พิมพ์หน้านี้
|
ทำดีไม่ได้ดี
บางคนชอบพูดกันว่า ทำดีไม่ได้ดี และทำชั่วไม่ได้ชั่ว ซึ่งเป็นการคัดค้านคำสอนพระพุทธเจ้า และหลักกรรม การกล่าวเช่นนี้ เป็นผลมาจากการเข้าใจความดีความชั่วผิด
ในปัจจุบัน คนมองผลได้ผลเสียทางวัตถุภายนอก คือ เข้าใจว่า ดี คือลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ชั่ว คือ เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์ เมื่อทำดีจะต้องได้ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ทำชั่วแล้วจะต้องเสื่อมลาภ เสื่อมยศ ถูกนินทา ทุกข์
เมื่อทำดีแล้วไม่ได้สิ่งเหล่านี้ หรือทำชั่วแล้วไม่ได้สิ่งเหล่านี้ ก็เลยเข้าใจว่า ทำดีไม่ได้ดี ทำชั่วไม่ได้ชั่ว ความจริง ดีหรือชั่วมิใช่ลาภ ยศ เสื่อมลาภ เสื่อมยศ สิ่งเหล่านี้เป็นผลพลอยได้ทางสังคมของกรรมเท่านั้นถ้าผู้ทำอยู่ในภาวะสังคมที่เหมาะสม เขาอาจจะได้รับผลทางสังคมเหล่านี้ทันที ถ้าภาวะทางสังคมไม่เอื้ออำนวยที่จะก่อให้เกิดผลการกระทำนั้นก็อาจจะไม่มีผลทางสังคมเลยก็ได้ ส่วนผลโดยตรงของกรรม คือสภาพสูงต่ำทางจิตใจ และนั้นคือดีแท้ชั่วแท้ เพราะฉะนั้น ทำดีต้องได้ดี ทำชั่วต้องได้ชั่วแน่นอน
กรรมทุกชนิดที่คนทำแล้ว ก็เปรียบเหมือนเทถังสีลงไปในกระแสน้ำสีจะเข้าผสมน้ำไหลเป็นทางไป แต่ยิ่งไหลไปไกลสีก็ยิ่งซีดจางลงจนหายไปในที่สุด อีกอย่างหนึ่ง เมื่อกระทำกรรมอย่างหนึ่งอย่างใดลงไปเปรียบเหมือนคนที่กินยาสั่งเข้าไป เมื่อใดเขารับประทานอาหารที่เป็นปรปักษ์กับยาสั่งเข้า เมื่อนั้นยาสั่งก็จะแสดงฤทธิ์เป็นอันตรายแก่เจ้าตัวทันที แต่ถ้าบุคคลนั้นไม่มีโอกาสได้กินอาหารที่เข้ากับยาสั่ง เวลาผ่านไปนานเข้า ฤทธิ์ยาก็จะค่อยๆ จางลงในที่สุด และไม่มีแรงพอที่จะแสดงฤทธิ์ได้ แม้จะกินอาหารแสลงเข้าไปก็ตามกรรมที่อยู่ในสภาพสิ้นกำลังแล้วเช่นนี้เรียกว่า อโหสิกรรม
|