วันจันทร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2551
คำพูดเป็นนาย
Posted by
ขุมทรัพย์เพชร.
,
ผู้อ่าน : 166
, 16:19:05 น.
พิมพ์หน้านี้
|
ได้อ่านบทสัมภาษณ์ ที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ที่ให้กับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น และหนังสือพิมพ์ "มติชน" ฉบับวันที่ 12 กุมภาพันธ์ นำมาตีพิมพ์แบบคำต่อคำ
โดยเฉพาะเรื่องจำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ที่นายสมัครบอกว่า มีผู้เสียชีวิตเพียง 1 ราย
แม้ว่านักข่าวซีเอ็นเอ็นจะถามย้ำว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการมี 46 ราย
นายสมัครก็ยังย้ำคำตอบเดิมว่า "ไม่ สำหรับผม ไม่มีใครเสียชีวิตยกเว้นชายผู้โชคร้ายคนหนึ่งที่ถูกทำร้ายและถูกเผาที่สนามหลวง มีผู้เสียชีวิตเพียงคนเดียวในวันนั้น"
ไล่ข่าวที่ตีพิมพ์ในกรอบเดียวกัน มีคำให้สัมภาษณ์ของ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ที่ใกล้ชิดกับเหตุการณ์ แทนที่ นพ.สุรพงษ์จะให้ความกระจ่างได้ กลับทำท่างงกับคำถาม แล้วไม่ตอบอะไร
กลายเป็นนายอภิชาต ศักดิเศรษฐ ที่ไม่มีบทบาทอะไรในเหตุการณ์ 6 ตุลา ออกมาตอบโต้นายสมัคร ว่าพูดบิดเบือนข้อเท็จจริง พร้อมหยิบยกข้อมูลที่ทางราชการยอมรับ ว่ามีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ถึง 46 ราย
จากนั้น ก็มีการเคลื่อนไหวของคนเดือนตุลาตามมา ซึ่งก็เป็นเรื่องที่สมควรและจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้ข้อเท็จจริงกระจ่าง ด้วยข้อมูล ตัวเลข ที่ยืนยันได้
อย่างไรก็ตาม แวบแรกที่อ่านคำให้สัมภาษณ์ มีคำถามว่านายสมัคร อายุเท่าไหร่
เป็นไปได้หรือไม่ที่คนที่เกิดปี 2478 ปัจจุบันก็ปาไป 73 ปีแล้ว ความทรงจำก็เลยเลือนไป
แต่ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะขณะนั้นนายสมัคร เป็นรัฐมนตรีมหาดไทย และเหตุการณ์นั้น มีทั้งรูป ทั้งข่าว เผยแพร่เต็มไปหมด
ภาพผู้เสียชีวิต ทั้งถูกยิง ถูกเผาอย่างโหดเหี้ยม แพร่กระจายไปแม้กระทั่งในต่างประเทศ
ทุกปีที่เมื่อถึงวันครบรอบ 6 ตุลา บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่นายสมัครจบระดับปริญญาตรีมา ก็จะมีการจัดงานรำลึก ซึ่งจะร่วมงานรำลึกเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 ด้วย
นายสมัคร จะไม่รับรู้เลยหรือ?
หรือว่าเรื่องอายุ มันความเกี่ยวพันผกผันกับความทรงจำจริงๆ
เพราะย้อนไปเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายสมัครพูดในรายการ "สนทนาประสาสมัคร" ต่อว่านักข่าวทีวีช่อง 9 ว่า รายงานข่าวการให้สัมภาษณ์ของนายสมัครที่มีกับผู้สื่อข่าวต่างประเทศ แบบไม่ค่อยญาติดีกับนายสมัคร สักเท่าไหร่
เพราะไปเสนอข่าวว่า นายสมัครจะเสนอคณะรัฐมนตรีออกมติสั่งยกเลิกมาตรการกันสำรอง 30% ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
พร้อมทั้งกระแทกแดกดันนักข่าวไทยว่า "พูดกับนักข่าวฝรั่งมังค่าเขายังเข้าใจ"
ก็เลยลองไปค้นข่าวรอยเตอร์ที่ตีพิมพ์ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ได้มาดังนี้
Prime Minister Samak Sundaravej said on Friday.
"It is agreed together with the six coalition partners that it will be removed," Samak told reporters, referring to the measure requiring 30 percent of foreign inflows to be held at the central bank for a year, interest free.
"It must be done by an order of the Bank of Thailand with the consent of the cabinet,"
แปลได้ประเด็นสำคัญ 2 ประเด็น คือ 1.พรรคร่วมรัฐบาล 6 พรรคเห็นชอบร่วมกันว่าจะต้องยกเลิกมาตรการกันสำรอง 30%
และ 2.ธนาคารแห่งประเทศไทยจะเป็นผู้ออกคำสั่งด้วยความยินยอมของคณะรัฐมนตรี
อ่านแล้ว ก็ไม่เห็นว่าผู้สื่อข่าวช่อง 9 รายงานข่าวผิดตรงไหน
สำหรับผู้ชายในวัย 73 ปี ที่เคยพบ มีทั้งแบบที่เห็นอะไรก็ไม่ถูกใจหมด เดี๋ยวก็บ่น เดี๋ยวก็ว่า บางคนบุคลิกน่านับถือ วางตัวเป็นผู้ใหญ่ เป็นหลักให้ผู้คนรอบข้างได้ บางคนเงียบขรึม ไม่พูดจา ไม่สนใจใคร
แต่สำหรับผู้ชายวัย 73 ปี ที่ดำรงตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี" นั้น ผู้คนจะคาดหวังอีกแบบ
ในฐานะผู้นำประเทศ เราคาดหวังให้การปฏิบัติและคำพูดคำจา ล้วนต้องน่าเชื่อถือ จะพูดก็เพราะได้กลั่นกรองแล้วว่า มีข้อมูล ข้อเท็จจริง พูดแล้วจะเป็นหลักให้ผู้คนในสังคมเชื่อมั่นได้ว่า เป็นไปตามนั้นจริง หรือจะกระทำตามนั้นจริง
ถ้าพูดแล้วผิดพลาด ไม่รับผิดชอบกับคำพูดของตัวเอง แรกๆ ก็อาจจะได้รับการให้อภัย แต่นานไป ความเสื่อมก็จะมาเยือนผู้พูดเอง
ไม่งั้นจะมีคำโบราณที่ว่า "คำพูดเป็นนาย" ไว้ทำไม
ตอบ..ก็ไว้คอยเตือนสติก่อนที่จะพูดไง
จากคอลัมน์เดินหน้าชน โดยเสารส รณเกียรติ น.ส.พ.มติชน 18 ก.พ. 51
|