• wadwangnoy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-02-07
  • จำนวนเรื่อง : 64
  • จำนวนผู้ชม : 13503
  • จำนวนผู้โหวต : 484
  • ส่ง msg :
วัดวังน้อยวนาราม ต.ปางมะค่า อ.ขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร
วัดวังน้อยวนาราม เป็นศูนย์ร่วมใจของชาวบ้าน เป็นส่วมร่วมของศรัทธา เป็นความงาม ความดี และปริ่มด้วยเมตตา โดยการนำของพระครูใบฎีกาธีรพัฒน์ สุวินโย
Permalink : http://www.oknation.net/blog/wadwangnoy
วันอังคาร ที่ 23 กันยายน 2551
คนมีความสุข
Posted by wadwangnoy , ผู้อ่าน : 269 , 21:15:14 น.  
พิมพ์หน้านี้


พอใจภูมิใจในสิ่งที่ทำ
 

 

บางครั้งเราจะพบคนที่มีความสุขกับการทำงาน เพราะ ... เขามีฉันทะ คือพอใจภูมิใจในงานที่ทำ บางครั้งเขาไม่ได้ทำงานที่มีเกียรติศักดิ์ศรี ... อย่างคนขับรถแท็กซี่  ... ที่เขามีความสุขได้

วันหนึ่ง เราขึ้นรถแท็กซี่คันหนึ่งจากวัดประยูรฯ จะไปสอนหนังสือที่วัดมหาธาตุฯ สมัยนั้นรถแท็กซี่ยังไม่มีมิเตอร์ เราตกลงค่าโดยสารกัน ๕๐ บาท เรานั่งเบาะหน้าคู่กับคนขับ

เมื่อรถแล่นไปสักพักหนึ่ง คนขับรถแท็กซี่ถามว่า

“ท่านบวชพระมานานแล้วหรือ”

เราตอบว่า  “บวชมานานแล้ว”

เขาก็ถามต่อว่า “ท่านบวชแล้วมีความสุขดีหรือ

“ก็เรื่อยๆ นะ” เราตอบ

แล้วถามกลับไปบ้างว่า “คุณขับแท็กซี่มานานแล้วหรือยัง

“นานแล้วครับ ผมขับแท็กซี่มา ๒๗ ปี แล้วครับ”

“ขับแท็กซี่แล้วมีความสุขดีหรือ

“มีความสุขครับ ผมขับแท็กซี่แล้วผมดับทุกข์ได้”

เขาตอบเราด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทำให้เรานึกถึงเรื่องสิทธารถะที่พายเรือข้ามฟากขึ้นมาทันที

“คุณขับแท็กซี่ตลอดเวลา ไม่เคยประกอบอาชีพอื่นเลยหรือ” เราถามต่อ

เขาตอบว่า“ผมเคยขับรถที่กระทรวงหนึ่ง แต่ผมอยู่ไม่ได้ ผมไม่ชอบระบบราชการที่เล่นพรรคเล่นพวกกันเหลือเกิน ทำราชการต้องมีเส้นสาย ค่าของคนไม่ได้อยู่ที่ผลของงาน ค่าของคนอยู่ที่ว่าเป็นคนของใคร ผมเบื่อหน่ายจึงลาออกไปเป็นพนักงานขับรถที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง แต่ผมก็อยู่ไม่ได้”

“ทำไม ? ... ที่มหาวิทยาลัยก็เล่นพรรคเล่นพวกเหมือนกันหรือ

“ไม่ใช่อย่างนั้น ผมถามหน่อย คนเราเรียนหนังสือไปเพื่ออะไร คนเรียนมากเป็นคนฉลาดมาขึ้นใช่ไหม

“ก็ควรเป็นเช่นนั้น”

 

 

