• หาดใหญ่2521
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-06-25
  • จำนวนเรื่อง : 15
  • จำนวนผู้ชม : 3357
  • จำนวนผู้โหวต : 19
  • ส่ง msg :
more
คนสัญจร
ผู้มีความสนใจในเรื่องทั่วๆไป
Permalink : http://www.oknation.net/blog/wanderer
วันเสาร์ ที่ 26 เมษายน 2551
โลกร้อนด้วยมือใคร ๓
Posted by หาดใหญ่2521 , ผู้อ่าน : 144 , 13:10:26 น.  
พิมพ์หน้านี้


อย่าคิดเปลี่ยนอะไร  ถ้าคุณยังไม่เปลี่ยนตัวเอง

.....แล้ว.....คุณรู้จักตัวเองแค่ไหน 

  เคยมีคนเขียนไว้ในชุมชนนี้ ทำไมฝรั่งเจริญกว่าคนไทย หรือคนเอเซีย อะไรทำนองนี้ เราเคยเข้าไป เม้นท์ตอบไปว่า เพราะกระบวนการคิดทางตรรกะของฝรั่งทั้งนั้น  ฝรั่งกระแส หลัก ยึดติดกับตรรกะมาก และขวนขวาย แสวงหาคำตอบ ให้กับสิ่งต่างๆ ที่ตน ต้องเข้า ไปเกี่ยวข้อง อย่างไม่รู้จบสิ้น และไม่เคยเพียงพอ  และยอมต่อสู้ เอาตัวเข้าแลกเพื่อบรรลุ ความรู้อันที่คาดหวัง 

  ร่วมยี่สิบปีกระมังที่กระแสสีเขียวพัดผ่านมาประเทศไทย แล้วเราก็มีองค์กร บริษัท ห้างร้าน และ สินค้าที่มี คำว่า เขียว สิ่งแวดล้อม  Green, environment, eco (economic หรือ ecology ???) ฯลฯ  จนถึงวันนี้ ใช่เราเปลี่ยนแปลง พัฒนาแนวคิด ด้านนี้จากเดิมไป เท่าไหร่กัน  หรือเราจะไม่สนใจศึกษาตรรกะเบื้องหลัง ที่กำเนิดกระแสสีเขียวที่พัดจาก ยุโรปมาสู่ไทย 

   โลกตะวันตกพลิกโฉมตัวเองเมื่อเกือบห้าร้อยกว่าปีก่อน เมื่อ Nicolaus Copernicus    (1473 –1543) เผยแพร่ ผลงานศึกษาทางดาราศาสตร์ (ด้วยความไม่เต็มใจนัก เพราะ กลัวมีปัญหากับทางวาติกัน ) เรื่อง De revolutionibus orbium coelestium  หรือ การโคจร ของเทหวัตถุฟากฟ้า (On the Revolution of the Celestial Spheres)  ตามมาด้วย ยักษ์ใหญ่ แห่งวงการวิทยาศาสตร์ยุคใหม่อีกท่าน คือ Galileo Galilei  (1564 – 1642) ผลการศึกษาของทั้งสองท่าน ถือเป็นจุดกำเนิด ของการปฎิวัติวงการ วิทยาศาสตร์โลก หรือปฎิวัติวิธีคิดของชาวยุโรป จากคติคริสตชน แบบดั้งเดิมไปโดยสิ้นเชิง 

    เซอร์ไอแซค  นิวตัน, Sir Isaac Newton (1642 – 1727) ออกหนังสือ Philosophiae Naturalis Principia Mathematica  ในปี 1687 ก็เหมือนระเบิดก้อนใหญ่ สะท้านไปทั้งวงการ และติดตามมาด้วยข้อเขียนอีกหลายชุด ซึ่งล้วนแต่เป็นการเปิดโลกใหม่ สู่วงความรู้ ทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นฐานของวิทยาศาสตร์โลกมาจนปัจจุบัน  

