พิมพ์หน้านี้
|
เมายศ
อนิจจา! มนุษย์ และสัตว์ทั้งหลาย ส่วนมากมุ่งแต่ความสุขเฉพาะหน้าเพียงเล็กน้อย และระยะสั้น หารู้ไม่ว่าเขาจะต้องไปทนทรมาน ชดใช้กรรมในระยะยาวปานใด เขาไม่รู้เองไม่เห็นเองก็พอทำเนา แต่ผู้ที่รู้เห็นบอกแล้วเตือนแล้วก็ยังไม่เชื่อ หาว่าเขาหลอกเหมือนเด็ก จะช่วยคนพวกนี้ด้วยได้อย่างไร? จึงจะให้เขาได้วางมือจากทุจริตคดโกง ฉ้อราษฎร์บังหลวง กอบโกยกินอย่างไร้ยางอาย หรือว่าถึงยุคกาลที่พระพุทธองค์ทรงทำนายแล้ว ถ้าไม่มีทางแก้ก็คงต้องปล่อยไปตามกรรม สัตว์ทั้งหลายย่อมมีกรรมเป็นของตน เหตุที่คนต้อก่อกรรมทำเข็ญ ก็เพราะแย่งลาภ แย่งยศ ้ไม่ว่าเขาจะต้องไปทนทรมาน ชดใช้กรรมในระยะยา แย่งเปลือกที่ห่อหุ้มร่างกายของคน มนุษย์ทุกวันนี้วัดคุณค่าของคนกันที่เปลือก ยิ่งมีเปลือกหนามากเท่าใด ก็แสดงถึงความเป็นคนมาขึ้นเพียงนั้น แต่ความเป็นจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ บางทีคนบางคนยิ่งเปลือกหนามาก ยิ่งมีความเป็นคนน้อยลงทุกที ความเป็นมนุษย์อันสมบูรณ์ทั้งร่างกาย และจิตใจนั้น อาจจะอยู่ในเรือนร่างของบุคคล ที่สังคมกันรังเกียจก็ได้ สังคมยิ่งปลอมมากขึ้นเท่าใด ก็ย่อมรังเกียจของแท้มากขึ้นเพียงนั้น มนุษย์เรายิ่งแสวงหาความสุข ชอบใจในความสุขปลอมๆ มากขึ้นเพียงใด ความสุขที่แท้จริงก็ลดลงมากเพียงนั้น ยศศักดิ์ ตำแหน่ง ฐานะ เหล่านี้เป็นเปลือกของคน เป็นสิ่งที่หุ้มห่อมิให้เห็นตัวคนจริง บางคนหลงใหลในเปลือกของตน จนความเป็นมนุษย์ไม่เหลืออยู่ในเรือนร่างเลย ทุกวันนี้ ชนชั้นปกครอง หรือนักการเมืองส่วนมาก ต้องแข่งขันกันเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ และอิทธิพล จึงต้องมีนักเลงมีเจ้าพ่อต่างๆ ประดับบารมี คอยหาผลประโยชน์ในทางมิชอบ ส่งส่วย และคุ้มครองป้องกัน บ้างก็เปิดบ่อนการพนัน เปิดสถานเริงรมย์ บุกรุกป่าสงวน หรือบังคับซื้อที่ดินจากประชาชนในราคาถูก โดยได้รับความคุ้มครองจากนักการเมืองที่มีอำนาจอยู่ ต่างฝ่ายต่างอาศัยซึ่งกันและกัน มีผลประโยชน์ต่อกันและกัน ผลที่เลวร้ายตกอยู่กับประชาชน ต้องพบกับความเดือดร้อน ถูกเบียดเบียนบีฑาอย่างน่าอเนจอนาถ คนหลงอำนาจย่อมทำชั่วทำเลวได้ โดยไม่แคร์เสียงใคร และไม่สนใจว่าใครจะเดือดร้อน ถ้าคนมีจิตสำนึก ย่อมรู้จักคุณค่าของคนบ้าง