• หมะเมียะคณะสังคม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : lenne_altimisia@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-01
  • จำนวนเรื่อง : 15
  • จำนวนผู้ชม : 3536
  • จำนวนผู้โหวต : 10
  • ส่ง msg :
มหาวิทยาลัยถนนคนเดิน
ปฎิบัติการทวงคืนมหาวิทยาลัยของประชาชน (ไม่ใชของอภิสิทธิ์ชน) !!!
Permalink : http://www.oknation.net/blog/walkstreetuniversity
วันพุธ ที่ 2 มกราคม 2551
รวมข่าว ม.ช. ออกนอกระบบ ปี 2549
Posted by หมะเมียะคณะสังคม , ผู้อ่าน : 176 , 04:12:19 น.  
พิมพ์หน้านี้


รวมข่าว ม.ช. ออกนอกระบบ ปี 2549

นศ.มช.ต้าน ม.ออกนอกระบบ
เชียงใหม่/นศ.มช.แนะผู้บริหารมหาวิทยาลัยทบทวนปรัชญาการศึกษา ชี้ต้องทั่วถึง เท่าเทียม เป็นธรรม ไม่แสวงหากำไร แจงหากออกนอกระบบกระทบคนทั้งประเทศ ร้องทุกภาคส่วนร่วมคัดค้า

น.ส.อุษณีย์ บุญยืน นศ.ปี 3 คณะสังคมศาสตร์ ม.เชียงใหม่ กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของนักศึกษา ม.เชียงใหม่ต่อกรณีมหาวิทยาลัยออกนอกระบบนั้นโดยภาพรวมยังถือว่ามีส่วนร่วมน้อยมาก ส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ขณะที่กรณีการออกนอกระบบของมหาวิทยาลัยนั้น โดยส่วนตัวตนเห็นว่าหากพิจารณาจากตัวร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐกรณีการออกนอกระบบของมหาวิทยาลัยนั้นสิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือเรื่องค่าใช้จ่ายในการเล่าเรียนของนักศึกษาที่สูงขึ้น ซึ่งกรณีนี้จะกลายเป็นตัวจำกัดโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยของนักศึกษาที่มีรายได้น้อยซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกหลานเกษตรกรในจังหวัดต่างๆ 

น.ส.อุษณีย์ ยังกล่าวต่อว่า นอกไปจากค่าใช้จ่ายในการเล่าเรียนของนักศึกษาที่จะสูงขึ้นแล้ว อีกเรื่องหนึ่งที่น่าวิตกคือคุณภาพของการศึกษาที่จะต่ำลงด้วย ทั้งนี้เพราะภายหลังการออกนอกระบบของมหาวิทยาลัยนั้น มหาวิทยาลัยจะอยู่ได้ด้วยการพึ่งตนเองโดยการเก็บเงินจากนักศึกษาที่สูงขึ้น และจะมีการทุ่มงบประมาณไปกับหลักสูตรที่สามารถทำกำไรให้กับมหาวิทยาลัยได้และเป็นที่ต้องการของตลาดเท่านั้น ส่วนหลักสูตร สาขาวิชาที่ไม่เป็นที่ต้องการของตลาดและไม่ทำกำไรแก่มหาวิทยาลัย อาทิ ปรัชญา ศาสนา ประวัติศาสตร์ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยก็จะไม่ให้ความสำคัญ และอาจไม่มีการให้งบประมาณเพื่อพัฒนาคุณภาพทางวิชาการ ซึ่งประเด็นนี้ถือว่าน่าเป็นห่วงมาก 

“อยากให้ผู้บริหารประเทศรวมทั้งผู้บริหารมหาวิทยาลัยทบทวนปรัชญาของการศึกษาใหม่ว่า การศึกษานั้นคือการพัฒนาให้มนุษย์เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้พลเมืองทุกคนในประเทศต้องมีโอกาสเข้าถึงอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ต้องไม่แสวงหากำไร ต้องไม่อยู่ภายใต้กรอบเศรษฐกิจ แต่ตอนนี้เรากำลังทำให้มหาวิทยาลัยเป็นการค้า เป็นการแสวงหากำไร ซึ่งสิ่งเหล่านี้ขัดแย้งกับปรัชญาของการศึกษา ดังนั้นเรื่องนี้ผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณาใหม่อย่างรอบด้าน ต้องเอาประชาชนโดยเฉพาะคนยากคนจนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นตัวตั้ง” น.ส.อุษณีย์ กล่าว 

น.ส.เนตรชนก แดงชาติ นศ.ปี 3 คณะสังคมศาสตร์ ม.เชียงใหม่ กล่าวว่า บทเรียนจากกรณีที่มหาวิทยาลัยออกนอกระบบแล้วทำให้ค่าใช้จ่ายของนักศึกษาในการเล่าเรียนสูงขึ้นนั้นที่ผ่านมาก็เกิดขึ้นแล้ว อย่างกรณี ม.เทคโนโลยีสุรนารี จ.นครราชสีมา ที่เป็นตัวอย่างหนึ่งของการออกนอกระบบพบว่า หลังจากออกไปแล้วค่าใช้จ่ายของนักศึกษาสูงกว่าเดิมถึง 100% ซึ่งกรณีนี้เห็นได้ชัดเจนว่าการที่มหาวิทยาลัยไม่ได้พึ่งงบประมาณจากรัฐบาล ดังนั้นวิธีการเดียวเพื่อการอยู่รอดคือการหารายได้โดยการขูดรีดค่าใช้จ่ายเอาจากนักศึกษา 

“กรณี ม.เชียงใหม่ก็เช่นเดียวกันที่ถือเป็นมหาวิทยาลัยของท้องถิ่น ต้องเป็นสถาบันวิชาการที่ท้องถิ่นที่ตอบสนองการศึกษาหาความรู้ เป็นแหล่งวิชาการให้แก่ท้องถิ่นอย่างเต็มที่ นักศึกษาทุกคนมีโอกาสเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม แต่หากออกนอกระบบยิ่งทำให้กำแพงระหว่างมหาวิทยาลัยกับท้องถิ่นสูงขึ้นเรื่อยๆ” น.ส.เนตรชนก กล่าว 

