• หมะเมียะคณะสังคม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : lenne_altimisia@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-01
  • จำนวนเรื่อง : 15
  • จำนวนผู้ชม : 3536
  • จำนวนผู้โหวต : 10
  • ส่ง msg :
มหาวิทยาลัยถนนคนเดิน
ปฎิบัติการทวงคืนมหาวิทยาลัยของประชาชน (ไม่ใชของอภิสิทธิ์ชน) !!!
Permalink : http://www.oknation.net/blog/walkstreetuniversity
วันอังคาร ที่ 1 มกราคม 2551
การออกนอกระบบอันสุดแสนจะอัปยศ และ พ.ร.บ. มช. ฉบับแอ๊บแบ๊ว
Posted by หมะเมียะคณะสังคม , ผู้อ่าน : 118 , 12:54:44 น.  
พิมพ์หน้านี้


การออกนอกระบบอันสุดแสนจะอัปยศ และ พ.ร.บ. มช. ฉบับแอ๊บแบ๊ว

การออกพ.ร.บ. ในต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีขั้นตอนดังนี้คือ

          1. เสนอกฎหมายเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ

                2. ตั้งคณะกรรมการเพื่อแปรญัตติ (แต่ตั้งคนในสภาฯ มาตรวจสอบและแก้ไขกฎหมายบางข้อ)

                3. พิจารณาหลังจากตรวจสอบแล้วลงมติรับรอง (ถ้าไม่รับรองก็ให้กลับไปแก้ไขแล้วเสนอเข้ามาใหม่)

4. เสนอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวลงพระปรมาภิไธยแล้วประกาศใช้กฎหมายนั้น 

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2550 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ออกหนังสือแจ้งไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยเพื่อให้องค์กรแสดงความคิดเห็นและเสนอแนะการแก้ไขในมาตราต่าง ๆ และแจ้งว่ามหาวิทยาลัยจะเสนอ พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. ..... ต่อ สนช.  แต่ว่าองค์กรเหล่านั้นได้รับจดหมายฉบับนี้ในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2550       นอกจากนี้แล้วมหาวิทยาลัยได้อ้างว่าได้มีการประชาสัมพันธ์เรื่องการออกนอกระบบแล้วในเว็บไซต์ (ที่มีผู้เข้าชมเพียง 200 กว่าคน แล้วมีผู้ตอบกระทู้เพียง 2 คน)   เมื่อเปรียบเทียบกับการประชาสัมพันธ์งานของมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็น การแต่งกายให้ถูกระเบียบ   งานวิถีวิจัยฯ  งานประเพณีรับน้องขึ้นดอย แล้วแตกต่างกันอย่างมาก   ทั้งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อนักศึกษา  บุคลากร  และชุมชนภาคเหนืออันมี ม.ช.เป็นมหาวิทยาลัยประจำภูมิภาคยังไม่ทันที่จะประชาสัมพันธ์ให้ทราบกันทั้งมหาวิทยาลัย   พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็เข้าสู่ สนช. ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2550

การมีส่วนร่วมของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่นั้น อำนาจการตัดสินใจและบริหารยังขึ้นอยู่กับคนกลุ่มน้อยและไม่มีคนที่มาจากภาคประชาชน (ที่ไม่ใช่ภาคเอกชนหรือชนชั้นสูงในสังคม) อันได้แก่ อธิการบดีและกรรมการสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่   และเป็นที่น่าสังเกตว่าคณะกรรมการที่พิจารณากฎหมายในครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยต่าง ๆ หรือเป็นสมาชิกสภามหาวิทยาลัยที่ต้องการให้มหาวิทยาลัยออกนอกระบบ  เช่น นายกสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ศ.เกียรติคุณ เกษม วัฒนชัย) ผู้เสนอกฎหมายเข้าสู่ สนช.    ศ.ชัยอนันต์ สมุทวณิช (ผู้มีทบาทต่อการแปรรูปรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ เช่น กฟฝ.) เป็นทั้ง สนช. และกรรมการสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่   เป็นที่น่าคิดว่าการพิจารณากฎหมายที่กรรมการสภามหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็น สนช.ถึง 3 คน จะมีผลเป็นเช่นไร   ซ้ำยังรีบร้อนจะออกกฎหมายในสมัยรัฐบาลจากการรัฐประหาร  ไม่รอให้พิจารณากฎหมายในรัฐบาลสมัยหน้าที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน   ทั้งหมดนี้...เพื่ออะไร...