    หลักความรู้วิทยาศาสตร์พื้นฐานเหล่านี้ เป็นจุดเริ่มต้นให้กับการพัฒนาความรู้ ในวงการวิทยาศาสตร์ ในยุคต่อๆมา และก่อให้เกิดนักประดิษฐ์ที่สร้างสรรค์ เครื่องจักร เครื่องยนต์ อุปกรณ์ อำนวยความสะดวกต่างๆ ให้กับมนุษยชาติสืบมา ซึ่งก่อให้เกิด การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ต่อความเป็นอยู่ของปัจเจกบุคคล และผลกระทบต่อสังคม และโครงสร้างทางสังคม อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางการต่อต้าน ขัดแย้งกับศาสนจักร ทำให้ชาวยุโรป บางส่วนอพยพไปแสวงหาชีวิตใหม่ ในทวีปที่ค้นพบใหม่  บทเพลงของช่างฝีมือเร่ร่อน ในเยอรมัน ก็ค่อยๆลางเลือน กลายเป็นตำนานไป      

   และแล้วพัฒนาการทางวิทยาศาสตร์  และประดิษฐกรรมที่สืบเนื่องก็ ก้าวมาถึงจุดสำคัญ เมื่อเกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรม ในประเทศอังกฤษ  การประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้ำ เครื่องทอผ้า ความต้องการใช้ถ่านหิน ในอุตสาหกรรมที่เพิ่มสูงขึ้น นำมาสูการพัฒนา เทคโนโลยี่  ด้านเหมืองแร่ และการถลุงเหล็ก รวมถึงโลหะหนักอื่นๆ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ ในสังคม เกิดชนชั้นใหม่ๆ  นักวิทยาศาสตร์ นักประดิษฐ์ วิศวกร นักออกแบบ อุตสาหกร  ผู้บริหารองค์กร และชนชั้นผู้ใช้แรงงาน ความเกี่ยวเนื่อง ของพัฒนาการนี้ ส่งผลกระทบ ไปทุกหย่อมหญ้า ทำให้เกิดกระบวนการคิดแบบใหม่  และค่านิยมใหม่ๆ ในสังคม  

   และแล้วโฉมหน้าโลกยุคปัจจุบันก็เปิดขึ้น วิวัฒนาการทางวิทยาศาสตร์ และสิ่งประดิษฐ์ เกี่ยวเนื่อง การค้นพบการเหนี่ยวนำไฟฟ้าของ ไมเคิล ฟาราเดย์  ทฤษฏีพลศาสตร์ ความร้อนของ โบลซ์มานน์ ทฤษฏีแก๊ซของ บอล์ย ศาสตร์เคมีของลาวัวซิเยร์ ชีววิทยา ของชาร์ล ดาร์วิน และโลกก็พัฒนาอย่างกระโดดไปอีกครั้งเมื่อ เอดิสันประดิษฐ์หลอดไฟฟ้า สำเร็จ  แม็กซ์เวลล์ เสนอสมการคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า นิโคไล เทสลาประดิษฐ์มอเตอร์ไฟฟ้า ที่ใช้งานจริงได้สำเร็จ  นวัตกรรมสำคัญทางวิศวกรรมไฟฟ้าสองอย่าง ที่พลิกโฉมหน้าโลก ไปอย่างสิ้นเชิง       

   คน(ยุโรป)สมัยนั้นเชื่อกันว่า การค้นพบหรือนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ เหล่านี้ จะทำให้ ชีวิตมนุษย์ดีขึ้น  มนุษย์จะมีความสุข ความมั่นคงกับชีวิตมากขึ้น  แล้วคุณ คนสมัยนี้หล่ะ เชื่ออย่างไร  ??  

   พัฒนาการทางวิทยาศาสตร์และสิ่งประดิษฐ์ ในโลกตะวันตกก็เติบโต ควบคู่ขนานไปกับ กระบวนความคิด ทางสังคม จิตวิทยา สัญญาประชาคม Social Contract ของรุสโซ เจตนารมณ์ของกฎหมาย โดย มงเตสกิเยร์ ทฤษฏีทางจิตวิทยาของ ซิกมุนด์ ฟรอยด์ ข้อเขียนของจอห์น ล็อค, อดัม สมิทธ์ ทฤษฏีเศรษฐศาสตร์ ของ เคย์ ก็เกิดขึ้นมา ในเวลาไล่เลี่ยกัน   สิ่งเหล่านี้เราอยากเรียกว่ากระบวนทัศน์ หรือวิธีการใช้เหตุผล ซึ่งได้รับผลมาจากวิธีการใช้เหตุผลแบบวิทยาศาสตร์(สาขาฟิสิกส์)แบบนิวตัน Newtonian Physics ทั้งสิ้น  