ในตอนท้าย น.ส.เนตรชนก กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีการออกนอกระบบของมหาวิทยาลัยเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนทั้งประเทศ ไม่ได้กระทบเฉพาะแค่นักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่เท่านั้น แต่กระทบประชาชนทุกคนในประเทศโดยเฉพาะกับคนยากคนจน อีกทั้งอย่างในต่างประเทศบางประเทศเขามีการให้การศึกษาฟรีกับประชาชนตั้งแต่เล็กจนโต และอีกหลายประเทศมีการจัดสรรงบประมาณด้านการศึกษาในสัดส่วนที่มากกว่างบประมาณด้านความมั่นคง เพราะหากประชาชนในชาติมีการศึกษาเป็นภูมิคุ้มกันแล้วความมั่นคงในชาติก็จะเกิดขึ้น ดังนั้นตนอยากเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนของสังคมร่วมกันคัดค้านการออกนอกระบบของมหาวิทยาลัย

18 ธันวาคม 2549 ที่มาสำนักข่าวประชาธรรม http://www.newspnn.com/detail.php?dataid=4322&code=n6_18122006_02&mode=th

นานาทรรศนะนักศึกษาหลังเวทีเสวนา ม.นอกระบบ ที่เชียงใหม่

ช่วงเย็นวันอังคารที่ 26 ธันวาคมที่ผ่านมา ที่อาคารกิจกรรมนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (อ.มช.) สโมสรนักศึกษาคณะสังคมศาสตร์และสโมสรนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เปิดเวทีเสวนา "มช.ออกนอกระบบใครได้-ใครเสีย" โดยมีนักศึกษา มช. เข้าร่วมเป็นจำนวนมากเต็มโรงอาหาร

ออกนอกระบบไม่ห่วงค่าเทอมขึ้น กลัวเสรีภาพทางวิชาการ หวั่นนักศึกษาไม่สนใจสังคม

ภายหลังการเสวนา ‘ประชาไท’ มีโอกาสพูดคุยกับนักศึกษาที่ร่วมกิจกรรมดังกล่าว โดย นายทิฆัมพร รอดขันเมือง นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งร่วมฟังการอภิปรายกล่าวว่า ในความเห็นของตนคิดว่านักศึกษาที่ออกมาคัดค้านมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ จะต่อต้านด้วยประเด็นที่เป็นกระแสสังคม คือประเด็นแรกคือคนจนไม่มีสิทธิเรียน ค่าเทอมจะแพงขึ้น เรื่องสิทธิเสรีภาพทางวิชาการ ซึ่งถ้ามองสังคมในมหาวิทยาลัยจริงๆ แล้วจะเห็นได้ว่าไม่ค่อยมีคนจนเข้ามาเรียนจริงๆ ส่วนมากที่เข้ามาเรียนคือชนชั้นกลางและคนที่มีรายได้ แล้วประเด็นต่อมาที่เขาใช้เรียกร้องกันคือค่าเทอมจะแพงขึ้น แต่มันก็เป็นปกติอยู่แล้วที่จะแพงขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ เรื่องสุดท้ายคือเสรีภาพทางวิชาการ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงที่สุด เนื่องจากว่าสภาพชีวิตโดยทั่วไปของนักศึกษา คือขาดความใฝ่รู้ ไม่ได้สนใจสังคมเหมือนในสมัยก่อน

“ตอนนี้คิดว่ามหาวิทยาลัยจะออกหรือไม่ออกนอกระบบไม่ใช่ปัจจัยสำคัญ ถ้าผมคิด ผมคิดว่าไม่ออกนอกระบบจะดีกว่า เพราะว่าระหว่างสิ่งที่ดีอยู่แล้วมีอยู่แล้วกับเลือกในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นหรือยังไม่มีอะไรรองรับ เรามาเลือกสิ่งที่ดีอยู่แล้วหรือว่าสิ่งที่มีเดิมดีกว่า ออกแล้วแน่นอนมันต้องไหลไปตามกลไกตลาด แต่ละคณะจะต้องผลิตวิชาชีพมากขึ้น วิชาทางสังคมลดลง แต่คณะทางวิทยาศาสตร์ ทางแพทย์ ทางวิศวกรรมศาสตร์ อาจจะผลิตมากขึ้น ประเด็นของการศึกษาที่จะสนใจสังคม สภาพแวดล้อม คนในสังคมหรือว่าสภาพโดยทั่วๆ ไปจะลดลง ทุกคนจะมีสภาพเป็นมนุษย์เงินเดือน” ทิฆัมพรกล่าว

ออกนอกระบบเพื่อความคล่องตัว แต่ออกแล้วต้องเปิดกว้างโอกาสทางการศึกษา

นายธัชพงษ์ ไกรวัฒน์นุสรณ์ นายกสโมสรนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มช. ผู้จัดงาน มีความเห็นว่า โดยส่วนตัวเห็นว่ามันถึงเวลาที่เราจะต้องออกไปแล้ว คืออาจจะมองว่าสถานการณ์ส่งผลหรือสนับสนุนที่จะต้องให้มหาวิทยาลัยออกนอกระบบไป ซึ่งมองในการบริหารจัดการตนยอมรับว่า โอเค ทำได้ เพราะว่าจะทำให้การบริหารจัดการคล่องตัวขึ้น ซึ่งในบางครั้งถ้าเป็นมหาวิทยาลัยในทุกวันนี้จะมีการยึดติดกับระบบราชการ มีบางประเด็นในบางเรื่องที่มหาวิทยาลัยตามกระแสไม่ทัน ในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่บริการทางวิชาการจึงไม่สามารถที่จะบริหารจัดการได้ ประเด็นนี้ตนเห็นด้วย

“แต่ในประเด็นต่อมา คือถ้ามองว่าออกนอกระบบแล้วมันจะเป็นอย่างไร คือเป็นสิ่งที่ต้องตามดูกันดีกว่าของนักศึกษาว่าจะมีผลอย่างไร เป็นสิ่งที่ต้องตามดูในส่วนของนักศึกษา เพราะว่าโดยที่ผ่านมานักศึกษาเป็นผู้ถูกกระทำ นโยบายอะไรสั่งการออกมานักศึกษาก็ก้มหน้าก้มตายอมรับ โดยไม่รู้ว่านโยบายนั้นออกมาแล้วทั้งๆ ที่มันมีผลต่อเรา”