“คนเรียนมากฉลาดมาก  ควรมีความสุขมากขึ้นใช่หรือไม่ ? แต่ผมว่าไม่จริง ประสบการณ์ที่มหาวิทยาลัยแห่งนั้นสอนผมว่า คนเรียนมา ฉลาดมาก กลับทุกข์มากขึ้น พวกด๊อกเตอร์ครูบาอาจารย์นั้นมีความทุกข์เหลือเกิน ตัวเองทุกข์คนเดียวไม่พอ ยังพลอยให้นิสิตนักศึกษาทุกข์ไปด้วย ที่เป็นเช่นนั้นแสดงว่า ... ต้องมีอะไรผิดพลาดในระบบการศึกษาของชาติเป็นแน่”

“คุณเห็นว่าผิดพลาดอย่างไร ?” เราซักถามต่อ

“ผมว่าครูบาอาจารย์สอนผิด พวกเขาสอนให้คนมีความทุกข์ แทนที่จะสอนให้คนมีความสุข ผมไปเตือนพวกเขาให้เปลี่ยนวิธีสอนใหม่ เพื่อให้นิสิตนักศึกษามีความสุข พวกเขาไม่เชื่อผม ผมจึงลาออกมาขับแท็กซี่เลยครับ”

 

 

“คุณบอกพวกเขาว่าอย่างไร

“อักษรไทยมีพยัญชนะกี่ตัวเขาย้อนถาม

“สี่สิบสี่ตัว” เราตอบ

“ในสี่สิบสี่ตัวนี้ ... ท่านทราบไหมว่าอักษรตัวไหนดี? และตัวไหนชั่ว? ผมไปบอกครูบาอาจารย์ให้สอนเด็กว่าอักษรตัวไหนเป็นตัวดี และตัวไหนเป็นตัวชั่ว เด็กจะได้ไม่ทุกข์ พวกครูบาอาจารย์ไม่ฟังผม พวกเขาบอกว่าตัวอักษรไม่มีตัวดีตัวชั่ว มีแต่ตัวกลางๆ”

เราถามเขาว่า “อักษรอะไรคือตัวดี อะไรคือตัวชั่ว

“ตัวอักษรชั่ว มี ๓ ตัว คือ ล ก ล และตัวดีมี ๓ ตัว คือ พ ห ช”

“ล ก ล หมายถึงอะไร”

เขาตอบว่า “ท่านเป็นพระไม่รู้เรื่องนี้ได้อย่างไร พระพุทธเจ้ายังสอนไว้ว่า ... ล ก ล คือ โลภ โกรธ หลง นั่นไง มันชั่วใช่ไหมท่าน

“ใช่แล้ว ! ... โลภ โกรธ หลง เป็นอกุศล เป็นรากเหง้าของความชั่ว คุณเล่นย่ออย่างนี้ใครจะไปรู้”

 

 

“... ว่าแต่ พ ห ช คืออะไร? เป็นตัวดีจริงหรือเปล่า 

เขาตอบว่า

“เพื่อนคนขับแท็กซี่ด้วยกัน มีความทุกข์มาก เขาบ่นว่าค่าเช่าราคาแพง  รายได้ก็น้อย แต่ผมไม่ทุกข์ เพราะผมใช้ พ. พาน คือ รู้จักพอ คนเราถ้ารู้จักพอจะมีความสุขใช่ไหม

เรานั้นเห็นด้วยกับคำตอบของเขา จึงถามต่อไปว่า “ห. คืออะไร

เขาตอบว่า “ห. คือรู้จักให้ ถ้าผู้โดยสารต่อราคากับผม ผมลดลงให้เขาบ้าง ถ้าผู้โดยสารขอให้ผมไปส่งต่ออีกนิด ผมก็ไปให้ ผมถือว่าผมให้บริการแก่ผู้โดยสาร ผู้โดยสารก็ให้ค่าสงสารแก่ผม”

เราก็เห็นด้วยกับเขา ... สังคมจะอยู่ได้เพราะการให้ และการรับ จิตที่คิดจะให้ ... สบายกว่าจิตที่คิดจะเอา

ในครอบครัวใดทุกคนคิดแต่จะเอา จะไม่มีใคร แต่ถ้าทุกคนคิดแต่จะให้ ทุกคนจะได้

 

