วันจันทร์ ที่ 7 เมษายน 2551
ถามหาสัจจะในหมู่....
Posted by
ขุมทรัพย์เพชร.
,
ผู้อ่าน : 245
, 00:44:00 น.
พิมพ์หน้านี้
|
เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2550 นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตประธานสภานโยบายและยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อแผ่นดิน เปิดบ้านต้นสน ภายในซอยปรีดีพนมยงค์ 14 เลี้ยงอาหารค่ำแกนนำพรรคชาติไทย และพรรคเพื่อแผ่นดิน เพื่อหารือท่าทีในการร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน หลังจากทั้งสองพรรคเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล แต่โดนกระแสสังคมกดดันให้ไปจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์แทน
ผู้เข้าร่วมประชุม อาทิ นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย, พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทย, นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รองหัวหน้าพรรคชาติไทย, นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน, นายวัฒนา อัศวเหม ประธานพรรคเพื่อแผ่นดิน, พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน, นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ, นายพินิจ จารุสมบัติ, นายสุชาติ ตันเจริญ, นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ และว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี แกนนำพรรคเพื่อแผ่นดิน
จากนั้นกำหนดเป็นมติให้นายบรรหาร นายสุวิทย์ และนายวัฒนา ร่วมกันแถลงเงื่อนไขให้พรรคพลังประชาชนยอมรับก่อนเจรจาเข้าร่วมรัฐบาล ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาความแตกแยกภายในชาติ หากไม่ยอมรับก็ไม่สามารถร่วมงานกันได้ ทั้งหมดมี 5 ข้อ ดังนี้
1.ต้องเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และจะล่วงละเมิดมิได้
2.ต้องไม่ก้าวล่วง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ถือเป็นรัฐบุรุษที่สูงสุดในบรรดาผู้คนทั้งหลาย และเป็นที่เคารพของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ
3.ต้องไม่มีการล้างแค้นซึ่งกันและกัน เพราะหากมีการล้างแค้นเกิดขึ้นแล้วจะเกิดการล้างแค้นไม่สิ้นสุด
4.พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยต้องไม่มีการแทรกแซงและก้าวก่าย
5.คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) จะต้องไม่ยุบไม่ยกเลิก และต้องไม่ไปแตะต้อง
มาวันนี้ วิปรัฐบาลเตรียมยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ยกเลิกมาตรา 309 บทบัญญัติที่รองรับประกาศคณะปฏิรูปการปกครอง รองรับการทำงานของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) โดยเฉพาะประกาศฉบับที่ 30 ว่าด้วยการแต่งตั้ง คตส.
นั่นหมายถึงกระบวนการสอบสวนทั้งหมดที่ผ่านมาเป็นโมฆะ หรือเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น เปิดช่องให้ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ต้องไปสู้คดีในชั้นศาล
นั่นหมายถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคแกนนำรัฐบาลขัดกับเงื่อนไขข้อ 4 ข้อ 5 อย่างชัดเจน และยังนำไปสู่สถานการณ์ที่สวนทางกับเงื่อนไขข้อ 3 อีกด้วย
วันก่อน (3 เม.ย.51) น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา รองหัวหน้าพรรคชาติไทย ให้สัมภาษณ์ยอมรับว่าสมาชิกภายในพรรคส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยที่จะให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 309 และจะหารือเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวในที่ประชุมพรรคเพื่อกำหนดท่าทีอีกครั้งในช่วงสัปดาห์หน้า
ถ้ายังเป็น "วิญญูชน" ผู้ยึดถือสัจจะวาจา ยึดถือสัญญาที่ให้ไว้ต่อสังคม พรรคชาติไทย รวมถึงพรรคเพื่อแผ่นดิน โดยเฉพาะนายสุวิทย์ คุณกิตติ มีทางเลือกแค่ทางเดียว ทางอื่นไม่มี
นั่นคือแสดงจุดยืนคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ส่งผลกระทบเงื่อนไข 5 ข้อที่ประกาศไว้ ในกรณีพรรคพลังประชาชนยังดึงดันเดินหน้าต่อไป ทั้งสองพรรคต้องถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล เพื่อกดดันให้ยุติการแก้ไข
อย่าได้ใช้ลีลาโวหาร หรือข้ออ้างแบบสีข้างเข้าถูเพื่อให้ได้อยู่ร่วมรัฐบาลต่อไป เพราะคำแถลงวันที่ 27 ธันวาคม 2550 มันมัดแน่นเกินกว่าจะตะแบงไปทางใดได้
ดังนั้น ทั้งสองพรรคจะประชุมกำหนดท่าทีอย่างไรก็อย่าลืมคำแถลงของหัวหน้าพรรค 2 พรรคในคืนดังกล่าวด้วย
อย่าให้กลายเป็นว่า พอได้รับประทานอาหารฝรั่งแกล้มไวน์ชั้นยอดของนายสุรเกียรติ์ไปแล้วเกิดสำนึกบุญคุณ อยากเอาใจเจ้าภาพ จึงจำต้องแถลงเงื่อนไขสวยหรูเพื่อให้เจ้าภาพสบายใจ โดยลึกๆ แล้วไม่คิดยึดถืออะไรเป็นจริงเป็นจัง
ลองสองพรรคไม่คำนึงถึง "สัจจะวาจา" ที่หัวหน้าให้ไว้ต่อสังคมในวันนั้น
ดูซิว่า ตระกูลนักการเมืองใหญ่อย่าง "ศิลปอาชา-คุณกิตติ" จะยังเชิดหน้าชูตาอยู่ในสังคมได้อย่างไร
โดยไม่โดนผู้คนก่นด่าว่ามีนิสัย "ตอหลดตอแหล" ไปวันๆ หรือไม่
โดย ภาคภูมิ ป้องภัย จากหนังสือพิมพ์มติชน 6 เม.ย. 51
|