แต่ในที่สุด พ.ร.บ.ฉบับ “ขึดบ้านขึดเมือง” (ขึดภาษาเหนือแปลว่าไม่เจริญ) ก็ผ่านวาระที่ 3 ไปอย่างฉลุยในสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่ชาวบ้านสาปส่งกันทั่วผืนปฐพี พร้อมกับเพื่อนร่วมชะตากรรมได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย   มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง   อย่างไรก็ตามการต่อสู้เพื่อเรียกร้องความถูกต้องให้สังคมมิได้จบเพียงเท่านี้   คงไม่มีใครยอมให้คนเพียงไม่กี่คนเขียนกฎหมายตามใจตัวเอง (แล้วก็พิจารณาเองด้วย) มาประกาศใช้เพื่อหาผลประโยชน์เข้าสู่ตัวเอง โดยอ้าง “การพัฒนา” ที่ไร้การมีส่วนร่วมอย่างแน่นอน

พ.ร.บ. มช. ประกอบด้วยกฎหมาย 82 มาตรา แบ่งเป็น 8 หมวด กับ 1 บทเฉพาะกาลได้แก่

- หมวด 1 บททั่วไป (มาตราที่ 7 - 19)

- หมวด 2 การดําเนินการ (มาตราที่ 20 - 42)

- หมวด 3 การประกันคุณภาพและการประเมิน (มาตราที่ 53 - 57)

- หมวด 4 การบัญชีและการตรวจสอบ (มาตราที่ 48 - 53)

- หมวด 5 การกํากับดูแล (มาตราที่ 54 - 55)

- หมวด 6 ตําแหน่งทางวิชาการ (มาตราที่ 56 - 59)

- หมวด 7 ปริญญาและเครื่องหมายวิทยฐานะ (มาตราที่ 60 - 67)

- หมวด 8  บทกําหนดโทษ (มาตราที่ 68 - 69)

- บทเฉพาะกาล (มาตราที่ 70 - 82)

ทั้งหมดนี้พูดถึงแต่เพียงอำนาจในการบริหารมหาวิทยาลัย (ที่จะเบ็ดเสร็จของอธิการบดีและสภามหาวิทยาลัยอันเต็มไปด้วยชนชั้นสูงและนายทุน)   การจัดการทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย (รวมไปถึงงานวิจัยและการเปิด-ยุบหลักสูตร)   การตรวจสอบการบริหาร (ที่ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นธรรมหรือไม่)   หากท่านได้อ่านตัว พ.ร.บ. จะเห็นได้ว่าไม่มีมาตราไหนที่เกี่ยวข้องกับนักศึกษาและประชาชนเลย   มหาวิทยาลัยมักจะอ้างว่าเคยมีการทำประชาพิจารณ์ก่อนหน้านี้แล้ว   แต่การทำประชาพิจารณ์ก็จัดแบบเงียบ ๆ (กลัวว่าจะมีคนมา ไม่ประกาศให้นักศึกษา คณาจารย์ บุคลากร และประชาชน เข้าฟังอย่างจริงจัง) การจัดประชาพิจารณ์เช่นนี้ทำเพียงเพื่อให้สามารถอ้างได้ว่าจัดแล้ว   แต่ถ้านักศึกษามีส่วนร่วมในการทำประชาพิจารณ์จริง เหตุไฉนจึงไม่มีมาตราไหนที่พูดถึงนักศึกษาเลย   สิทธิ เสรีภาพของนักศึกษาจะอยู่ตรงไหน (หรือพวกเขามองให้เป็นแค่เพียง “ลูกค้า”   ส่วนประชาชนที่ไม่มีตังค์ให้ก็ไม่ต้องพูดถึงมัน) 

มหาวิทยาลัยส่ง พ.ร.บ. ให้องค์กรนักศึกษาและบุคลากรอ่านนั้นมีความไม่ชอบมาพากลอยู่ตรงที่   ทางผู้บริหารบอกว่ายังไม่มีกฎหมายลูก ทั้ง ๆ ที่ร่างเอาไว้แล้วตั้งแต่ ปี 2542 – 2544 ในช่วงนั้นเองก็มีการทำประชาพิจารณ์ที่ประกอบด้วย สภามหาวิทยาลัย (นายมีชัย ฤชุพันธ์) สภาอาจารย์ สภาข้าราชการ องค์การนักศึกษา   ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตตรงที่องค์การนักศึกษาว่าปล่อยให้ไม่มีมาตราใดที่เกี่ยวข้องกับนักศึกษาไปได้อย่างไร   องค์การนักศึกษานี้เป็นเพียงในนาม (ที่ไม่ได้รู้เรื่องการออกนอกระบบอย่างจริงจัง) หรือ เป็นองค์กรนักศึกษาที่ถูกแทรกแซงเรียบร้อยแล้ว (ดังที่ผู้เขียนจะขอกล่าวถึงในบทต่อไป)   นอกจากนี้แล้วมหาวิทยาลัยยังปกปิดร่าง พ.ร.บ.ที่เสนอให้ สนช. ซึ่งมีความแตกต่างไปจาก พ.ร.บ.ที่เผยแพร่แก่คนในมหาวิทยาลัย   แสดงให้ถึงความไม่โปร่งในของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการเสนอ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ นับตั้งแต่ ประธารสภามหาวิทยาลัยไปจนถึงผู้บริหารและคณาจารย์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน

ตัวอย่างมาตราที่มีปัญหา

มาตรา 15 เป็นมาตราที่เอื้อให้เกิดการแปรรูปมหาวิทยาลัยได้ เช่น การระดมทุนและการจัดการทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยที่ไม่สามารถทราบได้ว่ามีการบริหารด้วยวิธีใด อย่างไร มีส่วนร่วมในการตรวจสอบได้บ้าง    โดยเฉพาะใน (10) ที่สามารถนําผลการค้นคว้าและวิจัยไปเผยแพร่หรือหาประโยชน์ เพื่อเป็นรายได้ของมหาวิทยาลัย   แสดงให้เห็นถึงการจะแปรรูปการศึกษาให้เป็นการค้าได้อย่างชัดเจน

- มาตรา 15 (4) กู้ยืมเงินและให้กู้ยืมเงินโดยมีหลักประกัน    ด้วยบุคคลหรือทรัพย์สิน และร่วมลงทุน หรือลงทุน ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์แก่กิจการขอการกู้ยืมเงิน การให้กู้ยืมเงิน การร่วมลงทุน หรือการลงทุน ถ้าเป็นจำนวนเงินเกินวงเงินที่รัฐมนตรีกําหนดต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีก่อน

- มาตรา 15 (5) ออกพันธบัตรเพื่อการลงทุนโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

- มาตรา 15 (6) กําหนดค่าตอบแทน หรือค่าตอบแทนพิเศษ รวมทั้งสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อย่างอื่น ให้แก่พนักงานมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดในข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

- มาตรา 15  (7) จัดให้มีกองทุนเพื่อกิจการต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย โดยการบริหารกองทุนให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย

- มาตรา 15  (9) ปกครอง ดูแล บํารุงรักษา จัดการ ใช้ และจัดหาประโยชน์จากทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยและที่ราชพัสดุ ตามกฎหมายว่าด้วยที่ราชพัสดุ

- มาตรา 15  (10) จัดตั้งหรือร่วมกับบุคคลอื่นจัดตั้งองค์กรที่เป็นนิติบุคคล รวมตลอดถึงลงทุนหรือร่วมลงทุนกับบุคคลหรือนิติบุคคลใด เพื่อดําเนินกิจการที่เกี่ยวกับหรือต่อเนื่องกับกิจการของมหาวิทยาลัย หรือนําผลการค้คว้าและวิจัยไปเผยแพร่หรือหาประโยชน์  เพื่อเป็นรายได้ของมหาวิทยาลัย

มาตรา 20 สภามหาวิทยาลัยของอภิสิทธิ์ชน  ที่ผู้เขียนกล่าวว่าเป็นการทวงคืนมหาวิทยาลัยของอภิสิทธิ์ชนก็เพราะว่าสมาชิกสภามหาวิทยาลัยที่ได้มาจาก

 (1) นายกสภามหาวิทยาลัย ซึ่งจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง

 (2) กรรมการสภามหาวิทยาลัยทรงคุณวุฒิจำนวนสิบห้าคน ซึ่งจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งจากบุคคลภายนอกมหาวิทยาลัย

(3) อธิการบดี

(4) ประธานสภาวิชาการ ประธานกรรมการ  ส่งเสริมมหาวิทยาลัยประธานสภาพนักงาน และนายกสมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัย 

คุณสมบัติและวิธีการสรรหานายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้ทรงคุณวุฒิตาม (2) ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ต้องสรรหากรรมการ สภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ (2)จากรายชื่อที่คณะกรรมการการอุดมศึกษาเสนอจำนวนหนึ่ง ให้สภามหาวิทยาลัยเลือกกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิคนหนึ่งเป็นอุปนายกสภามหาวิทยาลัย และให้อุปนายกสภามหาวิทยาลัยทําหน้าที่แทนนายกสภามหาวิทยาลัย เมื่อนายกสภามหาวิทยาลัยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้หรือเมื่อไม่มีผู้ดํารงตําแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยเมื่ออุปนายกสภามหาวิทยาลัยไม่อาจปฏิบัติ    หน้าที่หรือไม่มีผู้ดํารงตําแหน่งอุปนายกสภามหาวิทยาลัยให้สภามหาวิทยาลัยเลือกกรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้ทรงคุณวุฒิคนหนึ่ง  ทําหน้าที่แทนนายกสภามหาวิทยาลัยให้สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้ง    รองอธิการบดีคนหนึ่งเป็นเลขานุการสภามหาวิทยาลัย และจะแต่งตั้งหัวหน้าสำนักงานสภามหาวิทยาลัย เป็นผู้ช่วยเลขานุการสภามหาวิทยาลัยก็ได้

