• หมะเมียะคณะสังคม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : lenne_altimisia@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-01
  • จำนวนเรื่อง : 15
  • จำนวนผู้ชม : 3536
  • จำนวนผู้โหวต : 10
  • ส่ง msg :
มหาวิทยาลัยถนนคนเดิน
ปฎิบัติการทวงคืนมหาวิทยาลัยของประชาชน (ไม่ใชของอภิสิทธิ์ชน) !!!
Permalink : http://www.oknation.net/blog/walkstreetuniversity
วันอังคาร ที่ 1 มกราคม 2551
40 ปี แนวคิด ม.นอกระบบ กับความหมายที่เปลี่ยนไป
Posted by หมะเมียะคณะสังคม , ผู้อ่าน : 175 , 10:45:49 น.  
พิมพ์หน้านี้


เมื่อมหาวิทยาลัยไร้คำตอบและเต็มไปด้วยปัญหา (แบบไม่ชอบมาพากลอีกด้วย)

ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง         ฉันจึงมาหาความหมาย

ฉันหวังเก็บอะไรไปมากมาย            สุดท้ายให้กระดาษฉันแผ่นเดียว

หลายท่านคงคุ้นเคยกับวรรคทองแห่งกวีอมตะ “เพลงเถื่อนแห่งสถาบัน” ของวิทยากร  เชียงกูล   นักเขียนสมัย 14 ตุลาฯ ที่ความหวังของคนทั้งชาติดำเนินไปด้วยแรงขับเคลื่อนของเหล่านักศึกษา ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ปัญญาชน” และสถาบันการศึกษาก็เป็นดั่ง “เทวาลัย” แห่งการเรียนรู้   แต่ใครจะคิดว่าหลังจากนั้นมาอีก 30 ปี   มหาวิทยาลัยที่เคยเคียงข้างประชาชนกลับเปลี่ยนบทบาทของตัวเองเพียงเพื่อจะเป็น “World Class University”

ในที่นี้ไม่ได้ต่อต้านกระแสโลกาภิวัตน์ที่กระตุ้นให้มนุษย์แข่งขันกันในระบบเสรีนิยมใหม่ (ที่พยายามทำให้ทุกอย่างกลายเป็นสินค้า...รวมถึงการศึกษาด้วย) แต่การที่จะเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลกที่ทอดทิ้งชุมชนที่เรียกร้องให้มีการตั้งมหาวิทยาลัยท้องถิ่นที่ภาคเหนือ  มอบพื้นที่ป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์เชิงดอยสุเทพให้เป็นที่ตั้งตึกและอาคาร  มีงานวิจัยที่ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และหาคำตอบแก่สังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคแห่งนี้   เช่น งานวิจัยเรื่องชาวนาไทยที่บ้านกู่แดงที่ตอบโต้การอธิบายสังคมไทยว่าเป็นสังคมโครงสร้างหลวมจากนักวิชาการฝรั่ง   การวิจัยเรื่องเหมืองฝายที่ทำให้เข้าใจระบบการจัดการน้ำอันเป็นหัวใจของสังคมเกษตร   งานวิจัยความเชื่อเรื่อง “ผี” อันเป็นศาสนาดั้งเดิมของคนล้านนา   และอีกคณานับการศึกษาเพื่อเข้าใจสังคมและเป็นประโยชน์แก่ชุมชนภาคเหนือ   แต่หากประเมินเป็นราคาสำหรับขายให้เอกชนไปทำประโยชน์แล้ว   งานวิจัยเหล่านี้อาจดูไร้ค่า

