*/
  • กงล้อของเวลา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2009-07-07
  • จำนวนเรื่อง : 8
  • จำนวนผู้ชม : 13266
  • จำนวนผู้โหวต : 1
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1 คน
วันจันทร์ ที่ 17 พฤษภาคม 2553
Posted by กงล้อของเวลา , ผู้อ่าน : 1050 , 10:59:25 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เกิดมาทำไม

 

คุณเคยถามตัวเองไหมว่าเราเกิดมาทำไม  แรกๆ ผมก็ไม่รู้หรอก รู้แต่ว่าแม่ผมตั้งชื่อผม

ว่าเจเพราะแม่ชอบกินเจ ผมก็เลยถูกสมมุติขึ้นมาบนโลก แม้กระทั่งงานบวชผมก็มีแต่

อาหารมังสวิรัติ  ครั้งวัยเด็กผมชอบเปิดหนังสือแผนที่โลกและอยากเดินทางไปรอบโลก

กลมๆ ใบนี้ แต่พอโตขึ้นผมรู้สึกว่ามนุษย์ส่วนใหญ่เหมือนถูกเข้าไปในโรงงานมนุษย์

เราต้องเรียนจบมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ทำงานดีๆ เงินเดือนสูงๆ แล้วก็มีครอบครัวที่อบอุ่น

มีความสุขกับครอบครัวจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต โลกของภาพยนตร์ มิวสิควีดีโอ

และโฆษณาก็ปั้นความรู้สึกให้พวกเราเห็นว่า เราเป็นคนที่ขาดความรักไม่ได้ คุณจะต้องมีแฟน

แม้แฟนคุณจะทำให้คุณดีใจ หรือเสียใจเพียงใด คุณก็จะขาดเขาไม่ได้

ผมอยากมีอยากเป็นในแบบที่โลกต้องการให้ผมเป็นนะ แต่พอความทุกข์มันเข้ามา

ผมเลยถามตัวเองว่าความสุขที่แม้จริงในชีวิตเราคืออะไร ในช่วงที่ผมบาดเจ็บทางใจ

ผมนอนซมเพราะพิษไข้ สิ่งแรกที่ผมนึกถึงคือแม่ ผมคิดถึงท่านนะทั้งในเวลาสุขและทุกข์

 

พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า การได้เกิดมาเป็นมนุษย์นั้นเป็นเรื่องยาก ต้องมีบุญมาก

อุปมาเหมือนเต่าตาบอดตัวหนึ่งดำน้ำอยุ่ในทะเล ทุกๆ 100 ปี เต่าตาบอดตัวนั้น

จะโผล่หัวขึ้นมาจากทะเลครั้งหนึ่ง  ในทะเลก็มีห่วงเล็กๆ ขนาดใหญ่กว่าหัวเต่า

หน่อยนึงลอยอยู่ 1 ห่วง โอกาสที่เต่าตาบอดตัวนั้นจะโผล่ขึ้นมา แล้วหัวสวมเข้า

กับห่วงพอดียากเพียงใด โอกาสนั้นก็ยังมีมากกว่าการที่เหล่าสรรพสัตว์นั้น

จะได้เกิดมาเป็นมนุษย์ เป็นการยากที่เราจะมีชีวิตอยู่อย่างสบายโดยไม่มีทุกข์

เป็นการยากที่เราจะได้ฟังธรรมจากสัตบุรุษ และเป็นการยากยิ่งที่พระพุทธเจ้า

จะอุบัติมาบนโลกอีกครั้ง

มีหนังสือติดอันดับขายดีของญี่ปุ่นเล่มหนึ่ง ชื่อภาษาไทยว่า ไม่ครบห้า

เป็นชีวิตจริงของคุณฮิโรทาดะ  โอโตตากะ เป็นชาวญี่ปุ่นที่เกิดที่โตเกียว

เขาไม่มีแขนขามาแต่กำเนิด แต่เขากลับเป็นคนไม่ยอมแพ้ พ่อแม่เขาเลี้ยงดู

โอโตตาเกะให้เป็นเด็กที่เข้มแข็งมาตั้งแต่เล็กๆ ไม่ให้หนีจากสิ่งต่างๆ โดยเอา

ความพิการเป็นข้ออ้าง ทำให้เขาเติบโตมาเป็นเด็กที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ

พยายามทำทุกอย่างด้วยตัวเอง จนจบปริญญา เขาไม่เคยโทษโชคชะตาฟ้าดิน

ไม่เคยคิดฆ่าตัวตาย เขาเพียงพยายามเรียกร้องให้สังคมเปิดใจให้กว้าง

ให้ทุกหัวใจในสังคมเป็นหัวใจที่ไร้สิ่งกีดขวาง ทุกวันนี้เขาเป็นกำลังใจอันยิ่งใหญ่

แก่คนพิการทั่วเกาะญี่ปุ่น

ชีวิตนี้ไม่ควรทำชั่ว

ไม่ควรอาฆาตพยาบาท

และไม่ควรเบียดเบียนผู้อื่น

ชีวิตนี้เพื่อสร้างสมคุณงามความดี

สาระสำคัญของชีวิคือความรักและความเมตตา

                                       โดยพระอาจารย์ มิตซูโอะ  คเวสโก้

ท่านพระพุทธทาส ให้ธรรมเทศนาว่า คนเราเกิดมาทำไม? คนเราเกิดมาเพื่อ

จะเดินไปตามทางที่ให้ถึงพระนิพพานในที่สุด  และให้พยายามที่จะพอกพูน

หนทางแห่งพระนิพพานนั้นอยู่ตลอดเวลา เราต้องหาวิธีว่าเดินอย่างไรเรียกว่า

เดินผิดทาง และเดินอย่างไรเพื่อถูกทาง ในบรรดาสิ่งที่ประเสริฐที่สุด

ก่อนที่ร่างกายจะแตกดับ คือการมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง จนสามารถควบคุม

ตัวกู ของกูได้ คือชาติความเกิดของตัวกูของกู ซึ่งจะทำให้ชีวิตมีความเยือกเย็น

สะอาด สว่าง สงบเย็น และเป็นประโยชน์แก่ผุ้อื่นหรือแก่โลกมากที่สุด

ขอยกคำกลอนเก่านามมาแล้วเหมือนกันของท่านพุทธทาสภิกขุ  เนื้อหาได้ให้ทัศนะต่อ

"การเกิดเป็นมนุษย์  หรือ เป็นคน ?"



เป็นมนุษย์         เป็นได้       เพราะใจสูง
เหมือนหนึ่งยูง     มีดี          ที่แววขน
ถ้าใจต่ำ            เป็นได้       แต่เพียงคน
ย่อมเสียที          ที่ตน        ได้เกิดมา
ใจสะอาด           ใจสว่าง      ใจสงบ
ถ้ามีครบ           ควรเรียก     มนุสสา
เพราะทำถูก        พูดถูก         ทุกเวลา
เปรมปรีดา         คืนวัน        ศุขสันต์จริง
ใจสกปรก          มืดมัว       และร้อนเร่า
ใครมีเข้า           ควรเรียก     ว่าผีสิง
เพราะพูดผิด        ทำผิด         จิตประวิง
แต่ในสิ่ง            นำตัว         กลั้วอบาย
คิดดูเถิด,            ถ้าใคร        ไม่อยากตก
จงรีบยก            ใจตน          รียขวนขวาย
ให้ใจสูง             เสียได้         ก่อนตัวตาย
สมหมาย            ที่เกิดมา;      อย่าเชือน เอยฯ

 

ผมรู้สึกว่า ผมควรจะได้เวลาชำระล้างใจที่มีตะกอนของกิเลส

ขุ่นๆ ได้ซะทีแล้ว ที่จริงเราไม่ต้องรอโอกาส จะดีกว่าถ้าเราลงมือทำ

ได้ตลอด แต่ช่วงถือศีลกินเจนี้ ก็เป็นช่วงเวลาอันดี ถ้าเราลดการเบียดเบียน

และป้องกันเราจะกิเลส หันมาดูแลและให้ความรักกับกายใจของเรามากขึ้น

และเผยแพร่บุญกุศลไปให้แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย คำถามคำว่าเกิดมาทำไมของผม