จากมาตราที่ 20 ที่ว่าด้วยสภามหาวิทยาลัย จะเห็นได้ว่ามีแต่ผู้ที่มาจากการแต่งตั้ง   ชนชั้นสูง   และบุคคลภายนอก   หากจะกล่าวว่ามีนายกสมาคมศิษย์เก่า   แต่ก็หาใช่บุคคลที่มาจากภาคประชาชน   ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตว่า   เพราะเหตุใดมหาวิทยาลัยของภาคเหนือกลับไม่มีตัวแทนจากคนรากหญ้า   หรือตัวแทนจากคนในท้องถิ่น   อาจเป็นเพราะนักวิชาการและผู้บริหารที่เขียน พ.ร.บ. ฉบับนี้มองว่าชาวบ้านด้อยปัญญาหรืออย่างไรจึงไม่สมควรมาอยู่ในสภามหาวิทยาลัยอันสูงส่ง   อาจเพราะคนเหล่านี้ไม่เคยเห็นชาวบ้านอยู่ในสายตา ทำให้ไม่เห็นหัวของประชาชนที่มิใช่เพียงแค่นักศึกษาที่คัดค้าน  จึงไม่เปิดโอกาสให้นัดศึกษาและภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการร่าง พ.ร.บ. และไม่มีพื้นที่ในกฎหมายที่พวกเราสามารถเข้าไปกำหนดอนาคตของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้   บุคคลที่ลอยอยู่บนฟ้าเหล่านี้ก็จะกำหนดทิศทางของมหาวิทยาลัยตามที่พวกเขาเชื่อว่าดี   โดยอาจจะมองไม่เห็นบางมุมแต่ก็อาจจะมองไม่เห็นทั้งหมดของความจริง   ดังนั้นความรู้ที่ได้จากการมองจึงเป็นเพียงความรู้บางส่วนเท่านั้น   เช่น มองว่าความรู้ที่ดีคือความรู้ที่สามารถขายได้   เขาอาจสนับสนุนวิชาที่ทำกำไรเพื่อหารายได้เข้าองค์กร แล้วองค์กรนั้นก็จะมีทุนในการพัฒนา   ส่วนวิชาที่ไม่ทำกำไรก็มองว่าไม่เป็นที่น่าสนใจทั้ง ๆ อาจจะมีประโยชน์ต่อคนจน  คนชายขอบ  คนด้อยโอกาสในสังคมก็ได้

มาตรา 21 นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยต้องไมกระทํากิจการใดที่มีประโยชน์ขัดแย้งกับกิจการของมหาวิทยาลัยไม่ว่าโดยทางตรงหรือทาอ้อม เว้นแตเป็นผูถือหุ้นเพื่อประโยชน์แห่งการลงทุนตามปกติ   กิจการที่มีผลประโยชน์ขัดแย้งกับกิจการของมหาวิทยาลัย   ข้อนี้ยังมีความคลุมเครือว่า กิจการของมหาวิทยาลัยจะไปขัดแย้งกับอะไรได้บ้าง

จากมาตราที่ 20 อำนาจของสภามหาวิทยาลัยยังมีอำนาจที่เบ็ดเสร็จตามมาตราที่ 24 สภามหาวิทยาลัยมีอํานาจและหน้าที่กํากับดูแลกิจการทั่วไปของมหาวิทยาลัย   เราไม่อาจไว้วางใจได้ว่ากลุ่มคนที่ไม่ได้มาจากภาคประชาชนจะทำให้มหาวิทยาลัยดำเนินไปในทิศทางใด   โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำนาจในการ (4) อนุมัติการเปิดสอนและหลักสูตรการศึกษาให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่กําหนดใน   กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ รวมทั้งการยุบรวม เปลี่ยนแปลง และยกเลิหลักสูตร    (7) อนุมัติการจัดตั้ง การรวม และการยุบเลิก    ส่วนงานของมหาวิทยาลัย รวมทั้งการแบ่ง หรือปรับปรุงหน่วยงานใน  ส่วนงานดังกล่าว   ยิ่งถ้าสภามหาวิทยาลัยมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับอธิการบดีและผู้บริหารแล้วก็ยิ่งไว้ใจไม่ได้ว่าจะโปร่งใสจริงหรือเปล่า (อีกทั้งผู้ตรวจสอบที่มาจากการจัดตั้งก็ไว้ใจไม่ได้ด้วย)

