พิมพ์หน้านี้
|
ปัญหาการขาดแคลนแพทย์ในไทยนั้นตามความเห็นของผมเริ่มต้นมาจากระบบการศึกษาและค่านิยมของสังคม ไม่เชื่อลองไปหยิบเด็กที่มีเกรดเฉลี่ยม.ปลายมากกว่า ๓.๐๐ มาถามดูสิว่าผู้ปกครองของเขาอยากให้เรียนอะไร แม้ว่าในช่วงหลังๆเด็กจะกลัวการถูกฟ้องร้องมากขึ้นแต่ผู้ปกครองเกิน ๗๐% น่าจะยังคงยืนยันให้ลูกตัวเองเรียนหมอด้วยสาเหตุต่างๆนานาตามแต่จะชักแม่น้ำทั้งห้ามา แล้วถามว่าค่านิยมแบบนี้ก่อให้เกิดอะไรตามมา คำตอบคือ ๑.เราได้คนที่เรียนเก่งแต่ไม่อยากเป็นหมอเข้ามาในระบบ ๒.เราตัดโอกาสคนที่มีจิตใจดีแต่เก่งสู้คนกลุ่มแรกไม่ได้(ทั้งๆที่เกรดไม่ได้บอกอะไรเลย) ผลที่ตามมาคือเด็กเก่งที่ไม่มีอุดมการณ์เรียนตามค่านิยม+หวังกอบโกยเข้ามาในระบบมากขึ้น เมื่อได้ใบประกอบโรคศิลปะคนพวกนี้จึงพร้อมที่จะออกไปสู่โรงพยาบาลเอกชนเพื่อหาประโยชน์ให้ตัวเอง อีกทั้งเด็กเก่งๆที่ต้องการประสบความสำเร็จในชีวิตก็คงไม่อยากไปจมปลักอยู่โรงพยาบาลชุมชนขนาด ๓๐ เตียงหรอก ผมในฐานะที่เรียนหมอมา ๓ ปีกว่าจึงขอยืนยันว่าคนโง่สามารถเรียนหมอได้และอาจเป็นหมอที่ดีกว่าอาจารย์แพทย์บางคนด้วยซ้ำ อีกปัญหาที่โรงเรียนแพทย์ควรตอบแก่สังคมคือระบบการเรียนต่อแพทย์ประจำบ้านที่เป็นการดึงหมอจากชนบทไปกระจุกตัวอยู่ในเมืองหรือไม่? และมีแพทย์ประจำบ้านสักกี่เปอร์เซ็นที่เมื่อเรียนต่อเฉพาะทางจบแล้วกลับไปอยู่โรงพยาบาลเดิม? วิธีแก้คือเราอาจต้องประเมินกันจริงๆว่าที่แพทย์เฉพาะทางเราขาดแคลนเพราะเราเปิดสอนกันน้อยเกินไปหรือเพราะว่าแพทย์ส่วนนี้ไหลออกนอกระบบกันแน่ แล้วแพทยสภาค่อยมากำหนดกันอีกทีว่าแต่ละราชวิทยาลัยควรรับแพทย์กี่คนและโรงเรียนแพทย์แต่ละแห่งควรมีแพทย์ประจำบ้านกี่คน ส่วนที่มีมหาวิทยาลัยเกิดใหม่ต่างๆมาตีโพยตีพายว่าให้มีการเปิดสอนแพทย์ในสถาบันของตนโดยอ้างว่าเพื่อผลิตแพทย์ให้เพียงพอต่อความต้องการนั้น ผมว่ามันน่าตลกสิ้นดีเพราะเป็นการซ้ำเติมระบบการศึกษาแพทยศาสตร์ที่ล้มเหลวหวังเฉพาะจำนวนแต่ไม่ควบคุมคุณภาพ บางสถาบันยังเปิดคณะวิทยาศาสตร์ได้ไม่กี่ปีก็มาขอเปิดคณะแพทย์ที่ต้องใช้ความพร้อมทั้งเครื่องมือและบุคลากรได้อย่างไร หากเรายังแก้ปัญหาแรกที่รับแต่คนเก่งโดยไม่สนใจคนดีต่อไป ต่อให้มีโรงเรียนแพทย์ทุกจังหวัดก็ไม่สามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนแพทย์ได้และจะยิ่งทำให้แพทย์ออกมาไร้คุณภาพอย่างที่คณะวิศวกรรมเคยประสบ กลับมามองที่รามาธิบดีบ้าง ที่นี่มีบางสิ่งที่คนทั่วไปคงสงสัยนั่นคือ "กลุ่มมนุษย์ชุดเขียว" ที่ใส่เสื้อกาวน์สวมรองเท้าแตะเดินร่อนทั่วโรงพยาบาลนั้นเป็นใคร?? ชาวรามาธิบดีเองอาจเห็นเรื่องนี้เป็นสิ่งชินตา แต่เชื่อไหมครับว่าที่อื่นเขาไม่ทำแบบนี้กัน ผมรู้จักพี่คนนึงเป็นพยาบาลศิริราชมาเรียนต่อโทที่รามาฯ สิ่งแรกที่เขาถามคือที่นี่ปล่อยให้"มนุษย์ชุดเขียว" ใส่ชุดORเดินร่อนทั่วโรงพยาบาลอย่างนี้ได้อย่างไร(ลืมบอกไปว่าพี่คนนี้เป็นscrub nurseอยู่ศิริราชมา ๔ ปี) ที่ศิริราชจะไม่ยอมให้มีการเอาชุดORออกมาใส่ภายนอกเด็ดขาดไม่ว่าใครเมื่อผ่าตัดเสร็จก็ต้องเปลี่ยนชุดออกไปภายนอก เพื่อจะได้ไม่เอาเชื้อโรคจากภายนอกเข้าORและเอาเชื้อโรคจากORมาแพร่สู่ภายนอก นี่ยังไม่นับexternที่พร้อมใจกันทำตัวเป็น"มนุษย์ชุดเขียว"ด้วยเหมือนกันโดยใส่ชุดORอยู่เวรไม่ว่าตัวเองนั้นจะอยู่วอร์ดไหน แล้วป้ายที่เขียนในห้องเปลี่ยนชุดจะเขียนไว้ทำไมว่า"ห้ามนำชุดจากORไปใช้ภายนอก"ในเมื่อไม่มีใครกำชับและบังคับใช้กฎนี้อย่างแท้จริง สุดท้ายอยากให้"มนุษย์ชุดเขียว"แห่งรามาธิบดีพึงระลึกเสมอว่าตัวเราเป็นใคร กำลังทำอะไรอยู่และจำคำว่า"do no harm"ได้หรือไม่ ไว้อาลัยแด่"มนุษย์ชุดเขียว" ขุมทรัพย์เพชร. วันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๑ เวลา ๒๓.๕๖ น. |
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||