นายธัชพงษ์กล่าวต่อว่า อีกประเด็นหนึ่งคือตนคิดว่าโอกาสทางการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งถ้าออกนอกระบบไปแล้ว โอกาสทางการศึกษาจะเพิ่มขึ้นหรือเปล่า ถ้ามหาวิทยาลัยสามารถบริหารจัดการเองได้ก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจ แต่ถ้าออกนอกระบบไปแล้วโอกาสทางการศึกษานั้นยังลดน้อยลงให้กับผู้ด้อยโอกาส หรือผู้ขาดโอกาสทางสังคม ประเด็นนี้คงจะเป็นสิ่งที่ต้องทำการทบทวน เกี่ยวกับสถาบันอุดมศึกษาในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่จะผลิตคลังสมองให้กับประเทศชาติที่เป็นพื้นฐานในการพัฒนาประเทศชาติ คือมันต้องมีผลกระทบที่จะเปลี่ยนแปลงตามมาอยู่แล้ว

ตั้งคำถามแปรญัตติ พรบ.บ่อย หวั่นข้อความตกหล่น

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการรีบนำพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นายธัชพงษ์ให้ความเห็นว่า ถ้าเราใช้ความคิดของรัฐบาลรักษาการหรือรัฐบาลเฉพาะกาลมาผลักดันตรงนี้ แล้วการจะผลักดันกฎหมายพวกนี้คิดว่ามันเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะเร็วไปไหม เพราะว่าสิ่งหนึ่งที่รัฐบาลรักษาการหรือรัฐบาลเฉพาะกาลจะทำมันเป็นประเพณีที่ปฏิบัติก็คือจะต้องไม่ทำนโยบายที่จะเป็นการผูกพันหรือส่งผลให้เกิดขึ้นในรัฐบาลต่อๆ ไป “สิ่งที่เกิดขึ้นตามมามันอาจรวดเร็วไปหรือเปล่า 

“อีกประเด็นที่ผมมองก็คือ ร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มันมีระยะเวลานานแล้ว จุดเริ่มต้นมาจากที่มหาวิทยาลัยได้เสนอขึ้นไป ผมไม่แน่ใจว่ามีการปรับแก้ในทุกครั้งที่เสนอขึ้นไปมีการปรับแก้ตลอด คิดว่าแล้วปรับไปปรับมามันจะเหลืออะไร ซึ่งเข้าสภานิติบัญญัติผ่านขั้นตอนไปแล้วคือรับหลักการ ขั้นตอนที่สองคือแปรญัตติ และขั้นตอนที่สามคือลงมติ ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่าขั้นตอนที่สองจะไปแปรญัตติอะไรกันอีกหรือเปล่า ซึ่งผมคิดว่าถ้าแปรญัตติสุดท้ายจะเหลืออะไร”

“เพราะจุดเริ่มต้นของมหาวิทยาลัยเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ เป็นตัวร่างที่โอเค แต่ได้รับการปรับแก้โดยกฤษฎีกา ได้รับการปรับแก้โดยสภาผู้แทนราษฎร ได้รับการปรับแก้โดยวุฒิสภา แล้วก็จะได้รับการปรับแก้โดยคณะกรรมาธิการร่วมของสองสภา และถ้าจะมีการปรับแก้โดยคณะกรรมาธิการของสภานิติบัญญัติแห่งชาติอีก ผมคิดว่ามันจะตกหล่นหรือเปล่า แก้แล้วแก้อีกก็จะล่าช้า เพราะระยะเวลาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติก็มีเวลาจำกัด และมีงานที่ต้องทำอีกเยอะ” นายกสโมสรนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มช.กล่าวในที่สุด

ผู้จัดดีใจคนสนใจเยอะ แต่สงสัยผู้บริหารพูดเลยเวลาไม่รู้อยากสื่ออะไร

นางสาวเนตรชนก แดงชาติ นักศึกษาคณะสังคมศาสตร์ มช. ผู้จัดงาน กล่าวว่ารู้สึกพอใจที่คนมาร่วมเสวนามากกว่าที่คิดไว้เยอะมาก มารับฟังข้อมูลข่าวสารกัน ถึงแม้ว่าหลายคนที่มาร่วมเสวนาจะอยู่ฟังไม่จบ ตนคิดว่าคงไม่ใช่เวทีสุดท้ายที่จะจัดก็คงจะมีเวทีต่อๆ ไปอีก งานวันนี้ที่มีปัญหาคือเวลา เพราะเชิญอธิการบดีมาและอธิการก็พูดเลยเวลาไปมาก ไม่รู้ว่าแกต้องการสื่ออะไร ทำให้การจัดเสวนามีปัญหาเรื่องเวลา อย่างไรก็ตามงานนี้มีคนให้ความสนใจดี มีการถามคำถาม แสดงความเห็นกันมาก

“วิทยากรที่เชิญมาครึ่งหนึ่งเป็นฝ่ายสนับสนุน อีกครึ่งเป็นฝ่ายคัดค้าน ถือว่าเป็นการแชร์ความคิดกัน ไม่ใช่เอาแต่คนสนับสนุนมาพูดหรือเอาแต่คนค้านอย่างเดียว ในเรื่องมหาวิทยาลัยออกนอกระบบตนเห็นว่าอยากให้นักศึกษาคิดมากกว่าค่าเทอม ความเป็นอิสระทางวิชาการ อะไรที่สามารถต่อรองกับอำนาจทุนได้ หรือว่าอะไรที่เข้าไปถ่วงดุลอำนาจของฝ่ายบริหารได้ จะต้องผลักกันให้มาก คิดกันให้มากขึ้น และอยากให้ชุมชนทั้งผู้ปกครองและผู้ได้รับประโยชน์จากมหาวิทยาลัยด้วยให้มาร่วมด้วยช่วยกันในเรื่องตรวจสอบมหาวิทยาลัยออกนอกระบบนี้” นางสาวเนตรชนกกล่าวในที่สุด