ว่าอยู่ที่ความดีงาม ความมีเมตตากรุณา รู้จักหวั่นใจในความทุกข์ของผู้อื่น และไม่แสวงหาความสุขเพื่อตน โดยเบียดเบียนผู้อื่นให้เดือดร้อน ถ้าปราศจากคุณธรรมเสียแล้ว มนุษย์ไม่เพียงแต่จะแสวงหาความสุขไม่พบเท่านั้น แต่เขาจะยิ่งมีความทุกข์ ที่สลับซับซ้อนมากขึ้นอีกด้วย คำสอนของพระพุทธเจ้าที่ว่า ถ้าต้องการความสุข ก็จงลดความอยากให้น้อยลง ถ้าเราถือตามพระดำรัสของพระศาสดาความเดือดร้อนวุ่นวายก็จะหมดไป ความสงบร่มเย็นก็จะเกิดแก่ตัวเอง และสังคมประเทศชาติ ทุกวันนี้คนไม่รู้จักคำว่าพอ จึงเดือดร้อน ต้องแย่งชิงกัน ด้วยเล่ห์เหลี่ยมอันไม่ชอบธรรม ความพอจะไม่มี ถ้ามนุษย์ไม่จำกัดขอบเขตแห่งความพอของตนไว้ มนุษย์ส่วนมากมิได้จำกัดของเขตแห่งความพอไว้ สิ่งที่ได้มาจึงเป็นเหมือน เชื้อไฟ มาเพิ่มความต้องการอย่างใหม่เจริญขึ้นรุนแรงมากขึ้น กระเถิบไปข้างหน้าอยู่เรื่องๆ ไม่มีที่สิ้นสุด
มนุษย์ได้พากันแสวงหาสิ่งภายนอกมาบำรุง ปรนเปรอตนก้าวขึ้นไปเรื่อยๆ แต่ไม่เคยพบจุดอิ่ม เหมือนไฟไม่อิ่มด้วยเชื้อ เขาจะไม่พบความสงบสุข หรือสมปรารถนา ที่ถาวรแท้จริงได้ แต่ เมื่อใดบุคคลใดมากำหนดรู้ความอยากอันไม่มีที่สิ้นสุด แล้วละความอยากในส่วนที่ไม่จำเป็นเสีย ดำรงชีวิตอยู่อย่างง่ายๆ แต่ขยัน และเสียสละ พัฒนาสร้างสรรค์ ทำให้ผู้อื่นมากกว่าสะสมไว้เพื่อตัวเอง เมื่อนั้นแหละเขาจึงจะได้พบกับความสุขที่แท้จริง คนส่วนมากประพฤติตนตามความอยาก ตกอยู่ใต้อำนาจของความอยาก มีใจพร่องอยู่เป็นนิตย์ ต่อเมื่อความตายมาถึง มัจจุราชมาเยือน และดึงตัวเขาไป เขาก็ต้องละสมบัติทั้งปวงไป ญาติพี่น้องบริวารก็ต้านทานไม่ได้ เขามาคนเดียวและไปคนเดียวตามกรรมของตนๆ ผู้สั่งสมบาปไว้ย่อมต้องประสบทุกข์ในโลกหน้า ส่วนผู้สั่งสมบุญไว้ย่อมประสบสุข บุญบาปนี้ต่างหากที่จะติดตามเขาไป เป็นสมบัติของเขา หาใช่สมบัติภายนอกไม่ ด้วยเหตุนี้ ผู้มีปัญญาเห็นประจักษ์ จึงควรสั่งสมความดี ไม่เบื่อหน่ายในการสั่งสมกรรมดี เรื่องของกรรมดีกรรมชั่วนั้น มีให้เห็นมากมายในโลกปัจจุบัน คนที่กอบโกยโกงกินเอาไว้มากๆ มักจะพบจุดจบที่น่ากลัว ต้องระเหเร่ร่อนออกไปนอกประเทศ อย่างประธานาธิบดีมาร์กอสในฟิลิปปินส์ พระเจ้าซาร์ในอิหร่าน หรือพวกบ้าอำนาจทำให้คนต้องล้มตายไปมากมายมหาศาล ก็จบชีวิตลงอย่างน่าอเนจอนาถ อย่างฮิตเลอร์ในเยอรมัน ต้องฆ่าตัวตาย มุสโสลินีในอิตาลี ต้องถูกแขวนคอ เป็นต้น ประวัติศาสตร์มีให้เราศึกษามากมาย แต่คนที่เมาในอำนาจมักนึกไม่ออก