   วิทยาศาสตร์ในโลกตะวันตกยุคนั้น เกิดและเติบโตมาพร้อมๆกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เปลี่ยนแปลงกระบวนคิด ของผู้คนในสังคม ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสังคมในวงกว้างในยุโรป และประเทศที่เกิดใหม่มาพร้อมกับทัศนคติแบบนี้ คือสหรัฐอเมริกา   

    การปฎิวัติล้มล้างการปกครองแบบราชวงศ์ในฝรั่งเศส (บางคนบอกว่า ตรงกับวันสถาปนาพรรคไทยรักไทยพอดี (วันบุกคุกบาสตีย์)) ก่อนจะกระจายไปทั่วยุโรป บางประเทศที่ประนีประนอม ก็รักษาระบอบกษัตริย์ ไว้ได้ บางประเทศก็ล่มสลายไป พร้อมๆกับ การกำหนดเขตแดน พรมแดน ชื่อถิ่นกันใหม่ ก็เป็นผลกระทบที่ตามมาจากทัศนคติ ทางวิทยาศาสตร์แบบนี้เช่นกัน

     ไม่มีพระผู้สร้าง คนทุกคนจึงเกิดมาเท่าเทียมกัน  และมนุษย์ยุคนั้นก็เริ่มเชื่อว่า มนุษย์สามารถควบคุมจัดการโลกได้ หากมีความรู้และทรัพยากรเพียงพอ ใครคนนึงถึงกับออกปาก หากมีไม้คานที่ยาวพอ เขาสามารถดีดโลก ให้ไปอยู่ในตำแหน่งใดก็ได้ในจักรวาล และแล้วระบอบประชาธิปไตยก็พัฒนา เติบโตมาพร้อมกับ ความคิดเบื้องลึกเช่นนี้

    วิทยาศาสตร์ที่เริ่มด้วยความใฝ่รู้ของปราชญ์ เริ่มพลิกเป็น อหังการ์ของผู้ที่เห็นอำนาจที่ได้มาจากมัน หนังสือวิทยาศาสตร์ที่เผยแพร่ในชั้นหลัง จึงใช้คำพูดสาธยายตรรกะ ที่โอหัง ประหนึ่งโลกทั้งโลกหรือทั้งจักรวาล วันหนึ่งสามารถบริหารได้โดยมนุษย์ โดยเฉพาะในภาษายุโรปที่ต้องมีการระบุเพศนำหน้านาม การเลือกเพศให้กับสิ่งของ เครื่องจักร หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ แสดงอัตตาของมนุษย์ออกมาอย่างรุนแรง ฉันคิด ฉันจึงเป็นอยู่ I think so I am. คิดให้ลึกถึงสาระหลังวลีสั้นๆนี้             

    โลกวิวัฒน์มาเรื่อย แต่ดูเหมือนวิทยาศาสตร์จะก้าวเดินไปอย่างต่อเนื่อง แต่เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ เหมือนจะชะลอฝีท้าวห่างไปมากนัก ศาสนาในยุโรปเป็นแค่ธรรมเนียม ของคนหัวเก่าบางกลุ่มเท่านั้น

      ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ สร้างอหังการ์ให้แก่มนุษย์ เมื่ออังกฤษสร้างเรือเหล็ก ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ได้สำเร็จ ว่ากันว่ากะลาสีเก่าบางคนที่่เห็นถึง กับเป็นลมล้มพับไปเลย พร้อมๆไปกับวิวัฒนาการทางวิทยาศาสตร์ ความขัดแย้งในยุโรป ก่อให้เกิด วิทยาศาสตร์ทางทหาร ปืนไฟ ปืนใหญ่ เรือปืน ดินระเบิด ก็พัฒนามาพร้อมๆกับ เครื่องกำเนิดไอน้ำ ยุโรปบางส่วนเบนเรือออกหาความรู้นอกอาณาเขตยุโรป ซึ่งว่ากันว่า มีของแปลกๆ ให้เรียนรู้ อีกมาก เพื่อสนองความใคร่รู้ของตน และสินทรัพย์ ที่่ีคนท้องถิ่น ดูว่าไม่มีราคา  เพราะไม่รู้จักใช้ ไม่รู้จักทำ พลิกกลับมาเป็นยุคล่าอาณานิคม  ตำราเรียน ของเด็กสหรัฐ ยุโรป ยี่สิบกว่าปีก่อนระบุว่า ฟิลิปปินส์ ถูกค้นพบโดยแมกเจลแลน ??  ชนพื้นเมือง คนท้องถิ่นถูกมองข้ามไปเฉยๆซะงั้น ใครค้นพบเมืองไทยไม่ทราบ??