ทั้งนี้ ในช่วงที่มีการจัดเสวนาซึ่งมีนักศึกษาและประชาชนที่สนใจเข้าฟังกว่า 500 คนนั้น ภายหลังจากที่วิทยากรที่ผู้จัดงานเชิญมาพูดจบแล้ว นักศึกษาที่มาฟังก็ได้เริ่มทยอยกลับเนื่องจากวิทยากรที่ผู้จัดเชิญได้แก่ คณาจารย์ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ อาทิ รศ.ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง ประธานคณะกรรมการบริหารหลักสูตรบัณฑิตศึกษาสาขาวิชาการเมืองและการปกครอง คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ผศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล คณบดีคณะนิติศาสตร์  รศ.ดร.อรรถจักร สัตยานุรักษ์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษย์ศาสตร์ และอาจารย์ ดร.ประมวล เพ็งจันทร์ จากมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน และคณาจารย์ฝ่ายผู้บริหารที่ผลักดันมหาวิทยาลัยออกนอกระบบท่านหนึ่งคือ ศาสตราจารย์ ดร.พงษ์ศักดิ์ อังกสิทธิ์ อธิการบดี เดินทางกลับและไม่ได้อยู่บนเวทีแล้ว

โดยในเวทีอภิปรายช่วงสุดท้ายเหลือเพียงฝ่ายผู้บริหารของมหาวิทยาลัยที่สนับสนุนการผลักดันมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ คอยตอบคำถามของผู้ร่วมเสวนา อาทิ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงษ์อินทร์ รักอริยะธรรม รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ, รศ.นพ.รศ.นพ.วัชระ รุจิเวชพงศธร รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ และอาจารย์ปฐม ปฐมธนพงษ์ ประธานสภาคณาจารย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และประธานที่ประชุมประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปอมท.)

วันที่ : 27/12/2549

โดย : ประชาไท  http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ContentID=6416&SystemModuleKey=HilightNews&SystemLanguage=Thai 

 
เปิดตัว 16 สถาบันต้าน ม.นอกระบบ มีชัยพลิ้ว พรบ.เข้าไปแล้วถอนไม่ได้

‘เครือข่ายคัดค้านแปรรูปการศึกษา’ 16 สถาบันทั่วประเทศเปิดตัวแล้ว ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนไม่เอา ม.นอกระบบ พร้อมเสนอผลักดันการศึกษา สาธารณูปโภคเป็นสวัสดิการ สนช.เมินเสียงต้านผลักดันต่อ ด้าน ‘มีชัย’ ระบุกระบวนการเดินไปแล้ว ถอนร่างออกจากกรรมาธิการวิสามัญไม่ได้ นักศึกษาสอน ‘มีชัย’ พูดแบบนี้ไม่รับผิดชอบ ระบุพรบ.หวยถอนได้ทำไม ม.นอกระบบถอนไม่ได้

เครือข่ายคัดค้านการแปรรูปการศึกษา ออกแถลงการณ์เปิดตัวที่พระนครเหนือ  

ความคืบหน้าล่าสุดของการที่นักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐออกมาแสดงความเห็นคัดค้านการที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาร่างพระราชบัญญัติเพื่อนำมหาวิทยาลัยต่างๆ ให้เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ หรือมหาวิทยาลัยนอกระบบนั้น วานนี้ (20 ธ.ค.) ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ (สจพ.) ได้มีออกแถลงการณ์ “เครือข่ายคัดค้านการแปรรูปการศึกษา” ซึ่งเครือข่ายดังกล่าวเป็นการรวมตัวกันของผู้ปฏิบัติงานนักศึกษากว่า 16 สถาบันทั่วประเทศ

โดยในแถลงการณ์ของเครือข่ายมีใจความสำคัญว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันที่มาจากการทำรัฐประหารของคณะปฏิรูปฯในวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา รีบเร่งที่จะนำมหาวิทยาลัยของรัฐหลายแห่งออกนอกระบบราชการตามแนวทางเศรษฐกิจที่เน้นกลไกตลาด ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลทักษิณที่พยายามผลักดันนโยบายที่เน้นกลไกตลาดเหล่านี้ในช่วงที่อยู่ในอำนาจ แต่การผลักดันนโยบายดังกล่าวก็ถูกยับยั้งเนื่องจากการเคลื่อนไหวคัดค้านการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบโดยนักศึกษาและประชาชนมาโดยตลอด

และหลังจากที่คณะรัฐมนตรีของรัฐบาลชุดปัจจุบันได้ประกาศว่าจะนำร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าพิจารณาในสภาฯ ได้มีนิสิตนักศึกษาจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วยกับการนำมหาวิทยาลัยแล้วออกมาคัดค้านนโยบายดังกล่าวภายในมหาวิทยาลัยของตัวเอง ตัวแทนนิสิต-นักศึกษากลุ่มต่างๆ จากหลากหลายสถาบันจึงได้มีการรวมตัวกันและตั้ง “เครือข่ายคัดค้านการแปรรูปการศึกษา”ขึ้น เพื่อให้การเคลื่อนไหวคัดค้านนโยบายการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบเป็นไปในทิศทางเดียวกันและมีพลังในการทัดทานอำนาจจากฝ่ายปกครองมากขึ้น ซึ่งเครือข่ายประกอบด้วยตัวแทนนิสิตนักศึกษากลุ่มต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัย 

ประกาศไม่เอา ม.นอกระบบ ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพนักศึกษา สนับหนุนรัฐสวัสดิการ

โดยเครือข่ายฯ มีวัตถุประสงค์ได้แก่ 1.คัดค้านนโยบายการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบโดยมีความยินดีอย่างยิ่งที่จะให้ความช่วยเหลือเพื่อนนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆที่เห็นด้วยกับการคัดค้านนโยบายดังกล่าว 2.เรียกร้องและรณรงค์ให้มีการปฏิรูปการศึกษาโดยการมีส่วนร่วมของนิสิต นักศึกษาบุคลากรในมหาวิทยาลัยและประชาชนอย่างกว้างขวางและทั่วถึง