 

เราถามต่อไปว่า “แล้ว ช. คืออะไร

รถแท็กซี่ติดไฟแดงอยู่หน้าสุด ไฟเขียวกำลังส่งสัญญาณขึ้นแล้ว คนขับรถแท็กซี่ยังไม่ยอมออกรถ เพราะสนทนาธรรมเพลิน รถคันหลังเลยบีบแตรไล่

คนขับแท็กซี่จึงกล่าวว่า

“ไฟเขียวพึ่งเริ่มขึ้น เขาบีบแตรไล่ผมแล้ว ไม่รู้จะรีบร้อนไปตายที่ไหน ผมโดนบีบแตรไล่เป็นประจำ แต่ผมไม่โกรธหรือหัวเสีย เพราะผมใช้ ช. ช้างครับ”

 

 

“หมายถึงอะไร”

“ช่างเถิดครับ ผมโดนบีบแตรไล่ ผมก็คิดว่า ช่างเขาเถอะ”

นั่นคือ ... การปล่องวางแบบหนึ่ง ... ทำใจให้สบาย ...

เมื่อแท็กซี่ถึงวัดมหาธาตุฯ เราจ่ายเงินค่าแท็กซี่ไป ๖๐ บาท เพิ่มจากราคาที่ได้ตกลงกันไว้ ๑๐ บาท แต่เขาขอรับเพียง ๕๐ บาท เมื่อถามว่าเพราะเหตุอะไร

เขาตอบว่า ... “ไม่เอาครับ ผมรู้จักพอ”

แล้วเขาก็ขับรถต่อไปอย่างมีความสุข เพราะเขามีธรรมประจำใจสามข้อเท่านั้น คือ พ ห ช

คนๆ นี้เขามีธรรมประจำใจ และเขาก็ไม่ได้ท่องเป็นภาษาบาลีเขาเอามาใช้ทันที

รู้จักพอ              คือ        สันโดษ

รู้จักให้              คือ        ให้ทาน

รู้จักช่างเขาเถิด ... ปล่อยวาง

คือ จาคะ สละสิ่งที่ไม่ดีจากจิตใจ ไม่เก็บงำ

และเขานำมาใช้เป็นประจำ มันมาถูกสถานการณ์ เขาเรียกว่า ธัมมานุธัมมปฏัติ คือ เลือกธรรมข้อย่อยมาใช้ให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่เราต้องการ ...

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 49
พระจันทร์แดง วันที่ : 03/10/2008 เวลา : 16.20 น.
http://www.oknation.net/blog/moonred

อนุโมทนาสาธุด้วยครับ
ความคิดเห็นที่ 48
plejang วันที่ : 02/10/2008 เวลา : 09.06 น.
http://www.oknation.net/blog/plejang
****  A-P-P-L-E  ****  ::  + + Lonely season  + + ::

กราบนมัสการ คะ
ความคิดเห็นที่ 47
nilsamai วันที่ : 02/10/2008 เวลา : 08.43 น.
http://www.oknation.net/blog/nilsamai

นมัสการค่ะ
ความคิดเห็นที่ 46
pimahn วันที่ : 02/10/2008 เวลา : 01.04 น.
http://www.oknation.net/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2

นมัสการ พระคุณเจ้า วัดวังน้อย

เป็นข้อคิดที่ดี ที่ได้จากคนขับรถแท็กซี่
ถ้าคนเรารู้จักสันโดษ ให้ทาน และ ปล่อยวาง
คนเราก็คงไม่ทุกข์ร้อนวุ่นวายนะครับ
ใครอยู่ใกล้ ก็พลอยมีใจสุข สงบ ไปด้วย

ถ้าแค่สันโดษ รู้จักพอ รู้จักเป็นผู้ให้ และ รู้จักปล่อยวาง ผมทำได้ครับ
แต่ตัดนิวรณ์ข้อที่หนึ่ง ความสุขทางโลก ตัดไม่ได้จริงๆ