ผมพอเข้าใจคำตอบแล้วรอเพียงการปฏิบัติที่ยากยิ่งเท่านั้น

สุดท้ายนี้ผมก็ขอไว้อาลัยแด่การมรณะภาพของหลวงพ่อปัญญา นันทะภิกขุด้วยครับ

ขอให้หลวงพ่อได้บรรลุมรรคผลนิพพานด้วยเถิดครับ  คุณงามความดีของหลวงพ่อ

จะเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคมตลอดไปครับ

ปล.ขอขอบคุณธรรมะดีๆจากหนังสือ "เกิดมาทำไม" ของท่านพระพุทธทาส

     ธรรมมะจากพระอาจารย์มิตซูโอะ เควสโก้

     และรูปภาพสวยๆจากอินเตอร์เน็ตครับ

 

 

 

 

วัดไม่มีขา..แต่เราพาใจเข้าไป ( ลมหายใจในวัดป่า )

คุณเคยถามตัวเองถึงความหมายของชีวิตไหม ว่าเราเกิดมาต้องการอะไรในชีวิต

ถ้าเราลองพิมพ์ชื่อเราใน google เหมือนในหนังเรื่อง wanted แล้วสิ่งที่คุณ

ต้องการคือความว่างเปล่า หรือชีวิตคือความว่างเปล่า

ในวันแรกของวันหยุดยาวช่วงเทศกาลเข้าพรรษา 4 วัน ผมอยุ่ที่หน้าจอ

คอมพิวเตอร์ ผมต้องการเดินทางหาอะไรบางอย่างในชีวิต ผมพิมพ์คำว่า

รถไฟ, เชียงใหม่, อัมพวา, หัวหิน และสุดท้ายเหมือนมีอะไรบางอย่างดลใจ

สู่ keyword คำว่า วัดป่า ผมโทรบอกบุญเพื่อนสนิท แต่ทุกคนมีภารกิจใน

วันหยุดกันแล้ว แต่ไม่เป็นไร ผมมีจุดหมายในการเดินทางนี้แล้ว ช่วงตะวัน

ยามเย็นทอแสงสุดท้ายในป่าคอนกรีต จนความมืดย่างกรายเข้ามา

ผมกับสหายก้ก้าวเท้าเข้าสู่วัดสระปทุม เพื่อเวียนเทียน แสงเทียนมากมาย

ท่ามกลางเงาไม้ในเมืองใหญ่ ความสงบอยู่ไม่ไกล อยู่ที่ใจเรานั่นเอง

ผมกลับมาที่ห้องยามมืด เตรียมชุดขาวลงเป้ แล้วกัลยาณมิตรก็โทรมาบอกว่า

เลื่อนนัดหมอฟันแล้ว พรุ่งนี้เจอกันที่ สถานีขนส่งสายใต้ใหม่นะ 7 โมงเช้า

ผมตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เรานั่งรถทัวร์เพื่อไปจังหวัดกาญจนบุรีกัน

ระหว่างทาง เราพูดคุยถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าทริปต่างๆที่เราเคยไป

มิตรภาพ แล้วเราก็ลงที่เมืองกาญเพื่อต่อรถบัสที่ไปสังขละ ซึ่งเราต้องลง

แถวไทรโยค น้องกระเป๋าใจดีเอ่ยว่าถึงแล้วจะบอกพี่ เราเข้าสู่เส้นทาง

ตามแนวภูเขาที่เขียวขจีสองข้างทาง แล้วเงาฝนก็ทอดตัวมาหยดน้ำเป็นสาย

มาต้อนรับเรา  เราถึงปากทางวัดก็ต่อรถเข้าไปอีก 3 กม. ความรู้สึก

เหมือนเราเข้ามาในเขตอุทยาน แมกไม้ใหญ่มากมายทำให้ที่นี่ร่มรื่น

เราสูดหายใจจนเต็มปอด สดชื่นดีจริงๆ

เราเข้ามาที่ศาลาต้อนรับ พี่ธรรมบริกรใจดีแนะนำถึงการเข้ามาปฏิบัติ

ตารางการปฏิบัติ และที่พัก ซึ่งช่วงนี้มีผู้เข้ามาปฏิบัติเยอะ เราเลยต้อง

ได้ที่พักที่ต้องเดินทางไกลนิดนึง แต่นี่ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับเรา

เราเปลี่ยนสภาพจากบุคคลทั่วไป มาสู่ชุดขาว สำรวมกาย วาจา ใจ

ผมและเพื่อนเห็นท่านพระอาจารย์ มิตซูโอะ  จึงเข้าไปกราบท่าน

ท่านถามพวกเราว่า มาครั้งแรกหรือ "ครับพระอาจารย์"

เราสัมผัสได้ถึงความเบิกบานและความเมตตาที่ท่านมีต่อผู้ปฏิบัติ

ท่านพระอาจารย์ มิตซูโอะ  เควสโก้ เป็นชาวญี่ปุ่น ท่านอุปสมบทครั้งแรก

ที่วัดหนองป่าพง เป็นลูกศิษย์ หลวงปู่ชา ท่านเป็นพระนักปฏิบัติและบำเพ็ญ

เพียรและทำโครงการเพื่อสังคมมาหลายรูปแบบ ท่านธุดงค์ทั้งในและต่างประเทศ

ท่านเป็นเจ้าอาวาสและผุ้บุกเบิกวัดป่าสุนันทวนาราม ซึ่งเป็นวัดสาขาที่ 117

ของวัดหนองป่าพง

ผมเมื่อผมนำกระเป๋าไว้ที่พักเรียบร้อย ก็มาที่ศาลาปฏิบัติที่ศูนย์เยาชน

ผมค่อยๆ ก้มกราบ เพื่อระลึกคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

และอธิษฐานจิตเพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปเพื่อความมีสติ แล้วผมก็ค่อยๆ

หลับตา ดูลมหายใจ เข้าออก ช่วงแรกความฟุ้งยังคงมีอยู่ๆ รวมทั้งความง่วง

ในช่วงเวลาบ่าย แต่ผมก็พยายามให้ตื่นอยู่เสมอ พอพักเบรคช่วงบ่าย

มีเจ้าหน้าที่ท่านหนึ่ง ชวนผู้ที่สนใจไปปลุกหญ้าแฝก ในสวนป่า 76 จังหวัด

ผมไม่รีรอ มีผู้ปฏิบัติจำนวนเกือบ 10 คน มาช่วยกันปลูกหญ้าแฝก

เราเดินผ่านร่มเงาของป่าไผ่ ที่โค้งเป็นเหมือนอุโมค์ป่า แสงแดดทอประกาย

ลงมาสู่พื้นดินเบื้องล่าง จนเรามาถึงลานโล่ง กลางหุบเขาที่โอบล้อมด้วยภูเขา

ที่ถูกปุพรมสีเขียว กลางลายมีต้นไม้ใหญ่และรอบๆ มีต้นไม้ประจำ 76 จังหวัด

ที่ปลูกไปในโครงการเฉลิมพระเกียรติ

ด้านบนมีเนินที่ประดิษฐานพระพุทธรูป องค์สีเขียวอยู่ พวกเรากราบท่าน

ก่อนที่จะไปช่วยกันปลูกหญ้าแฝกกัน หญ้าแฝกที่เราปลูก จะปลูกล้อมรอบ

ต้นไม้ในโครงการที่ปลูกไป เป็นครึ่งวงกลมเพื่อรักษาสภาพดินให้คืนสภาพ

เราช่วยกันแบ่งหน้าที่กัน ผู้ชายขุดหลุม ผู้หญิงใส่หญ้าแฝกลงหลุม

เวลาเราอยู่ในเมืองเราก็ไม่มีโอกาสมาปลูกต้นไม้แบบนี้ เราได้สัมผัสดิน

ได้เห็นสิ่งมีชีวิตรอการเติบโต เห็นความเขียวชอุ่มของป่าไม้ ทำให้เรา

มองตัวเองเป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ  ในธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่