3.เพื่อเรียกร้องและปกป้องสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ในการแสดงออกทางความคิดของนิสิต นักศึกษาตามแนวทางในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง 4.ส่งเสริมและกระตุ้นให้เพื่อนนิสิต นักศึกษา เกิดความตื่นตัวในสถานการณ์ทางการเมืองและสังคม ตระหนักถึงผลกระทบของนโยบายต่างๆ ของรัฐที่มีต่อตนเองและสังคมโดยมองภาพกว้างอย่างเชื่อมโยงและเป็นองค์รวม 5.ผลักดันให้การศึกษาและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเป็นหน้าที่ของรัฐ ในการบริการแก่ประชาชนอย่างทั่วถึงในรูปแบบ “รัฐสวัสดิการ”โดยมีการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญและสามารถปฏิบัติได้จริง

ทั้งนี้ ทางเครือข่ายฯ ได้เปิดเว็บไซต์เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารแก่นิสิตนักศึกษาและผู้ที่สนใจที่ www.thaieduwacth.com และเปิดบัญชีธนาคารเพื่อขอรับบริจาคเป็นกองทุนให้ความช่วยเหลือ เลขที่บัญชี 235-2-04850-2 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเกษตรศาสตร์ ชื่อบัญชี น.ส.จารุวรรณ สาทลาลัย น.ส.จิราภรณ์ หิรัญบูรณะ และน.ส.ธารทิพย์ พงศ์จันทรเสถียร

แถลงการณ์ “เครือข่ายคัดค้านการแปรรูปการศึกษา”

จากการที่รัฐบาลชุดปัจจุบันที่มาจากการทำรัฐประหารของคณะปฏิรูปฯในวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา รีบเร่งที่จะนำมหาวิทยาลัยของรัฐหลายแห่ง อาทิเช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และ มหาวิทยาลัยทักษิณเป็น 3 มหาวิทยาลัยแรก และจะตามมาด้วยมหาวิทยาลัยอื่นๆอีกกว่า 20 แห่งออกนอกระบบราชการตามแนวทางเศรษฐกิจที่เน้นกลไกตลาด ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลทักษิณที่พยายามผลักดันนโยบายที่เน้นกลไกตลาดเหล่านี้ในช่วงที่อยู่ในอำนาจ แต่การผลักดันนโยบายดังกล่าวก็ถูกยับยั้งเนื่องจากการเคลื่อนไหวคัดค้านการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบโดยนักศึกษาและประชาชนมาโดยตลอด

หลังจากที่คณะรัฐมนตรีของรัฐบาลชุดปัจจุบันได้ประกาศว่าจะนำร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าพิจารณาในสภาฯ ได้มีนิสิตนักศึกษาจำนวนมากที่ไม่เห็นด้วยกับการนำมหาวิทยาลัยแล้วออกมาคัดค้านนโยบายดังกล่าวภายในมหาวิทยาลัยของตัวเอง ตัวแทนนิสิต-นักศึกษากลุ่มต่างๆ จากหลากหลายสถาบันจึงได้มีการรวมตัวกันและตั้ง “เครือข่ายคัดค้านการแปรรูปการศึกษา”ขึ้น เพื่อให้การเคลื่อนไหวคัดค้านนโยบายการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบเป็นไปในทิศทางเดียวกันและมีพลังในการทัดทานอำนาจจากฝ่ายปกครองมากขึ้น ซึ่งเครือข่ายประกอบด้วยตัวแทนนิสิตนักศึกษากลุ่มต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัย ดังต่อไปนี้

1.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

2.สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

3.มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

4.มหาวิทยาลัยรามคำแหง

5.มหาวิทยาลัยขอนแก่น

6.มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร

7.มหาวิทยาลัยมหิดล

8.มหาวิทยาลัยบูรพา

9.มหาวิทยาลัยนเรศวร

10.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

11.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

12.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

13.มหาวิทยาลัยทักษิณ

14.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

15.สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย

16.ศูนย์ประสานงานนักเรียนนิสิตนักศึกษา

เครือข่ายคัดค้านการแปรรูปการศึกษา มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนดังนี้

1.คัดค้านนโยบายการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบโดยมีความยินดีอย่างยิ่งที่จะให้ความช่วยเหลือเพื่อนนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆที่เห็นด้วยกับการคัดค้านนโยบายดังกล่าว

2.เรียกร้องและรณรงค์ให้มีการปฏิรูปการศึกษาโดยการมีส่วนร่วมของนิสิต นักศึกษาบุคลากรในมหาวิทยาลัยและประชาชนอย่างกว้างขวางและทั่วถึง

3.เพื่อเรียกร้องและปกป้องสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ในการแสดงออกทางความคิดของนิสิต นักศึกษาตามแนวทางในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

4.ส่งเสริมและกระตุ้นให้เพื่อนนิสิต นักศึกษา เกิดความตื่นตัวในสถานการณ์ทางการเมืองและสังคม ตระหนักถึงผลกระทบของนโยบายต่างๆ ของรัฐที่มีต่อตนเองและสังคมโดยมองภาพกว้างอย่างเชื่อมโยงและเป็นองค์รวม

5.ผลักดันให้การศึกษาและสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเป็นหน้าที่ของรัฐ ในการบริการแก่ประชาชนอย่างทั่วถึงในรูปแบบ “รัฐสวัสดิการ”โดยมีการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญและสามารถปฏิบัติได้จริง

กิจกรรมของ “เครือข่ายคัดค้านการแปรรูปการศึกษา”

1.มีการรวบรวมรายชื่อเพื่อนนักศึกษา บุคลากรในมหาวิทยาลัยและประชาชนทั่วไปที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบในทุกมหาวิทยาลัย

2.เผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวกับนโยบายการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ แก่นิสิต นักศึกษา บุคลากรและประชาชนอย่างต่อเนื่อง

3.จัดเวทีเสวนา โดยสัญจรไปตามมหาวิทยาลัยต่างๆ

4.มีการแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์กิจกรรมการคัดค้านนโยบายการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบและนโยบายที่มีผลกระทบต่อระบบการศึกษาและสังคมอย่างเชื่อมโยงและต่อเนื่อง

5.มีการนัดชุมนุมใหญ่ของนักศึกษามหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อคัดค้านนโยบายการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบในเร็วๆ นี้

 

 

 

 

 

ม.บูรพาแหวก! ยื่นถวายฎีกาแถมยื่นหนังสือร้องทุกข์ นสพ.ผู้จัดการ

มีรายงานว่าในช่วงเช้าก่อนที่นักศึกษา ม.บูรพาจะเข้าร่วมการแถลงข่าวกับเครือข่ายคัดค้านการแปรรูปการศึกษาที่ สจพ.นั้น นักศึกษา ม.บูรพาได้ทำหนังสือถวายฎีกาต่อสำนักราชเลขาธิการและยื่นหนังสือร้องทุกข์คัดค้านการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบกับหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

โดย นายภาคิไนย์ ชมสินทรัพย์มั่น นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ม.บูรพาและตัวแทนนักศึกษา ม.บูรพาได้ทำหนังสือถวายฎีกาแก่สำนักราชเลขาธิการ เรื่องการนำ ม.บูรพาที่เป็นส่วนราชการออกเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ โดยระบุว่า ตามที่รัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์โดยความรับผิดชอบของรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ได้พยายามเร่งรัดมหาวิทยาลัยไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ จะส่งผลกระทบต่อประเทศชาติและครอบครัวของนิสิตนักศึกษาโดยเฉพาะครอบครัวที่ยากจน

      

กล่าวคือ ได้มีการเตรียมการขึ้นค่าตอบแทนของผู้บริหารไว้ล่วงหน้า โดยมีหลักฐานระบุไว้ชัดเจน ขณะเดียวกันจะก่อให้เกิดปัญหาความโปร่งใสในมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะการตรวจสอบการเงินหลังการออกนอกระบบ เนื่องจากมีการรวมศูนย์อำนาจที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยและสภามหาวิทยาลัย ซึ่งผลกระทบในเชิงลบเป็นอย่างยิ่งต่อนิสิต นักศึกษา มหาวิทยาลัย และประเทศชาติ รวมทั้งกระบวนการการร่าง พ.ร.บ.ของม.บูรพา เป็นการใช้อำนาจโดยไม่มีการปรึกษาหารือกับผู้เกี่ยวข้อง

      

ทั้งนี้ หลังจากการแถลงการณ์เสร็จสิ้นลง นายภาคิไนย์ได้ทำการฉีกร่างพ.ร.บ.ของม.บูรพาเพื่อแสดงถึงความไม่เห็นด้วย และประท้วงการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ

จากนั้น ตัวแทนม.บูรพาเข้ายื่นหนังสือต่อหนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวันเพื่อขอให้ช่วยเผยแพร่ข้อมูลและผลเสียของการผลักดันมหาวิทยาลัยออกนอกระบบให้สาธารณชนได้รับทราบต่อไป

อาจารย์ ม.บูรพาร้องกรรมาธิการวิสามัญ

นอกจากนี้ นายธวัชชัย เอี่ยมไพโรจน์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ ม.บูรพา ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อรับฟังความเดือดร้อนและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อขอให้ชะลอหรือยับยั้งการพิจารณา พ.ร.บ.ม.บูรพา โดยในธวัชชัยให้เหตุผลว่าเพราะการที่กระทรวงศึกษาธิการส่งร่าง พ.ร.บ.บูรพาฉบับนี้ให้ ครม.พิจารณาเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามรูปแบบขั้นตอนหรือวิธีการที่เป็นรูปแบบที่สำคัญที่กำหนดไว้สำหรับการจัดทำกฎหมาย เพราะมีลักษณะที่มีการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมด้วยการนำร่างกฎหมายในขั้นตอนที่ได้เคยผ่านการพิจารณาว่ามีข้อบกพร่องหลายประการและถูกแก้ไขไปมากแล้ว มาทำการแก้ไขบันทึกหลักการและเหตุผล และใช้เป็นต้นร่างในกระบวนการจัดทำกฎหมายใหม่ และนำเข้าสู่สภาฯ อย่างรวดเร็ว

      

นายธวัชชัย กล่าวต่อว่า มีเรื่องความไม่ชอบมาพากลในกระบวนการสรรหาและการได้มาซึ่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยและนายกสภามหาวิทยาลัยเป็นเรื่องที่ประชาคมจำใจต้องนำเสนอให้คนนอกได้รับทราบ ทั้งที่เป็นเรื่องที่น่าอับอาย โดยเฉพาะเรื่องธรรมมาภิบาลในม.บูรพา อย่างการขึ้นเงินเดือนและค่าตอบแทนผู้บริหารที่ประชาคมเห็นว่ามากเกินไป และเห็นว่าหากเกิดข้อขัดแย้งและข้อบกพร่องในร่างกฎหมายม.บูรพา พ.ศ. .....มากเกินไปก็สมควรที่จะเริ่มต้นดำเนินการเสียใหม่โดยให้ประชาคมชาวมหาวิทยาลัยบูรพาปัจจุบันและประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วมในการปรับปรุงร่างกฎหมายอย่างแท้จริง

รมต.ขิงแก่ยันผลักมอนอกระบบ

ในเรื่องของการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบนั้น วานนี้ (20 ธ.ค.) นายวิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ก่อนที่จะเสนอกฎหมาย ตนได้สอบถามไปยังมหาวิทยาลัยที่เสนอร่างกฎหมายดังกล่าวแล้ว ซึ่งได้รับคำยืนยันว่าต้องการออกนอกระบบ ดังนั้น ขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้เร่งรัดให้ออกนอกระบบ แต่เป็นความต้องการของมหาวิทยาลัยเหล่านั้น ทั้งนี้ หากมีปัญหาไม่เห็นด้วย ต้องการให้คุยกันให้เรียบร้อยก่อนแล้วส่งเรื่องไปยังรัฐบาล อย่างไรก็ตามว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติจะรับหลักการร่างกฎหมายไปแล้ว แต่ยังสามารถที่จะทำประชาพิจารณ์ควบคู่กันไปได้

      