+1 โหวตให้กับธรรมทานนี้ อนุโมทนาครับ
ความคิดเห็นที่ 45
Cat@ วันที่ : 01/10/2008 เวลา : 20.12 น.
http://www.oknation.net/blog/catadler


กราบพระอาจารย์ค่ะ

ขอโมทนาบุญ
ความคิดเห็นที่ 44
thesaint วันที่ : 01/10/2008 เวลา : 19.00 น.
http://www.oknation.net/blog/thesaint
---- การมีสายยางอยู่ในจมูกดูเลวร้าย แต่การดึงออกมามันทำให้ผมแทบบ้า ----


----กราบมนัสการท่านครับ งานที่ผมทำอยู่ มีปัญหา มีแรงกดดันอยู่ตลอด แต่ผมบอกกับตัวเองว่า ผมไม่คิดจะท้อกับมันครับ -----
ความคิดเห็นที่ 43
หมีปิศาจ วันที่ : 01/10/2008 เวลา : 17.16 น.
http://www.oknation.net/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

นมัสการพระคุณท่านครับ

ขออนุญาตมาเรียนรู้หลัก พ ห ช ของ คนขับแท็กซี่คนนั้นครับ
ความคิดเห็นที่ 42
นายไขเคว็ดบ้านโคกหม้อ วันที่ : 01/10/2008 เวลา : 13.52 น.
http://www.oknation.net/blog/khokmaw
ตำบลชายคลอง บ้านโคกหม้อ : พันธะชีวา นยะสหคาม (Community Live)


ภรรนั้นขรับ
ความคิดเห็นที่ 41
chai14 วันที่ : 01/10/2008 เวลา : 11.02 น.
http://www.oknation.net/blog/kittichaiblog
สมาชิกชมรมคนรักษ์ภาษาไทย

นมัสการครับ
ความคิดเห็นที่ 40
ดอกเหมย1 วันที่ : 01/10/2008 เวลา : 09.32 น.
http://www.oknation.net/blog/janenee1

กราบนมัสการค่ะ

ธรรมะเป็นอาหารใจ

อยู่ที่จะบริโภคและย่อยอย่างไร/ขอบคุณค่ะ
ความคิดเห็นที่ 39
ลุงจ่าใจดี วันที่ : 01/10/2008 เวลา : 08.51 น.
http://www.oknation.net/blog/loongja2501

สาธุ...แวะมาเยี่ยมชม ขอรับ...
ความคิดเห็นที่ 38
ดินเดินทาง วันที่ : 01/10/2008 เวลา : 08.26 น.
http://www.oknation.net/blog/din-travel
"การเดินทางของ "ดิน" เม็ดเล็ก ๆ ที่ทิ้งเรื่องราว ไว้ยาวกว่าลมหายใจ"

กราบนัมสการพระคุณเจ้าค่ะ
ดิน อ่านแล้ว..รู้สึกดีขึ้นมากมาย
เนอะ คนเรา ถ้ารู้ 6 ตัวนี้ ชีวิตก้อเป็นสุข
ขอบพระคุณสำหรับบทความดีดี
1 โหวต ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 37
หนุ่มแปลกหน้า วันที่ : 01/10/2008 เวลา : 00.49 น.
http://www.oknation.net/blog/untameheart

นมัสการพระคุณเจ้าครับ

อ่านแล้วเกิดปัญญาครับ
ความคิดเห็นที่ 36
ภูมิรพี วันที่ : 30/09/2008 เวลา : 18.50 น.
http://www.oknation.net/blog/morningmoon

แวะมาดื่มธรรมโอสถครับ
ความคิดเห็นที่ 35
Je@b วันที่ : 30/09/2008 เวลา : 18.14 น.
http://www.oknation.net/blog/wujira
The secret of success in life is to be ready for your opportunity when it comes.ความลับของความสำเร็จ คือ เตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอสำหรับโอกาสที่มาถึง