พอเราปลุกหญ้าแฝกเสร็จ สายฝนก็โปรยปรายมา เรารีบกลับมาอาบน้ำ

เพื่อเตรียมปฏิบัติตอนเย็น เราเดินจงกรมรอบศาลากันเป็นแถวยาว

แต่ละก้าวที่เดิน เราอยู่กับปัจจุบัน พอหิวเราก็รู้ว่าเราหิว มีเสียงลม

เข้ามากระทบหูให้ได้ยิน พื้นดินที่แข็งและนุ่ม เราก้าวเท้าเดินไปด้วยสติ

แม้จะมีหลุดบ้าง แต่เราก็ยังคงก้าวต่อไป

 

แล้วเราก็สวดมนต์ทำวัตรเย็น นั่งสมาธิ แล้วพระอาจารย์มิตซูโอะท่านก็มาเทศน์

เรื่องความขี้โกรธ ขี้เกลียด  ขี้กลัว ขี้น้อยใจ เป็นความทุกข์ โลภะ โทสะ โมหะ

ท่านให้เราน้อมมาดูใจเราเอง แล้วมีสติ ความทุกข์ต่างๆ ก็จะดับและเบาบางลง

เพราะวันๆ นึงจิตเราไม่หยุดนิ่ง คิดไปโน้นไปนี่มากมาย ทั้งดีและไม่ดี เราต้อง

คอยมีสติกำกับไว้ พอท่านเทศน์เสร็จก็ได้เวลาเข้านอน ความหนาวเย็นเข้ามา

แล้วเราก็ค่อยหลับตาลง

ผมตื่นมา ด้วยเสียงระฆังปลุกใกล้เวลาตีสาม ล้างหน้า ล้างตา น้ำหนาวหนอ

ความมืดรอบตัว ผมเดินไปที่ศาลาปฏิบัติ ด้วยความง่วงเต็มที่ ตาเหมือนยัง

ไม่ตื่น ตื่นแต่ตัว นั่งสมาธิก็จะสัปงกเอา จนทำวัตรเช้าเสร็จ ฟ้าเริ่มสว่างขึ้น

แล้วภาพที่สายหมอกก็ปกคลุมอยุ่รอบภูเขา จิตตื่นขึ้นเรื่อยๆ สูดลมหายใจ

เข้าออกที่บริสุทธิ์ แล้วเตรียมไปรับประทานอาหารเช้าเพียงมื้อเดียวของวัน

เราได้อุปกรณ์เพียงกระมังใบขนาดย่อม ช้อน และตักอาหารทุกอย่างลง

ในภาชนะ เราเห็นจิตตัวเองสับส่ายอยากกินอันนั้น อันนี้ เพราะยังมีโลภะอยู่

ผมค่อยๆ นึกถึงคุณพระรัตนตรัย ผู้มีพระคุณและธรรมบริกรทุกท่าน แล้วค่อยๆ

ตักอาหารเข้าปาก ทุกอย่าง ทุกอิริยาบทในชีวิตเป็นการปฏิบัติธรรมถ้าเรามาดู

ใจตัวเอง ผมล้างจาน น้ำที่ไหลมาสัมผัสกับภาชนะจนสะอาด เราพักเบรค

ผมไปล้างห้องน้ำชายและไปอาบน้ำยามเช้าและมาปฏิบัติกันต่อ มีพระอาจารย์

มาเทศน์ยามบ่าย สายฝนตกมาไม่ขาดสาย ผมเดินจงกรม นั่งสมาธิ และ

นำหนังสือธรรมะมาอ่าน

ช่วงเย็นผมปลีกวิเวกไปเดินจงกรม รอบอุโบสถ

 