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการที่มหาวิทยาลัยออกนอกระบบ ไม่ได้ทำให้มหาวิทยาลัยของรัฐกลายเป็นของเอกชน โดยยังคงเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับดูแลของรัฐ และที่ผ่านมามหาวิทยาลัยทั้ง 6 แห่ง ที่ออกนอกระบบไป ไม่ได้มีปัญหาเรื่องการขึ้นค่าเทอม และยังได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล

‘มีชัย’ พลิ้ว กฎหมายเข้าไปแล้วถอนไม่ได้ ไม่ช้าไม่เร็วก็ต้องออกนอกระบบอยู่ดี      

ด้านนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องไปดูว่าการที่นักศึกษาออกมาคัดค้านเป็นเพราะสาเหตุใด ถ้าเป็นเรื่องที่ห่วงว่าค่าเทอมจะขึ้นก็ต้องไปหาทางป้องกันและต้องรับประกันกับเขาว่าจะไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้น ความจริงแล้วเรื่องมหาวิทยาลัยออกนอกระบบเป็นเรื่องที่คุยกันมานานมาก หากนับระยะเวลาก็เกือบ 14 ปีแล้วที่ทุกรัฐบาลพยายามผลักดันมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ

      

 “ไม่ช้าไม่เร็วมหาวิทยาลัยก็ต้องออกนอกระบบอยู่ดี ผมคิดว่าเราหาวิธีที่จะยุติเรื่องนี้ได้ โดยการที่รัฐบาลต้องออกกฎหมาย เพื่อควบคุมการขึ้นค่าเล่าเรียน โดยรัฐอาจจะให้นักศึกษาจ่ายเพียงบางส่วนและรัฐก็ออกให้อยู่ ซึ่งรัฐก็มีกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ดังนั้น นักศึกษาที่ไม่มีเงินเรียนก็สามารถกู้เงินตรงนี้ได้ เรื่องนี้คงต้องคุยกัน ส่วนการถอนร่างออกจากกรรมาธิการวิสามัญที่พิจารณาแล้วนั้นคงไม่สามารถถอดได้ เพราะกระบวนการได้เดินไปแล้ว” นายมีชัย กล่าว     

 

สนช. เมินเสียงต้าน ชูสลอนผลักดันบูรพา-มหิดลออกนอกระบบ

ที่รัฐสภา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ จำนวน 2 ฉบับ ตามที่คณะรัฐมนตรีเสนอคือ ร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยบูรพาและร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยมหิดล

โดยหลังจากมีการอภิปรายแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวางแล้ว ที่ประชุมมีมติเห็นชอบรับหลักการร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยบูรพาท่วมท้น 129 ต่อ 8 และ และได้ลงมติเห็นชอบรับหลักการร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยมหิดล ด้วยเสียง 129 ต่อ 9 เสียง โดยทั้ง 2 พรบ. มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ พรบ. ละ 25 คนไปพิจารณาเพื่อแปรญัตติภายใน 7 วัน

นักศึกษาสอน ‘มีชัย’ หวยถอนได้ ทำไมม.นอกระบบจะถอนไม่ได้

นายภัทรดนัย จงเกื้อ นายกองค์การนักศึกษา สจพ. หนึ่งในผู้ปฏิบัติงานของเครือข่ายฯ ให้สัมภาษณ์กับประชาไทเกี่ยวกับการให้สัมภาษณ์ของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน สนช. ที่ว่า ‘ไม่สามารถถอนร่างออกจากกรรมาธิการวิสามัญที่พิจารณาแล้ว เพราะกระบวนการได้เดินไปแล้ว’ นั้น นายภัทรดนัยกล่าวว่า ตนว่าเป็นข้ออ้างที่ขาดความรับผิดชอบมาก ขนาด พรบ.หวย ผ่าน 3 วาระรวดยังถอดถอนได้ ขณะที่ พรบ.ของ ม.บูรพาเพิ่งผ่านวาระแรก ของ ม.พระจอมเกล้าพระนครเหนือเพิ่งผ่านวาระ 1 และวาระ 2 อยู่ เรื่องนี้ตนเห็นว่าอยู่ที่ความจริงใจของ สนช. และ ผู้บริหารมหาวิทยาลัย

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความเคลื่อนไหวของเครือข่ายคัดค้านการแปรรูปศึกษาต่อจากนี้ นายภัทรดนัยกล่าวว่า ประมาณสัปดาห์แรกของเดือนมกราคม จะมีการเปิดเวทีสัญจรที่พระจอมเกล้าพระนครเหนือเป็นที่แรก เป็นเวทีเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับข้อดีข้อเสียเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยนอกระบบ สัปดาห์ถัดไปจะเป็นที่จุฬาลงกรณ์ และต่อมาเป็นการจัดเวทีเกษตรศาสตร์และมหิดล สำหรับรูปแบบของเวทีเป็นการให้ความรู้ ซึ่งคิดว่าถ้ามหาวิทยาลัยไหนทำหนังสือเชิญผู้บริหารลงมาดีเบตได้ด้วยก็จะดี แต่ตนไม่คิดว่าผู้บริหารจะลงมา สำหรับเนื้อหาการทำกิจกรรมจะเป็นเวทีเผยแพร่ความรู้ที่เป็นกลางพูดเรื่องข้อดีข้อเสีย ไม่ได้เอาตัวเองเป็นตัวตั้ง

หลังจากจัดเวทีสัญจรทั่วประเทศเพื่อเผยแพร่ข้อมูลแล้วจะมีการจัดชุมนุมใหญ่ คืออยากให้แสดงพลังนักศึกษากันเยอะๆ วันนี้ที่เราแถลงข่าวเครือข่ายนั้นต้องการหยุดยั้ง พรบ. และอยากมีการทำงานของขบวนการนักศึกษา แสดงพลังบริสุทธิ์จริงๆ ไม่อยากให้มีองค์กรใดองค์หนึ่งเข้ามาชี้นำ โดยหวังผลประโยชน์แอบแฝงใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้วันที่ 24 ธันวาคมนี้ เครือข่ายคัดค้านการแปรูป โดยเกษตร พระนครเหนือ จุฬา มหิดล จะไปเปิดหมวด ประชาสัมพันธ์ ล่ารายชื่อที่สยามสแควร์ด้วย นายภัทรดนัยกล่าว

