูงเกินคนมักจะโค่นกลางคัน การมีบริวารมากจะช่วยต้านทานศัตรูได้ดีผ่อนหนักเป็นเบา เหมือนหมู่ไม้ที่ยืนเกาะกลุ่มกันไว้สามารถต้านแรงลมพายุได้
ผู้นำที่นั่งอยู่ในหัวใจคนจะมีศัตรูน้อย ถ้ามีจะมีบ้างก็เป็นพวกอิจฉาริษยาที่คอยเลื่อยขาเก้าอี้ ซึ่งก็เป็นโลกธรรม คือ ธรรมดาของโลก ผู้นำต้องพยายามกำจัดศัตรูอย่าให้เหลือไว้กวนใจ ปราชญ์ท่านสอนว่าเศษ ๓ ชนิดไม่เก็บเอาไว้เพราะจะลุกลามเป็นปัญหาใหญ่โตภายหลังได้ นั่นคือ ๑) เศษหนี้ ๒) เศษไฟ ๓) เศษศัตรู
ผู้นำต้องไม่เก็บศัตรูเอาไว้ และผูกมิตรใหม่คลอดเวลา เพราะภาษิตจีนสอนว่า มีมิตรห้าร้อยคน ยังนับว่าน้อยเกินไป มีศัตรูหนึ่งคน ยังนับว่ามากเกินไป เมื่อเก็บศัตรูเอาไว้ไม่ได้ ผู้นำที่นั่งอยู่บนหัวคนนิยมกำจัดศัตรูด้วยความรุนแรง แต่เขาลืมไปว่า เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร เมื่อทำลายศัตรูด้วยวิธีรุนแรงไปหนึ่งคนก็ทำให้ได้ศัตรูใหม่มาอีก ๑๐ คน พรรคพวกของศัตรูนั่นแหละที่จะรวมหัวกันมาล้างแค้น ประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น มีวิธีกำจัดศัตรูที่ดีกว่านั้น ดังมีเรื่องเล่าว่า คุณยายคนหนึ่งมีเลือดรักชาติรุนแรงลุกขึ้นประท้วงประธานาธิบดีว่าไม่ควรใช้คำแบบปราณีพวกศัตรู ที่ถูกนั้นประธานาธิบดีต้องคิดกำจัดศัตรูให้สิ้นซาก ประธานาธิบดีลินคอล์น ตอบว่า คุณนาย การที่ผมพูดถึงศัตรูในทางที่ดีนั้นเป็นความพยายามทำศัตรูให้เป็นมิตร การทำศัตรูให้เป็นมิตรนั้นมิใช่เป็นวิธีทำลายศัตรูที่ดีที่สุดละหรือ ผู้นำที่ดีต้องพยายามเปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตร แต่ผู้นำบางคนถนัดแต่เรื่องเปลี่ยนมิตรให้เป็นศัตรู ผู้นำที่ดีต้องสามารถนั่งอยู่ในหัวใจของมิตร และพิชิตหัวใจของศัตรู ครั้งหนึ่งในช่วงที่กำลังเกิดสงครามฝ่ายเหนือกับฝ่ายใต้ในสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีลินคอล์น ได้รับเชิญกล่าวปราศรัยในงานเลี้ยง ตอนหนึ่งลินคอล์นกล่าวถึงทหารฝ่ายใต้ว่าเป็นเพียงคนอเมริกันที่หลงผิดจึงไม่ใช่ศัตรูที่ต้องเข่นฆ่าให้สิ้นซาก |