30 ปีที่ผ่านมาสังคมไทยได้เปลี่ยนโครงสร้างทางสังคมจากสังคมเกษตรเป็นสังคมอุตสาหกรรม   ประกอบกับภาคการเกษตรถูกกดขี่เพื่อให้ต้นทุนในการผลิตในภาคอุตสาหกรรมมีต้นทุนต่ำ เช่น เป็นการกดราคาสินค้าทางดการเกษตรเพื่อให้ข้าวปลาอาหารราคาไม่แพง ค่าจ้างแรงงานจะไม่ต้องสูงมาก เพราะคนงานรู้สึกว่าค่าแรงของเขายังพอซื้อข้าวกินได้   เมื่อความเป็นอยู่ในชนบทลำบากยากเค้นจนต้องอพยพมาขายแรงงานในเมือง   ส่งผลให้คนหนุ่มสาวที่ศึกษาเล่าเรียนต้องอยู่ในเมืองตามไปด้วย   แม้การขยายโอกาสทางการศึกษาจะเพิ่มมากขึ้น  แต่โอกาสเหล่านั้นก็หาได้กระจายไปยังคนในส่วนต่าง ๆ ของสังคมอย่างเท่าเทียมกัน   เพราะโอกาสจะไปกระจุกตัวอยู่กับชนชั้นกลางและชนชั้นสูง (ที่มีปัญญาส่งลูกหลานไปกวดวิชาเพื่อเหยียบหัวคนอื่นเข้ามาเรียนในสนามสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้)  ทำให้เหล่านักศึกษาผู้อยู่ในกระแส “จบแล้วได้งานเป็นเจ้าคนนายคน” แหวกว่ายในทะเทอุดมศึกษาอย่างเคว้งคว้าง หาสารัตถะของการศึกษาไม่ได้ ชีวิตของพวกเขาบางส่วน หมดไปกับการเรียนอย่างไรให้ได้เกียรตินิยม หมดไปกับการใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานหลังจากที่ปากกัดตีนถีบกว่าจะสอบเข้าได้   หมดไปกับการทำกิจกรรมเพื่อหวังว่าจะเป็นใบเบิกทางในการสมัครเข้าทำงาน   เพราะพวกเขาหมดหวังและยอมจำนนต่อโตรงสร้างอันแสนอยุติธรรมในสังคมที่พวกเขาเชื่อว่าไม่มีปัญญาจะไปต่อรองได้   ชีวิตแบบ “อภิสิทธิ์ชน” ของนักศึกษา  คณาจารย์ (ที่ได้เติบโตขึ้นมาจากนักศึกษาที่สิ้นหวังเหล่านี้) รวมถึงผู้บริหารมหาวิทยาลัย (ที่คิดว่าชาวบ้าน โง่ จน เจ็บ แล้วคิดว่าการพัฒนาคือความทันสมัยอย่างตะวันตกเท่านั้น)    กำแพงที่มองไม่เห็นที่ขั้นกลางระหว่างมหาวิทยาลัยและชุมชนซึ่งนับวันก็ยิ่งจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ   

จนบางครั้งผู้เขียนก็คิดว่า 4 ปีในมหาวิทยาลัยจะโยนใส่ชักโครกแล้วกดน้ำราดไปเลยดีไหม   เพราะความจริงมหาวิทยาลัยไม่ได้ให้คำตอบอะไรกับสังคม (ที่คาดหวังว่ามหาวิทยาลัยจะมีปัญญาชี้ทางสว่างให้ได้เลย)

40 ปี แนวคิด ม.นอกระบบ กับความหมายที่เปลี่ยนไป

ช่วงที่ 1 (พ.ศ. 2507 - 2515) : ออกนอกระบบเพื่ออิสระทางวิชาการ

เป็นช่วงสมัยที่ระบบเผด็จการทหารครอบงำสังคมไทย   แม้แต่ในมหาวิทยาลัยก็ได้รับอิทธิพลไปด้วย   เช่น  ให้ทหารเป็นอธิการบดีตามหมาวิทยาลัยต่าง ๆ   ในช่วงนั้นการออกมาวิภาษวิจารณ์รัฐบาลหรือการแสดงความคิดเห็นถูกเซ็นเซอร์เพื่อรักษาผลประโยชน์ของกลุ่มคนบางกลุ่ม  ทำให้นักคิดในสถาบันอุดมศึกษาเสนอแนวคิดการออกนอกระบบราชการเพื่อเสรีภาพทางวิชาการ   เช่น ศ.ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์   ศ.เสน่ห์ จามริก   ศ.ดร.สมศักดิ์ ชูโต   และ อ.ดร.กมล สมวิเชียร   เป็นแกนนำ