สาธุ ค่ะท่าน
ความคิดเห็นที่ 34
สามจอ วันที่ : 30/09/2008 เวลา : 17.41 น.
http://www.oknation.net/blog/SamJaw
ชัตเตอร์ด้านได้อายอด   : เราฆาตกรรมต้นไม้เพียงเพื่อนำมันมาใช้ทำหนังสือพิมพิ์เลวๆ เจมส์ จี วัตต์ จากหนังสือ A DAY เพิ่มเติมเป้าต้องแสนห้า นะ  

สาธุขอรับ
หลวงพ่อ
ความคิดเห็นที่ 33
ลูกแม่ลำดวน วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 17.45 น.
http://www.oknation.net/blog/FriendlygirL
"...เขียนด้วยใจ เขียนด้วยฉัน..."

ได้ข้อคิดดีมากเลยค่ะ นมัสการค่ะ
ความคิดเห็นที่ 32
roselobster วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 17.40 น.
http://www.oknation.net/blog/Memyself
" บทกวีไม่ได้เป็นของคนแต่ง....แต่เป็นของคนที่ต้องการมันต่างหาก " 

กราบนมัสการพระคุณเจ้า ค่ะ
ความสุขอยู่ที่ใจเมื่อใจเรารู้สึกว่าพอ..
ก็ไม่เกิดความโลภเพียงแค่นี้ ก็ไม่อยากได้ใคร่มีในสิ่งที่ฟุ้งเฟ้อ
และไม่ใช่ของของตน ความสุขอยู่แค่เอื้อจริง ๆ ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 31
เด็กชายนะโม วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 11.22 น.
http://www.oknation.net/blog/rattamontri
รักเป็นไฟไหม้เจ้าถึงเถ้าธุลี

นมัสการขอรับ
หลวงพ่อ

ถวายความนอบน้อม
ในวันพระขอรับ

ความคิดเห็นที่ 30
นายโจอี้ วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 10.34 น.
http://www.oknation.net/blog/mrjoey

เห็นได้ชัด ว่าความวุ่นวายของสังคม เกิดจากการที่ไม่มี พ ห ช

ความคิดเห็นที่ 29
chedtha วันที่ : 29/09/2008 เวลา : 00.06 น.
http://www.oknation.net/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)

นมัสการครับ ท่าน wadwangnoy

เห็นด้วยกับคนขับแท็กซี่คนนี้ครับ
ความสุขอยู่ที่ใจเรา ไม่ว่าเราจะทำอาชีพอะไร ถ้ารู้จักพึงพอใจ ไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง
คนเราก็ใช้ชีวิตอยู่อย่างเป็นสุขได้
ลาภ ยศ สรรเสริญ เป็นสิ่งไม่ยั่งยืน มีได้ ก็หมดได้
แต่ความสุขสงบในใจ เราต้องสร้างเอง ทำเอง เข้าใจเอง ปฏิบัติเอง

ขออนุโมทนาครับ
+1 โหวตให้กับบทความธรรมะในวันนี้

มาเชิญไปชมภาพจากพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ชีวิตชาวนาเยอรมันต่อครับ
http://www.oknation.net/blog/chedtha/2008/09/28/entry-1

ไว้ปีหน้าจะหาโอกาสไปดูชีวิตชาวนาจริงๆ ว่าเขาทำนากันอย่างไร
ปีนี้ ไปดูไม่ทันแล้วครับ เพราะเขาเก็บเกี่ยวกันไปหมดแล้ว
ตอนนี้เป็นฤดูใบไม้ร่วงแล้ว อีกไม่นานก็จะเป็นฤดูหนาวอันยาวนาน
ความคิดเห็นที่ 28
hdiamond วันที่ : 28/09/2008 เวลา : 10.37 น.
http://www.oknation.net/blog/hdiamond

นมัสการครับ
ผมเห็นด้วยว่าชีวิตในมหาวิทยาลัยนั้นมีแต่ทุกข์
ไม่ว่าจะทำอะไรก็มีแต่ ล ก ล เต็มไปหมดเลย

อีกอย่างหนึ่งผมสับสนระหว่าง จาคะ กับทานมานานแล้ว
ก็เพิ่งได้รู้วันนี้นี่เองว่ามีความต่างกันอย่างไร แต่สองสิ่งนี้ก็ต้องเริ่มที่ใจเหมือนกัน

สิ่งที่ท่านนำมาบอกกล่าวเป็นประโยชน์มาก
แต่ผมจะนำไปใช้ได้อย่างคนขั้บแท็กซี่คนนี้รึเปล่าน้อ
ความคิดเห็นที่ 27
อิมกุดั่น วันที่ : 28/09/2008 เวลา : 06.13 น.
http://www.oknation.net/blog/im
       ...คนรักป่า...        ...ผูกมิตรด้วยอักษร...       

สาธุค่ะ ป้าอิมจะจำไว้สอนเด็กๆ ต่อไป ความรู้วันนี้ดีจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 26
plejang วันที่ : 27/09/2008 เวลา : 23.47 น.
http://www.oknation.net/blog/plejang
****  A-P-P-L-E  ****  ::  + + Lonely season  + + ::

กราบนมัสการค่ะ


รู้จักพอ คือ สันโดษ


รู้จักให้ คือ ให้ทาน


รู้จักช่างเขาเถิด ... ปล่อยวาง


คือ จาคะ สละสิ่งที่ไม่ดีจากจิตใจ ไม่เก็บงำ

จะเก็บไว้เตือนสติคะ
ความคิดเห็นที่ 25
plsforgiveme วันที่ : 27/09/2008 เวลา : 23.40 น.
http://www.oknation.net/blog/plsforgiveme

กราบนมัสการค่ะ

ขอบพระคุณค่ะสำหรับเรื่องดีๆ
ความคิดเห็นที่ 24
turtlerun วันที่ : 26/09/2008 เวลา : 22.10 น.
http://www.oknation.net/blog/turtlerun

นมัสการครับ
ความคิดเห็นที่ 23
kruhnoi วันที่ : 26/09/2008 เวลา : 20.50 น.
http://www.oknation.net/blog/kruhnoi
You're my destiny !!!

สาธุเจ้าค่ะ


ความคิดเห็นที่ 22
windmill วันที่ : 26/09/2008 เวลา : 18.27 น.
http://www.oknation.net/blog/windmill


ดีจังค่ะ
ความคิดเห็นที่ 21
เคียงดิน วันที่ : 26/09/2008 เวลา : 16.04 น.
http://www.oknation.net/blog/keangdin
แม้สูงเสียดฟ้า หากปรารถนาจะเคียงดิน

นมัสการค่ะท่าน มหันตา แปลว่าอะไรคะท่าน
ความคิดเห็นที่ 20
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 26/09/2008 เวลา : 15.17 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob

กำลังรู้สึกไม่สบายใจ อ่านเรื่องนี้แล้ว ทำใจได้บ้างครับ

พ ห ช

กราบนมัสการครับ
ความคิดเห็นที่ 19
เอื้อยนาง วันที่ : 26/09/2008 เวลา : 05.34 น.
http://www.oknation.net/blog/ouynang

บางทีความรัก ความห่วงใยที่มีต่อสังคมสิ่งแวดล้อมก็เป็นความทุกข์อย่างยิ่ง เราก็รู้อยู่ แต่มันขจัดออกไปไม่ได้ หากไม่ให้เสพข่าว ปิดหู ปิดตา ไม่รับรู้สิ่ง แต่ใจมันก็ไม่สงบอยู่ดี ก็หันมาหางานอย่างท่านว่านั่นแหละ แท๊กซีเขาสุขอยู่ได้ด้วยความพอใจในงานที่ได้ทำของเขาอย่างอิสระ ผิดกับภาวการ์ใกล้ชิดชนชั้นในระบบราชการที่เขาสัมผัสมา มันทำให้เขาเกิดทุกข์
แบบนี้จะทำอย่างไรเล่าคะ
ความคิดเห็นที่ 18
ทิพย์อาภา วันที่ : 25/09/2008 เวลา : 19.39 น.
http://www.oknation.net/blog/rpa

