เมื่อคืนวันพฤหัสฯ นั่งดูสวรรค์เบี่ยง ฉากที่คุณคิดนอนโคม่าบนเตียง โดยมีลีลาจับมือร้องไห้ขอโทษขอโพยอยู่ข้างเตียง
จู่ๆ น้ำตาก็ไหลออกมาตามแอน และน้ำผึ้ง
เปล่า
ไม่ได้อินจัดขนาดร้องห่มไห้ตามเค้า
แค่รู้สึกว่า
ฉากคล้ายๆ กันนี้มันจะเคยเกิดกับฉันเมื่อเกือบสามปีก่อน
พ่อที่เพิ่งถูกเข็นเตียงออกมาจากห้องผ่าตัด
พ่อที่ถูกพาตัวไปพักรักษาที่ตึกคนไข้วิกฤต
พ่อที่ถูกต่อท่อโน่นนี่ โยงสายระโยงระยางเต็มไปหมด
พ่อที่ฉันเคยคิดว่าฉันคงไม่ได้รักเค้าสักเท่าไหร่
พ่อที่ฉันเคยพยายามทำตัวกับเค้าเหมือนเป็นอากาศธาตุ
พ่อนอนอยู่บนเตียง โดยมีแม่ พี่สาว พี่ชาย ล้อมอยู่รอบเตียง
ทุกคนอยู่ในสภาพไม่ต่างกัน หูตาแดงกันถ้วนทั่ว
ยกเว้นแม่
แต่ฉันรู้ว่าแม่เองคงพยายามกลั้นน้ำตาตัวเองเอาไว้
เพราะถ้าแม่อ่อนแออีกคน ลูกๆ คงไม่รู้จะยึดใครเป็นที่พึ่ง
โดยเฉพาะฉันที่แยกตัวออกมานั่งร้องไห้อยู่ที่ระเบียง
สักพักแม่ตามออกมานั่งข้างๆ
มือแม่ที่คอยลูบหัวปลอบโยน โดยไม่มีคำพูดใดๆ
เหมือนจะไม่ได้ทำให้น้ำตาฉันหยุดไหล
แต่มันกลับพรั่งพรูมากกว่าเดิม
ป๊า
นอนพักก่อนนะ ตื่นมาเดี๋ยวก็หายแล้ว
ป๊า
เจ๊แอร์บอกว่าป๊าออกจากโรงบาลแล้วเราไปกิน MK กัน งั้นป๊ารีบหายนะ
ป๊า
เดี๋ยวก็หายแล้ว เดี๋ยวก็ได้กลับบ้านแล้ว
เป็นคำพูดที่ฉันพร่ำบอกพ่อ ขณะที่กุมมือของเค้าไว้
และเช่นเคย
ฉันไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้
แม้จะพยายามสักแค่ไหนก็ตาม
ไม่กี่วันหลังจากนั้น
พ่อนอนไม่ได้สติในห้องไอซียู
และมันก็เป็นวันแรกที่ฉันได้เห็นน้ำตาของแม่นับแต่วันที่พ่อเข้าโรงพยาบาล
ป๊า
แอ้มรักป๊านะ
ป๊า
แอ้มขอโทษที่เคยทำไม่ดีกับป๊า ป๊าออกจากโรงบาลแล้วแอ้มจะทำตัวดีๆ กับป๊านะ
ป๊า
แอ้มได้ทำงานนิตยสารแล้วนะ เค้าให้แอ้มเขียนงานด้วย หนังสือเสร็จเมื่อไหร่แอ้มจะเอาให้ป๊าดูนะ ป๊าต้องหายออกมาดูนะ
เป็นคำพูดที่ฉันได้แต่พร่ำบอกกับพ่อในใจ ไม่เคยได้บอกกับเจ้าตัวให้เข้าได้รู้
ละครจบไปนานแล้ว
แต่ทำไมน้ำตาฉันยังไหลไม่หยุดนะ