     จากคติเดิมที่พระเจ้าเป็นศูนย์กลาง คอปเปอร์นิคัสที่สาธยายตัวเองเหมือนเด็กน้อยแอบสังเกตกิจวัตรของพระเจ้า มาบัดนี้ มนุษย์ผู้ยืนตัวตรง ผู้ยืนอยู่จุดบนสุดของวิวัฒนาการสิ่งมีชีวิตบนพิภพโลก ตามทฤษฏีของดาร์วิน ตะโกนออกไปก้องโลก ทั่วฟ้าว่า ถึงเวลาแล้วที่สรรพสิ่งทั้งหลาย จะต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข สนุกสนานของมนุษย์เท่านั้น อะไรที่ไม่มีประโยชน์ หรือขัดขวางจุดหมายนี้จะต้องถูกดัดแปลงหรือทำลายไป   ป่าไม้ แม่น้ำ ลำธาร ภูเขาจะยืนยงอยู่ได้ ก็ต่อเมื่อมนุษย์เห็นว่าเป็นประโยชน์เท่านั้น   ใครผ่านไปแก่งคอย เห็นโรงงานซืเมนต์ใหญ่ๆ พอนึกภาพอหังการ์ของมนุษย์ออก ภูเขาสูงระฟ้ายืนยงมานับพันหมื่นศตวรรษ ถูกย่อยลงมาเป็นผงในชั่วไม่กี่ปี ถ่านหินซ่อนอยู่ลึกไปเกือบกิโลเมตรก็ถูกตักออกมา น้ำมัน บ่อก๊าซซ่อนตัวอยู่ใต้ชั้นหินกลางมหาสมุทร ลึกเป็นสิบกิโลเมตรก็ยังถูกเจาะถูกสูบขึ้นมาเผาผลาญ เพื่อให้แค่เธอขับรถออกไป........ 

     วิทยาศาสตร์ที่เริ่มต้นด้วยการแสวงหาสัจจะ หาความรู้บริสุทธิ์ ตามมาด้วยการประดิษฐ์ ที่เริ่มด้วย เพื่อความสะดวกสบายของมนุษย์ ตามมาด้วยพัฒนาการทางทหาร ลัทธิอาณานิคม ขณะที่สหรัฐ หันไปค้าทาสแทน เพราะแผ่นดินตนเองก็มีให้ศึกษา สืบสาว แสวงหาประโยชน์ ได้ไม่รู้จบสิ้นอยู่แล้ว  มีข้อเขียนระดับปรัชญาลึกซึ้งมากมายจากชนพื้นเมืองอเมริกาเกิดขึ้น ในช่วงเวลานี้ ( แนะนำ Song of Hiwatha) ก่อนที่จะถูกลบลืมไป ในประวัติศาสตร์ ของลัทธิทุนนิยมที่เริ่มก่อตัวขึ้น ตามหลังการขยายตัวของเศรษฐกิจระบบค้าขาย ระบบเศรษฐศาสตร์แบบแบ่งงานกันทำ???  

   คุณรู้สึกอย่างไรเมื่อฟังเพลงคาวบอยของเสรีชน คนเดียวกันกับที่เผาทาสนิโกรหนีนาย คนเดียวกันกับที่ฆ่าหมู่ชนอินเดียนทั้งเผ่า เพื่อขุดหาสินแร่หรือแย่งที่ดินเพื่อเลี้ยงวัว    

     วงการวิทยาศาสตร์ก้าวเข้าสู่ยุคสำคัญอีกครั้ง เมื่อนักวิทยาศาสตรจำนวนหนึ่ง หันมาสนใจ ของเล็กๆ คือระดับโมเลกุล อะตอม จุดประกายด้วยหญิงแกร่งจากยุโรปตะวันออก เมื่อ มารี  คูรี่ ค้นพบกัมมันตภาพรังสี  และเธอนี่แหล่ะ ทีทำให้โลกเปลี่ยนไป โดยไม่รู้ตัว

    กระบวนการเชิงตรรกะ กระบวนทัศน์ หรือวิธีการใช้เหตุผล ที่เริ่มและเลียนแบบ วิทยาศาสตร์แบบนิวตัน ใช่เราควรพูดถึง เรื่องบทบาทของกวี และศิลปินหรือไม่ ที่อื่น เราไม่ทราบนัก แต่ในเยอรมัน ก็วิวัฒน์มาพร้อมๆ กับวิทยาศาสตร์ เมื่อเกอเธ่เขียนถึง หนุ่มเฟาสต์ ที่แสวงหา ความสมบูรณ์ของมนุษย์ที่สามารถ ช่วยเหลือผู้อื่น ได้ตามสมควร ใช่หมายถึงพัฒนาการทาง วิทยาศาสตร์ ที่เริ่มต้นด้วยเจตนาดี ของนักวิทยาศาสตร์ ในยุคเกอเธ่ แต่นำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ไม่อาจคาดคะเน ในพ.ศ.นี้หรือไม่   ใช่เหมือนๆกับ  Oppenheimer หัวหน้าโครงการแมนฮัตตัน วิจัยอาวุธนิวเคลียร์ ในทะเลทรายเนวาดา ที่จบลงที่คุก ด้วยข้อหาทรยศประเทศ เมื่อเขาประท้วงรัฐบาล ที่นำระเบิดนิวเคลียร์ ไปทิ้งที่ญี่ปุ่น  และสุดท้าย ก็เสียชีวิตไปด้วย ความคับแค้นเสียใจ ด้วยตราบาป ที่เขาตราตัวเองไว้ ในฐานะหัวหน้าโครงการ ที่ทำให้ระเบิดนิวเคลียร์จากทฤษฏีในกระดาษ เป็นของจริง แล้วก็ทำให้คนตายไปหลายแสนคน และเป็นการเปิดยุคยุทธศาสตร์นิวเคลียร์ ที่จะยืนยง ต่อไปอีกนาน จนกว่าจะมีใครคิดสร้าง อะไรที่รุนแรง กว่านี้สำเร็จ   

  เพิ่งจะครึ่งทาง เราคงต้องขอต่อตอนหน้าอีกตอนเถอะนะ              


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14
เจเจค่ะ วันที่ : 19/05/2008 เวลา : 21.08 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
ยังไม่ได้ฤกษ์อัพบล๊อกอ่ะค่ะ..... 

ต๊ะเอ๋




ความคิดเห็นที่ 13
ป้านงค์ วันที่ : 18/05/2008 เวลา : 17.43 น.
http://www.oknation.net/blog/auntnong

Danke !
ความคิดเห็นที่ 12
KK-rich วันที่ : 15/05/2008 เวลา : 23.54 น.
http://www.oknation.net/blog/kk-rich

มายด์แมป โลกร้อน

http://img174.imageshack.us/img174/1183/combatingglobalwarmingmlp1.jpg
ความคิดเห็นที่ 11
คนใต้ใจดี วันที่ : 15/05/2008 เวลา : 22.33 น.
http://www.oknation.net/blog/taytv3yala

สวัสดีครับ แวะมาเยี่ยมครับ
ความคิดเห็นที่ 10
ฟ้าฤดูร้อน วันที่ : 08/05/2008 เวลา : 10.42 น.
http://www.oknation.net/blog/awake
สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ...

เพิ่งทราบเรื่องหัวหน้าโครงการนิวเครียร์จากข้อมูลที่นำเสนอนี้ ตราบาปที่เกิดจากความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์
แต่ถดถอยด้านมนุษยธรรม

เอ่อ..ขอโทษนะคะ เมนท์ไม่เกี่ยวกับประเด็นโลกร้อนแต่อย่างใด ...

สวัสดีนะคะ
ความคิดเห็นที่ 9
naijoe วันที่ : 07/05/2008 เวลา : 22.32 น.
http://www.oknation.net/blog/naijoe

เหตุการณ์สำคัญต่างๆเกิดขึ้นมากมาย...

ล้วนเพื่อสนอง...ความต้องการ...