ความเมาในอำนาจ เป็นแรงผลักดันที่มีพลังมากพอให้คนทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้มีอำนาจยิ่งขึ้น พร้อมๆ กันนั้นมันทำให้เขาลืมทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่แยแสต่อเสียงเรียกร้องของศีลธรรม หรือมโนธรรมใดๆ มันค่อยๆ ระบายจิตใจของเขาให้ดำมืดไปทีละน้อยๆ จนเป็นสีหมึก ไม่อาจมองเห็นอะไรๆ ได้อีกเลย หัวใจที่เร่าร้อนอยู่แล้วของเขา ถูกเร่งให้เร่าร้อนมากขึ้น ด้วยความทะยานอยากอันไม่มีขอบเขต ไม่ทราบว่าจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน วัตถุอันวิจิตรตระการตานั้น ช่วยเป็นเชื้อให้ความทะยานอยากโหมแรง กลายเป็นว่ายิ่งมียิ่งอยากใหญ่ แม้จะมีเสียงเตือน และเรียกร้องอยู่ตลอดเวลาว่า ศีลธรรมเป็นเครื่องค้ำจุนสังคม และคุ้มครองโลก แต่บุคคลผู้รับรู้ และพยายามประคับประคองศีลธรรมมีน้อยเกินไป สังคมมนุษย์จึงวุ่นวาย และกรอบเกรียมอย่างน่าวิตก ความทุกข์ยากลำบาก และความดิ้นรนต่างๆ ของเพื่อนมนุษย์ ซึ่งกระเสือกกระสนไปด้วยดวงใจที่ว้าเหว่ ไร้ความหวังรวมทั้งตัวอย่างชีวิตแห่งผู้ทุจริต คดโกง แล้วประสบภัยพิบัติในบั้นปลาย น่าจะเป็นบทเรียนที่ดียิ่ง แต่ บุคคลผู้มุ่งแต่ความสุขสำราญของตน ย่อมไม่อาจมองเห็นสิ่งเหล่านี้ได้ จนกว่าภัยพิบัตินั้นได้มาถึงตัวเอง จึงจะคิดได้ แต่ทุกอย่างก็สายเสียแล้ว เมื่อเขาต้องรับชะตากรรมด้วยตัวของเขาเอง คนชั่วเมื่อขณะทำชั่วอยู่ และกรรมชั่วยังไม่ให้ผล เขากระหยิ่มยินดีว่าเขาเก่งกล้าสามารถ ทำอย่างนั้นได้ทำอย่างนี้ได้ ไม่มีใครว่าอะไร ไม่มีใครกล้าทักท้วง เขายิ่งเหิมเกริมทำชั่วต่อไปอย่างเมามัน แม้ผู้หวังดีจะตักเตือนท้วงติง ก็ดูหมิ่นผู้ตักเตือนนั้นว่า เป็นผู้เยาว์บ้าง มีศักดิ์น้อยกว่าตนบ้าง เขาหลงตนหลงอำนาจวาสนาอันเป็นของเขาชั่วคราว แต่เมื่อใดกรรมชั่วอันเขาสั่งสมวันละน้อยเพิ่มพูนมากขึ้น และวิบากแห่งกรรมดีเก่าก่อน ก็ร่อยหรอลงวันละน้อยจนหมดสิ้น ไม่มีแรงต้านทานอีกแล้ว เมื่อนั้นเขาต้องเสวยผลกรรมอันทารุณแสบเผ็ด โดยไม่มีสิ่งใดทัดทานได้ ในเวลานั้นแม้จะรู้สึกตัว แต่ก็แก้ไขอะไรไม่ได้เสียแล้ว
|