นมัสการพระคุณเจ้า
มาศึกษา ความรู้เจ้าค่ะ
ความคิดเห็นที่ 17
TL วันที่ : 25/09/2008 เวลา : 18.04 น.
http://www.oknation.net/blog/timeless
L e t's  A   L i T T l e   S u R p R i s e     R e a LLy     H a P P e n    To  U

ปรับเปลี่ยนหลักการเรียนรู้ และ การบวนการในการ คิด-จำ
เห็นด้วยค่ะที่สอนให้คนเราเรียนรู้ความทุกข์ก่อน เพราะจะได้รู้ว่าสิ่งไหนคือความสุข (และเพื่อที่จะให้คนเราได้ยึดถือเป็นแบบอย่างในการประพฤติ ปฎิบัติ ว่าทำสิ่งนี้แล้วเป็นทุกข์ ไม่ดี ไม่ควรทำ สังคมปัจจุบันจะได้น่าอยู่ขึ้น)
ความคิดเห็นที่ 16
เป๊ปซี่ วันที่ : 25/09/2008 เวลา : 17.37 น.
http://www.oknation.net/blog/Pepsi8

....ถ้าเป็นแท็กซี่ตอนนี้คงไม่ได้แล้วนะครับหลวงพี่...

....เพราะค่าน้ำมันมันแพง...

....ค่าครองชีพก็แพงขึ้น...

...รู้จักพอ...แต่ที่ได้มันยังไม่เคยถึงขั้นทำให้พอได้เลย...

...ปล่อยวางไปแล้ว...แต่เดี๋ยวมันก็กระโดดเกาะใหม่...!!!
ความคิดเห็นที่ 15
แสงพูไชย วันที่ : 25/09/2008 เวลา : 15.56 น.
http://www.oknation.net/blog/sengphouxayi
เห็นว่าผักหอมเหี้ยนแคมสวนอย่าฟ้าวย่ำหลายเน้อบาตมันพอฝุ่นน้ำยังสิปี้นป่งใบแท้แล้ว 

ใช่....คนที่ภูมิใจในการทำงาน..ไม่ว่าเหนื่อยแค่ไหนก็ทำ..และทำอย่างมีความสุข
ความคิดเห็นที่ 14
คุณเจม วันที่ : 25/09/2008 เวลา : 14.27 น.
http://www.oknation.net/blog/terdsak
+ หนาวแล้วสุขสดชื่น +

กราบนมัสการครับ..
ความคิดเห็นที่ 13
เมธา วันที่ : 25/09/2008 เวลา : 13.18 น.
http://www.oknation.net/blog/talkwithMetha

นมัสการครับ
ดีครับหลวงพี่ สอนพระธรรมผ่านอินเตอร์เนต
ความคิดเห็นที่ 12
ลุงฟาง วันที่ : 25/09/2008 เวลา : 12.58 น.
http://www.oknation.net/blog/semtele

ความพอในความพอใจ มีความสุขครับ
ความคิดเห็นที่ 11
cozy วันที่ : 25/09/2008 เวลา : 09.58 น.
http://www.oknation.net/blog/kakalot
เลี้ยวซ้ายผ่านตลอด  แต่ระวังพวกขวาจะพิฆาตนะ

เยื่ยมเลยครับ ได้ข้อคิดดีๆจริงๆ

สาธุ
ความคิดเห็นที่ 10
มะค่าโมง วันที่ : 25/09/2008 เวลา : 09.26 น.
http://www.oknation.net/blog/makamong

กราบนมัสการเจ้าค่ะ
ความคิดเห็นที่ 9
บ่าวยัณ วันที่ : 24/09/2008 เวลา : 23.46 น.
http://www.oknation.net/blog/TheYann

นมัสการครับท่าน
ได้รับสิ่งดีๆก่อนนอน