ช่วงที่ 2 (พ.ศ.2516 - 2538) : ออกนอกระบบเพื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการ

การบริหารจัดการแบบระบบราชการของทบวงมหาวิทยาลัยทำให้กิการของมหาลัยดำเนินไปอย่างล่าช้าเพราะมีรูปแบบการจัดการที่เป็นขั้นเป็นตอนซึ่งนักวิชาการบางส่วนมองการบริหารองค์กรเช่นนี้ไม่เหมาะสมกับองค์กรระดับอุดมศึกษาที่ต้องการความเป็นอิสระ และรวดเร็ว   จึงเกิดมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐแห่งแรกของประเทศไทยคือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี   โดยการผลักดันของ ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ปลัดทบวงมหาวิทยาลัยในตอนนั้น   รัฐบาลโดยนายอานันท์ ปันยารชุน สนับสนุนให้มหาวิทยาลัยพัฒนาเป็มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ   ในปี 2534 สภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีมติเห็นชอบในหลักการปรับเปลี่ยนสถานภาพ   จัดทำร่าง พ.ร.บ. มช. เสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ   แต่ร่างพระราชบัญญัติทั้ง 16 ฉบับตกไปเพราะสภานิติบัญญัติแห่งชาติสิ้นสุดลง   อย่างไรก็ตามมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ก็ให้มีโครงการในลักษณะองค์กรอิสระดำเนินการคู่ขนานกันไปเป็นองค์กรในกำกับมหาวิทยาลัย เช่น สำนักจัดการและอนุรักษ์พลังงาน   คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์   หอพักในกำกับ 1 (หอสีชมพู)

ช่วงที่ 3 (พ.ศ.2539 - 2549) : ออกนอกระบบเพื่อการแปรรูปการศึกษา

เมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในช่วงปี 2539 -2540 ประเทศไทยต้องกูยืมเงินจากองค์กรทางการเงินข้ามชาติ   แต่องค์กรที่มีบทบาทต่อนโยบายของประเทศคือ ธนาคารการพัฒนาเอเชีย หรือ เอดีบี  ที่แทรกแซงกิจการสาธารณะของรัฐเพื่อลดต้นทุนทางการผลิต หรือ การแปรรูปรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ  เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ   การโทรคมนามคมฯ    นโยบายการให้กู้เงินของธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย และเงื่อนไขที่มาพร้อมกับเงินกู้ คือรูปแบบของทุนต่างชาติที่กำลังคืบคลานเข้ามายึดกุมระบบเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และทรัพยากรของประเทศไทย โดยมีเป้าหมายสูงสุดอยู่การสร้างความมั่งคั่งและผลกำไรให้กับประเทศของตนเอง

ในขณะที่เอดีบีวิเคราะห์ว่างบประมาณสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาในระดับมหาวิทยาลัยยังมีน้อยและไม่เพียงพอ แต่เอดีบีกลับไม่ได้กำหนด เงื่อนไขให้รัฐบาล ไทยเพิ่มงบด้านนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการพัฒนาของไทยในระยะยาว และหากจะกำหนดก็คงจะสวนทาง กับนโยบายให้รัฐลดภาระ ด้านงบประมาณ รวมทั้งการเสนอให้มหาวิทยาลัยต้องออกนอกระบบ ซึ่งนั่นย่อมหมายความว่า มหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบต้องหาทุนมา เพิ่มสำหรับ การวิจัยและพัฒนาเอง   ในขณะเดียวกันพิจารณาทบทวนขนาดและอัตรากำลังคนให้บุคลากรแค่ละคนมีภาระงานรับผิดชอบมากขึ้นและลดการรับบุคลากรที่เป็นข้าราชการลงหรือรับในตำแหน่งพนักงามหาวิทยาลัย   ตลอดจนสร้างกรอบในการบริหารบุคคลใหม่ ในสมัยรัฐบาลทักษิณ  ชินวัตร(2544) สนับสนุนให้ทุกมหาวิทยาลัยเป็นระบบบริหารเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐแล้วเสนอเข้าไปในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา   แต่วุฒิสภาก็ยุติบทบาทลงเนื่องมาจากการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549