แล้วเราก็มาทำวัตรเย็นและปฏิบัติยามค่ำ ด้วยจิตที่เบิกบาน

พระอาจารย์ไทยมาเล่าประวัติที่วัด การดำรงชีวิตให้ปกติสุข การทำตนให้มี

จิตเบิกบาน คืนนี้ผมนอนหลับ ด้วยความเบาสบาย

แล้ววันสุดท้ายของการปฏิบัติก็มาถึง ผมตั้งสติตั้งแต่ยามตื่นขึ้นมา

สวดมนต์ทำวัตรเช้า พระอาจารย์มิตซูโอะท่านเทศน์ถึงเรื่อง เวร กรรม

การทำดี ทำชั่ว อดีตชาติ และการที่ท่านได้มีโอกาสไปปฏิบัติธรรม

และดูงานทางที่ประเทศภูฏาน และที่สำคัญคือท่านให้เราดูใจตัวเอง

แล้วเราก็นั่งสมาธิ เดินจงกรม เสร็จแล้วผมช่วยเจ้าหน้าที่ กวาดลานวัด

ด้วยสติ ได้ยินเสียงน้ำไหล เสียงใบไม้ สูดอากาสเข้าและออก ดูจิตในกาย

เรารับประทานอาหารเช้า ปฏิบัติอีกหนึ่งรอบ ก็เตรียมตัวกลับบ้าน

ผมกับเพื่อนไปลาพระอาจารย์ ท่านให้พรด้วยใบหน้าที่ยิ้ม แล้วเราสองคน

ก็กราบลา เราได้พบกับพี่ผู้ปฏิบัติที่จะเดินทางกลับไปกรุงเทพ พี่ใจดีได้ชวน

เพื่อนกับผมเดินทางกลับด้วย เราขอขอบคุณน้ำใจดีๆ ของพี่มากนะครับ

และขออนุโมทนาบุญแด่ทุกท่านด้วยครับ ขอให้ทุกคนมีจิตใจที่เบิกบาน

และมีสติในการดำรงชีวิตนะครับ

 

ปล. ขอขอบคุณการเดินทางครั้งนี้

      ขอขอบพระคุณ พ่อ แม่ ที่ให้กำเนิดผมมา

      ขอขอบคุณพระอาจารย์ ครูบาอาจารย์ทุกท่าน

      ขอขอบคุณญาติ เพื่อนสนิท และผู้มีพระคุณในชีวิตทุกท่าน

      ขอขอบพระคุณ http://www.watpahsunan.org/ วัดป่าสุนันทวนาราม

      และบทเพลง Dhamma Garden จาก www.ijigg.com

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ปรากฏการณ์หลังม่านสีฟ้า วันที่ : 17/05/2010 เวลา : 14.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poetguide

ไม่รู้นะ หลายคนตอบไม่เหมือนกัน แต่สุดท้าย หากกล้บมาตรึกตรองความเป็นจริง คนเราเกิดมาต้องตาย ก่อนตายเราก็ทุกข์ คือ มีความโศก ความร่ำไรรำพัน ความทุกข์กาย ความทุกข์ใจ ความคบแค้นใจ ปรารถนาสิ่งใดแล้วไม่ได้สิ่งนั้น พลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก ... เหล่านี้ คือสิ่งทีทุกคนไม่ปรารถนา เพราะฉะนั้น เราเกิดมาก็เพื่อแก้ปัญหาสิ่งเหล่านี้ จนกระทั่งที่สุด แก้ปัญหาเรื่องความตาย จนได้ความไม่ตายเป็นสุดยอดแห่งความปรารถนา

สนใจแก้ปัญหาเรื่องความตาย โปรดแวะมาที่
ความปรารถนาก่อนสุดท้าย ขอ...ตายอย่างมีสติ
http://www.oknation.net/blog/poetguide/2010/05/14/entry-1

หลังม่านสีฟ้า
บลู เลอสง่า
ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 7

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
กงล้อของเวลา วันที่ : 17/05/2010 เวลา : 11.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wakon

คัดลอกมาให้อ่านนะคะ อ่านแล้วรู้สึกดีมากๆๆก็เลยเอามาโพสค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน