พิมพ์หน้านี้
|
มหาวิทยาลัยถนนคนเดิน ปฏิบัติการทวงคืนมหาวิทยาลัยของประชาชน (ภาคปัจฉิมบท) เมื่อฉบับที่แล้วผู้เขียนได้เล่าถึงการถือกำเนิดของกลุ่มมหาวิทยาลัยถนนคนเดินมาแล้ว ว่าเกิดจากการรวมตัวของนักศึกษาที่สนใจปัญหาสังคมและตระหนักถึงความสำคัญของมหาวิทยาลัยอันเป็นที่ผลิต ความรู้ แก่สังคม และได้ชวนให้เพื่อน ๆ ผู้นำกิจกรรมนักศึกษามาเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องสิทธิของนักศึกษาที่ต้องการมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการเปลี่ยนแปลงของมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง ม.นอกระบบ แต่การเคลื่อนไหวของม.ถนนคนเดินก็มีอุปสรรคที่ทำให้การเคลื่อนไหวด้วยเช่นกัน
สิ่งที่ปรากฏหลังจากการที่กลุ่ม บนดิน เข้าพบผู้บริหารก็คือการระงับการลงรายชื่อชะลอร่าง พ.ร.บ. มช. และขอไปศึกษาข้อมูลก่อน แล้วก็ค่อย ๆ เงียบไป จนมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มโดยการไปป่าวประกาศตามหอพักในมหาวิทยาลัยให้มาฟังการชี้แจงเรื่อง ม.นอกระบบของผู้บริหารและลงชื่อชะลอร่าง พ.ร.บ. เพราะคิดว่านิ่งเฉยต่อไปคงไม่ได้แล้ว หลังจากคืนนั้นแกนนำก็ถูกกลุ่ม บนดิน เรียกประชุมเพื่อตำหนิการกระทำที่ไม่ไปในทางเดียวกัน การพูดคุยวันนั้นสรุปได้ว่าทั้งสองกลุ่มจะเรียนรู้ร่วมกันแล้วจะทำเวทีเสนาสัญจรตามคณะและทำสื่อเผยแพร่ข้อมูล โดยที่สภานักศึกษาได้เขียนโครงงานสำหรับการเผยแพร่ข้อมูลไว้แล้ว แต่เพราะเหตุใดไม่ทราบได้ หลังจากที่ให้กลุ่มไปปรับแก้ข้อมูลก็ไม่สามารถติดต่อใครเพื่อทำงบฯ มาเผยแพร่ข้อมูลให้นักศึกษาได้ สิ่งที่ยอมรับในความยากของเรื่อง ม.นอกระบบนอกจากจะเป็นเร่าองที่ยังไม่เกิดขึ้น เป็นการถกเถียงเรื่องโครงสร้างทางกฎหมายเพื่อวิเคราะห์ถึงผลกระทบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ค่อนข้างเข้าใจยากและนามธรรม อีกทั้งผลกระทบอาจไม่เกิดกับเราโดยตรง แต่กับรุ่นน้อง รุ่นลูก รุ่นหลาย มันจะเห็นได้ชัด ตลอดจนเรื่องโครงสร้างทางการศึกษาที่จะกระทบต่อสังคม ยกตัวอย่างที่เกิดขึ้นแล้วก็คือ การเพิ่มจำนวนนักศึกษาจากการเปิดภาคพิเศษ แต่ไม่สามารถจัดสวัสดิการให้ได้อย่างทั่วถึง เช่น หอพักนักศึกษา มหาวิทยาลัยผลักภาระให้กับชุมชนที่อยู่รอบข้าง แม้จะมองว่าเป็นสิทธิในการจัดการทรัพย์สินส่วนบุคคลที่จะใช้ที่ดินสร้างหอพักเอกชน แต่ก็ก่อให้เกิดการแย่งชิงทรัพยากร ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำบาดาล กระแสไฟฟ้าที่ไม่เพียงพอในบางวัน ตลอดจนปัญหาการจราจร ปัญหาขยะ ปัญหาแหล่งเสื่อมโทรม สิ่งเหล่านี้มหาวิทยาลัยเป็นต้นเหตุของปัญหารับรู้ รับผิดชอบ หรือเสนอทางแก้ปัญหาหรือไม่ นอกจากความซับซ้อนของปัญหาเรื่อง ม.นอกระบบมีหลายปัจจัย ยุคสมัยปัจจุบันไม่ได้มีอะไรเห็นชัดเจนเหมือนสีดำกับสีขาว ไม่เหมือนสมัยนักศึกษากับทหารในสมัย 14 ตุลาฯ สิ่งที่ต้องกลับมาถามตัวเราเองว่า เราให้ความหมายต่อมหาวิทยาลัยว่าคืออะไร มันมีค่าแค่ไหนสำหรับพวกเรา คำว่า ปัญญาชน จะมีค่ามากเมื่อความรู้นั้นชี้นำทางสว่างให้กับมวลมนุษย์มากกว่าเพื่อผลประโยชน์ของคนบางคน คนรุ่นเราอาจถูกเลี้ยงดูมาให้เกลียดความลำบาก รักความสบาย จึงไม่แปลกที่จะไม่สนใจหรือทำอะไรที่เสี่ยงเพื่อสิ่งที่เราเชื่อว่าถูกต้อง ความเชื่อผิด ๆ ที่ทำให้เราละเลยการใช้สิทธิและเสรีภาพที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหาร แม้จะไม่มีตำแหน่งแต่ก็สามารถทำได้ ไม่มีใครปกป้องผลประโยชน์ได้ดีเท่ากับตัวของเราเอง ส่วนบทบาทหน้าที่ที่ได้รับมาเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของนักศึกษาขอฝากไว้ให้กับ คนบนดิน ทบทวนบทเรียนที่ผ่านมา บางครั้งสังคมไทยอาจจะต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง (หรือที่เรียกว่า วัวหายล้อมคอก) แต่สิ่งที่ต้องแลกกับการเรียนรู้ครั้งนี้ สังคมจะต้องเสียอะไร แค่ไหนบ้าง และเราจะยอมให้เสียได้แค่ไหน คำตอบอยู่ที่ตัวผู้อ่านทุกท่าน ไม่ว่าเมื่อไรที่ท่านไม่ต้องการจะสูญเสียอะไรไปมากกว่านี้แล้ว มหาวิทยาลัยถนนคนเดินเป็นเพียงแค่เพื่อนร่วมชะตากรรมที่ร่วมเรียนรู้และรอคอยพลังของพวกท่านเสมอ ดังคติที่ว่า ขณะที่สวดมนต์อ้อนวอน ก็อย่าได้งอมืองอเท้า |
| ผมบวชหน้าไฟให้เพื่อนข้างในครับ | ||
21.7 ล้านบาท กับอาคารที่อ้างสถาบันฯแล้วเบียดบังพื้นที่สาธารณะ |
||
|
View All |
||
| ACROSS THE UNIVERSE | ||
เพลงหนึ่งในยุคที่หนุ่มสาวแสวงหาความหมาย แต่ปัจจุบันเราแสงหาอะไรกันอยู่ JAI GURU DEVA - AOM |
||
|
View All |
||
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||