ช่วงที่ 4 (พ.ศ.2549 - ปัจจุบัน) : มหาวิทยาลัยออกนอกระบบเพื่ออะไร

หลังจากที่เกิดการรัฐประหารแล้วคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ ค.ม.ช. เข้ามาเป็นคณะรัฐมนตรี   ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการก็ผลักดันให้เกิดการออกนอกระบบขึ้นในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ อีกครั้ง   สภามหาวิทยาลัยมีมติให้นำร่าง พรบ.มช.ฉบับที่สำนักคณะกรรมการกฤษฎีกา ตรวจพิจารณาแล้วเสนอต่อรัฐบาล   มหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบไปในตอนนั้นได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (แต่ยื่นฎีกาขอให้ระงับการลงพระปรมาภิทัย) มหาวิทยาลับบูรภา   มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ   แต่ด้วยกระแสการต่อต้านจากสถาบันการศึกษาและสังคมทำให้ ศ.ดร.วิจิตร  นำ พ.ร.บ.ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่ต้องการออกนอกระบบกลับไปถามความสมัครใจของคนในมหาวิทยาลัยเสียก่อนที่จะเสนอกฎหมายเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
Supawan วันที่ : 01/01/2008 เวลา : 11.47 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

สวัสดีปีใหม่ค่ะ ..

เริ่มต้นปีใหม่ในวันนี้ ขอให้สุขสันต์ สมหวัง และร่ำรวย ไปตลอดทั้งปีนะตะ

สุภาวัลย์
ความคิดเห็นที่ 2
แต้วรักยม วันที่ : 01/01/2008 เวลา : 10.50 น.
http://www.oknation.net/blog/sansanee
แต้วไร้ส้ม ณ บ้านกล้วย... 2527


ว่างๆแวะเยี่ยมที่บ้าน แต้ว รักยมด้วยนะคะ
แต้วรักยม ก็เป็น ชาวคณะสังคมคะ
(พัฒนาสังคม รุ่นที่ ๒๘ ภาคปกติ นิด้า)
ยินดีที่รู้จักคะ
ความคิดเห็นที่ 1
แต้วรักยม วันที่ : 01/01/2008 เวลา : 10.48 น.
http://www.oknation.net/blog/sansanee
แต้วไร้ส้ม ณ บ้านกล้วย... 2527


สวัสดีปีใหม่ คะ
ยินดีกับบล๊อกใหม่ด้วย
ขอต้อนรับเข้าสู่ บ้านที่อบอุ่น ของเราชาว OK nation
แต้ว รักยม
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ACROSS THE UNIVERSE

เพลงหนึ่งในยุคที่หนุ่มสาวแสวงหาความหมาย แต่ปัจจุบันเราแสงหาอะไรกันอยู่ JAI GURU DEVA - AOM

View All
<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



คุณเห็นด้วยกับการยุบวิชาที่ไม่ทำเงินในมหาวิทยาลัยเหลือเพียงวิชาพื้นฐานที่ไม่ผลิตบัณฑิตหรือไม่
เห็นด้วย
0 คน
ไม่เห็นด้วย
2 คน
ยุบหรือไม่ยุบก็ไม่เห็นจะสำคัญเลย
0 คน

  โหวต 2 คน