เครือข่ายฯ ระบุเน้นทำงานกับสังคม ติง สนช.ไม่จริงใจปกป้องผลประโยชน์คนในสังคม

ด้านนายเก่งกิจ กิติเรียงลาภ นิสิตปริญญาเอก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากเครือข่ายคัดค้านการแปรรูปการศึกษากล่าวว่า หลังจากนี้จะใช้รูปแบบการทำกิจกรรมหลากหลายวิธี เน้นการทำงานในภาคสังคมมากกว่า ประเด็นสำคัญก็คือต้องถามตัวเองว่าเรามีมวลชนหรือเปล่า ทั้งนี้มวลชนมีส่วนสำคัญที่จะทำให้สื่อพูดถึงเรา และจะทำให้สังคมหันมาทำความเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น ดังนั้นการทำงานมวลชนในมหาวิทยาลัยเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้คนมาสนใจมากขึ้น

ต่อกรณีที่ สนช. ผ่านพิจารณารับร่างหลักการ พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยออกนอกระบบ 2 ฉบับรวด โดยเมินเสียงคัดค้านนั้น นายเก่งกิจกล่าวว่าโดยที่มา สนช. ไม่มีความชอบธรรม 2 ประการคือ ที่มา และ ประเด็นทางการเมือง

ในแง่ของที่มานั้น สนช. ไม่มีความชอบธรรมเพราะมาจากการรัฐประหาร การจะมาอ้างว่าเป็นตัวแทนของคนในสังคมนั้นตนเห็นว่าไม่มีความชอบธรรมเลย ไม่มีความชอบประการที่สองคือ ประเด็นทางการเมือง กล่าวคือ ถ้า สนช. จะปกป้องผลประโยชน์ของคนในสังคม เขาจะต้องไม่ผ่านวาระของ พรบ. ดังกล่าวในสภา การที่เขารับหลักการในวันนี้ แสดงว่าเขาจริงใจที่จะไม่ปกป้องผลประโยชน์ของคนในสังคม

ดังนั้น ตนเห็นว่าในสภาไม่มีคนไหนเป็นความหวังสภา เราเห็นว่าเราควรมีความหวังกับพลังนักศึกษาที่จะเชื่อมโยงกับภาคประชาชนอื่นๆ ที่มันสามารถเชื่อมโยงประเด็นการต่อสู้ร่วมกันได้หลายประเด็น เช่นฝ่ายแรงงานมาร่วม ที่เรียกร้องรัฐสวัสดิการ ซึ่งมีข้อเรียกร้องใกล้เคียงกับนักศึกษาทุกอย่าง กลุ่มเกษตรกรที่คัดค้าน FTA ตนเห็นว่าเราต่างมีเสรีนิยมใหม่เป็นศัตรูร่วมกัน ซึ่งเราต้องขยายแนวร่วมตรงนี้ให้เป็นพลัง นายเก่งกิจกล่าวในที่สุด

สภาคณาจารย์จุฬาระบุมติเอกฉันท์ชะลอร่าง พ.ร.บ.จุฬา

เวลา 13.30 น. ผศ.ดร.จุมพล พูลภัทรชีวิน ประธานสภาคณาจารย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เปิดแถลงถึงมติในที่ประชุมสภาคณาจารย์ฯ จุฬาฯ เมื่อวันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม ที่ผ่านมา ว่า สมาชิกสภาคณาจารย์ ได้อภิปรายแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างกว้างขวาง ด้วยบรรยากาศที่เป็นไปด้วยความสร้างสรรค์ เกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นสมาชิกสภาคณาจารย์ จุฬาฯ เกินกว่ากึ่งหนึ่งได้มีมติขอให้มหาวิทยาลัยชะลอร่าง พ.ร.บ. จุฬาฯ เพื่อทบทวนและทำหลักการ กฏหมายลูก และระเบียบต่าง ๆที่สำคัญ เช่น เรื่องการบริหารบุคคล การแต่งตั้ง การได้มาซึ่งผู้บริหารทุกระดับ การได้มาซึ่งอธิการ ฯลฯ และเผยแพร่ให้ประชาชนรับทราบเข้าใจและยอมรับอีกครั้งโดยทำควบคู่กันไป

นอกจากนี้ เวลา 13.30 น.วันที่ 21 ธันวาคม นี้ สภามหาวิทยาลัย จุฬาฯ จะประชุมในเรื่องต่าง ๆจากนั้น คณะทำงานเฉพาะกิจฯ จะประชุมรวบรวมข้อมูลข้อคิดเห็นที่คณะทำงานได้ขอให้ประชาคมชาวจุฬาฯ ส่งความคิดเห็นกลับมาให้ และหลังจากนั้นจะมีการแถลงผลข้อคิดเห็นที่เสนอเข้ามาให้ทราบทั่วกัน

วันที่ : 21/12/2549

โดย : ประชาไท   http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ID=6338&Key=HilightNews


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
แค่คนอีกคน วันที่ : 03/01/2008 เวลา : 16.28 น.
http://www.oknation.net/blog/Bigism
สับปะรด

ประวัติศาสตร์ทรชนาธิปไตยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ความคิดเห็นที่ 1
กิต วันที่ : 02/01/2008 เวลา : 04.49 น.
http://www.oknation.net/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

ขอบคุณสำหรับข่าวสารครับ


************

สวัสดีปีใหม่

ครับผม
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ACROSS THE UNIVERSE

เพลงหนึ่งในยุคที่หนุ่มสาวแสวงหาความหมาย แต่ปัจจุบันเราแสงหาอะไรกันอยู่ JAI GURU DEVA - AOM

View All
<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



คุณเห็นด้วยกับการยุบวิชาที่ไม่ทำเงินในมหาวิทยาลัยเหลือเพียงวิชาพื้นฐานที่ไม่ผลิตบัณฑิตหรือไม่
เห็นด้วย
0 คน
ไม่เห็นด้วย
2 คน
ยุบหรือไม่ยุบก็ไม่เห็นจะสำคัญเลย
0 คน

  โหวต 2 คน