นอกจากนี้แล้วยังมีมาตราที่สนับสนุนอำนาจเบ็ดเสร็จของอธิการ เช่น มาตรา 34    นอกจากนี้แล้วใน พ.ร.บ. ก็พูดถึงแต่เรื่องตำแหน่งทางวิชาการ   การกระจายโอกาสทางการศึกษาอย่างไร   การจะทำให้มหาวิทยาลัยพัฒนาในทิศทางใด  จะพัฒนาคุณภาพทางวิชาการและการเรียนของนักศึกษาอย่างไร   พ.ร.บ.เพียงแต่เขียนไว้ แต่มิได้ระบุชัดเจนดังเช่นอำนาจของฝ่ายบริหาร

ดังนั้นการจะออกนอกระบบหรือไม่จึงไม่สำคัญเท่าออกนอกระบบแล้วสังคมจะได้อะไร   ทั้งการโกหกว่ายังไม่มีกฎหมายลูกทั้ง ๆ ที่ร่างเอาไว้แล้ว   การยื่นร่าง พ.ร.บ. เข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติแต่ให้คนอื่นดูคนละฉบับ   การจัดการรับฟังความคิดเห็นแบบส่ง ๆ   การรีบร้อนยื่นกฎหมายให้ สนช. ที่คนสาปส่งกันทั้งชาติและอยู่ในรัฐบาลรัฐประหาร  การที่สมาชิกสภามหาวิทยาลัยเป็น สชน เองตั้ง 3 คน   พ.ร.บ.ที่ไม่เห็นหัวนักศึกษาและประชาชนตาดำ ๆ ฯลฯ   การออกนอกระบบอย่างนี้ท่านจะเห็นว่ามันถูกต้องแล้วหรือ 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4
หมะเมียะคณะสังคม วันที่ : 02/01/2008 เวลา : 03.17 น.
http://www.oknation.net/blog/philosoanthro

เห็นแก่คุณใส่แว่น เปลี่ยนก็ได้ค่ะ (ชอบเบยองจุนมานานแล้ว) อารมณ์ old girl angry โพสไปโมโหมหา'ลัยตัวเองไป
ความคิดเห็นที่ 3
คนใส่แว่น วันที่ : 01/01/2008 เวลา : 20.44 น.
http://www.oknation.net/blog/chattrg


ครับ
บทความดี ครับ
แต่ หัวเรื่อง
หวาดเสียวไปหน่อย ครับ
อย่าเลียนแบบ ครับ
ปล่อยมันไปเหอะ
จิตใจแบบไหน
คำพูด ก็ แบบนั้น ครับ
ความคิดเห็นที่ 2
พาโตราชู วันที่ : 01/01/2008 เวลา : 13.23 น.
http://www.oknation.net/blog/Dog-Club

ในฐานะลูกช้างเชิงดอย ศิษย์เก่า มช. 3204 คนหนึ่ง

ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง กับการนำมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นกระจายความรู้แก่ลูกหลานชาวภาคเหนือ ถูกนำไปสู่การไปเป็นมหาวิทยาลัยนอกระบบ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมามีความพยายามที่จะทำแต่ไม่สำเร็จ คิดไม่ถึงว่าจะมีมือดีมาเอาเรื่องนี้มาทำจนได้
ความคิดเห็นที่ 1
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 01/01/2008 เวลา : 13.20 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ความคิดความเห็น น่าสนใจนะครับ
แต่การตั้งชื่อเรื่อง สะท้อน"จิตใจ"มากไปหน่อยนะครับ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ACROSS THE UNIVERSE

เพลงหนึ่งในยุคที่หนุ่มสาวแสวงหาความหมาย แต่ปัจจุบันเราแสงหาอะไรกันอยู่ JAI GURU DEVA - AOM

View All
<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



คุณเห็นด้วยกับการยุบวิชาที่ไม่ทำเงินในมหาวิทยาลัยเหลือเพียงวิชาพื้นฐานที่ไม่ผลิตบัณฑิตหรือไม่
เห็นด้วย
0 คน
ไม่เห็นด้วย
2 คน
ยุบหรือไม่ยุบก็ไม่เห็นจะสำคัญเลย
0 คน

  โหวต 2 คน