ความคิดเห็นที่ 8
วาริท_วิมล วันที่ : 04/05/2008 เวลา : 14.44 น.
http://www.oknation.net/blog/waritwimol

อีกอย่างของประเทศไทยที่ต้องปรับปรุงคือ ชอบประชุม ชอบสัมมนา ชอบระดมความคิด ........ แต่ไม่ค่อย "ทำ"

NO more conference!!!! ........... Do it now!!!
ความคิดเห็นที่ 7
Lyrics วันที่ : 04/05/2008 เวลา : 04.25 น.
http://www.oknation.net/blog/lunla
: Fa Me  SinG a SonG :

เข้ามาเยี่ยมคะ

รณณรงค์ลดโลกร้อนด้วยคนคร่า

ว่างๆแวะเข้ามาอ่านนะคะ

http://www.oknation.net/blog/lunla/2008/04/30/entry-1
ความคิดเห็นที่ 6
รุสสกี้ วันที่ : 03/05/2008 เวลา : 19.46 น.
http://www.oknation.net/blog/russky
ในงานศพ จะมีขี้เมาน้อยกว่างานแต่งงานหนึ่งคนเสมอ

ตอนนี้นักวิทยาศาสตร์เองก็ยังเถียงกันไม่จบว่าโลกเรานี้ มันร้อนของมันเอง หรือว่าไอ้มนุษย์ขี้เหม็นไปทำให้มันร้อน

ขอรอดูให้เขาเถียงกันให้จบก่อน

แต่เห็นด้วยกับเรื่องการคิดของฝรั่งช่างคิด ที่คนไทยเราสู้ไม่ได้ และไม่เคยคิดจะสู้
ความคิดเห็นที่ 5
สเม็ดขาว วันที่ : 02/05/2008 เวลา : 23.23 น.
http://www.oknation.net/blog/SUPOJJANG


โลกร้อนคงจะลดยาก แต่ที่สำคัญทำอย่างไรจะไม่ทำให้ร้อนเพิ่มก่อนดีกว่า เพราะคนส่วนน้อยที่ขาดจิตสำนึก หวังเพียงความมั่งคั่งส่วนตัว สร้างปัญหาให้คนทั้งโลกยังมีให้เห็นอยู่มาก เมื่อกลางปี 50 ผู้ว่า กทม.เป็นตัวแทนประชุมลดปัญหาโลกร้อนที่กรุงนิวยอร์ค 40 ประเทศทั่วโลก สรุปว่า ตัวการสำคัญสร้างปัญหามลภาวะ และโลกร้อนมากที่สุดคือ 1 โรงไฟฟ้าถ่านหิน 2 โรงงานถลุงเหล็ก แต่ทั้งสองรายการกำลังถูกรัฐ และ เอกชนที่เห็นแก่ความมั่งคั่งผลักดันนำเข้ามาที่ประเทศเรา จังหวัดประจวบฯ บางสะพาน ที่มีธรรมชาติดีที่สุดแห่งหนึ่งของไทย แล้วจะเหลืออะไรละประเทศเรา
ความคิดเห็นที่ 4
ญาใจ วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 17.53 น.
http://www.oknation.net/blog/yahyy
@...ก็แค่อยากร้องไห้บ้างในบางครั้ง...@


ความคิดเห็นที่ 3
ชานบ้านชานเมืองทัวร์ วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 23.14 น.
http://www.oknation.net/blog/chanbaantravel
บ้างครั้งเราก็บอกว่าสิ่งนั้นสิ่งนี้ แต่สิ่งนั้นสิ่งนี้ก็เพราะเราคิดว่า แต่นั้นอยู่ที่ว่าจริงเท็จหรือไม่อยู่ที่ความรู้ของผู้มีปัญญาตัดสินเท่านั้นเอง

ผมกำลังหาทางทำธุรกิจอีกครั้ง เพื่อหาที่ทำบ้านดินที่พักต่างอากาศราคาถูกครับ เพราะเห็นว่าจะได้มีเวลาทำเว็บไซต์ด้วย แล้วก็ยังมีงานทำด้วย โลกก็ไม่ร้อน เพราะใช้วัสดุจากธรรมชาติ ผมคิดเอาเองนะ
ความคิดเห็นที่ 2
เจเจค่ะ วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 20.44 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
ยังไม่ได้ฤกษ์อัพบล๊อกอ่ะค่ะ..... 

ตามมาเป็นขบวน




ความคิดเห็นที่ 1
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 26/04/2008 เวลา : 15.15 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

นั่นสิ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30