พิมพ์หน้านี้
|
หลายๆคนอาจจะพูดว่าทำไมว้า...กะอีแค่ไม่มีงานทำคนเขาไม่มีงานทำกันทั่วประเทศเขายังไม่ว่ากันซักคำ......เออ.....บางทีก็อาจจะจริงอย่างเขาว่าแต่ที่นั่งถอนหายใจวันละ4-5รอบเเนะคือไม่ได้โดนไล่ออกจากงานนะแต่ว่าถีบตัวเองออกมาต่างหากล่ะ ทำไมอ่ะหรือ....บางทีอาจจะเป็นเพราะเราบ้าไปป่าว เพิ่งกลับมาจากการไปเรียนปริญญาโทที่ประเทศยากจนประเทศหนึ่งกลับมาได้ปรัชญาและความหมายในชีวิตมาค่อนข้างพอสมควร และสามปีที่อยู่ที่นั่นมันพาเอาความอยากได้อยากดีหนีหายไปสิ้น พอกลับมาเลยตั้งเป้าว่ากูจะไม่ไปที่ไหนเด็ดขาด ถึงแม้มีงานมากมายที่มหานครอย่างกรุงเทพมากมายก็ตาม กูก็จะปักหลักตายที่บ้าน ความคิดนี้มันไม่ได้แค่แว่บมาในสมองนะ แต่มันมีมานานแล้ว พอสอบเทอมสุดท้ายเสร็จก็ตั้งใจจะมาหางานที่บ้านเกิด ท้ายที่สุดมีอาจารย์ท่านนึงที่เราเคารพมากมาชวนไปสอนพิเศษเพราะว่าท่านอาจจะเห็นแวว และเรายังบอกท่านอีกว่าเราไม่อยากไปทำงานที่ กทม.แน่ๆจะอยู่ที่บ้านนี่แหละ ท้ายที่สุดสอนไปสอนมาได้สามอาทิตย์กว่า สอนกับอาจารย์อาทิตย์ละสามวันๆละ 1ชั่วโมง ได้เงินสามร้อยกว่าบาท ไม่ได้ดูถูกว่าเงินน้อยอะไรเลยอยู่ต่างจังหวัดแบบนี้ยังไงก็ได้บ้านกูก็ไม่ต้องเช่า เอาว่ะสู้ๆ เสาร์อาทิตย์มีเด็กมาเรียนที่บ้านอีก เออว้อย พอถูไถ ไปได้ ยังไงกูคงไม่อดตายอย่างน้อย เออลืมเล่าไปนิดก่อนที่จะสอนได้เนี่ยนะต้องไปคุยเเละเตรียมแผนกับอาจารย์อย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง แล้วยังต้องกลับมาศึกษาที่บ้านอีก แถมแกยังทบทวนแกรมมาร์ที่เราหลงลืมให้ใหม่หมด (ขอบอกว่าภาษาอังกฤษเราที่เรียนๆกันเนี่ยเอาเข้าจริงๆพอจะสอนกลับอธิบายให้เด็กเล็กฟังไม่ถูก) ว่า อะไร ทำไร และอย่างไร รู้สึกว่าตนเองโง่มาก กะอีแค่นี้ทำไมกูสอนให้เข้าใจไม่ได้ว่ะ แต่เวลาสอนเสาร์อาทิตย์เองที่บ้านก็มีเด็กมาเรียนนะแต่เป็นเด็กเรียนไม่เก่งเท่าไหร่ไง พอเวลาสอนเราถ้าเราเตรียมมาดีก็สอนได้และอีกอย่างไม่ค่อยตื่นเต้น แถมอาจารย์ยังบอกอีกว่าพูดภาษาอังกฤษเยอะๆเด็กจะได้ฟัง.....โถๆๆๆๆๆ พูดจนน้ำลายเปียกหัวเด็กก็ไม่มีใครตอบกูซ้ากคน เสมือนทั้งห้องเป็นอารามหลวงที่ห้ามพูดจาเสียงดัง เอ้า !!!! แล้วอย่างนี้กุจะสอนยังไงตอนที่ตกลงกันมาอาจารย์แกว่า จะให้เราสอนเรื่องรอบตัวบทสนทนาเด็กเยอะๆ แต่เอาเข้าจริงๆพอเราพูดเด็กกลับเป็นใบ้ไปเสีย ตูละงงกะชีวิตไม่รู้จะเอายังไงแต่ด้วยความหน้าด้านก็ยังสอนๆไป แต่พอดีมีวันนึงเด็ก ป.4 คนนึงหายไปแถมสตอปัญญาเด็ก ป.4 สมัยนี้นะคะ พี่น้องให้เพื่อนเขียนใบลามาให้อาจารย์ว่าหนูขอไม่เรียนค่ะ วันไหนที่อาจารย์สอนให้โทรไปตามด้วย ถ้าครูคนนี้สอนหนูไม่มา โอ้ยยยย ปวดศรีษะอยากบีบคอตัวเองตาย นี่เราไปทำอะไรมันหว่า เอ....เด็กคนนี้คนไหนหว่า ตอนที่เขียนอยู่นี่ยังจำหน้าเด็กคนนั้นไม่ได้เล้ย งง อ่ะ อันนี้จุดที่หนึ่งนะที่รู้สึกว่าท่าทางกูจะเอาดีด้านนี้ยาก จุดที่สองผู้ปกครองเริ่มมามองดูลอดห้องกระจกที่เราสอนอยู่ว่าวันนี้ใครสอน เอ้าเออไม่เป็นแหมคนเป็นพ่อเป็นแม่คนมันก็ต้องอยากรู้มั่งสิว่ะว่าวันนี้ใครแพล่มให้ลูกกูฟัง เอ้าเอออันนี้เข้าใจได้ แต่สักพักสอนไปเริ่มมีผู้ปกครองโทรมาหาอาจารย์ว่าใครสอน เอ้าเอ้....อันนี้ยังไง......อาจารย์แกเองก็ไหวตัวทันก็มาบอกเราว่าเอาอย่างนี้ในชั้นนึงเรากับอาจารย์สอนกันคนละครึ่งแบ่งกัน (งานนี้เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหานะ) แต่เรื่องผู้ปกครองสิสำคัญกว่า เออ......บางทีมันอาจจะกะทันหันเกินไปนะที่เราอยู่ดีๆเป็นใครไม่รู้มาสอนลูกเขา (ก่อนที่จะสอนอาจารย์ร่อนจดหมายเวียนถึงผู้ปกครองแล้ว) พอวันต่อมาเราสอนเด็กเรื่องป้ายจราจรเป็นภาษาอังกฤษเราก็พยายามเสริมความรู้เด็กเต็มที่เพราะว่าอาจจะให้เด็กสนุก ปรากฎว่ามีเด็กที่นั่งข้างหน้าพูดว่า "สอนไปเห้อะไม่ฟังหร้อก" เท่านั้นแหละ ปี้ด แตกเลย แต่ยังเก็บอาการจนกระทั่งเด็กเลิกเรียนแล้วบอกกะอาจารย์ว่า "อาจารย์ดูท่าทางหนูคงจะไม่ถนัดสอนเด็กจริงๆ" "ถ้าหนูเป็นเด็กแล้วมาเรียนพิเศษกับอาจารย์ที่หนูไม่ชอบหนูก็คงไม่อยากเรียน" อาจารย์แกก็ดีบอกว่าไม่เป็นไรหรอม่เห้นมีใครเขามาพูดอะไรกับครู ผู้ปกครองไม่มาพูดไม่ได้หมายความว่าเขาชอบใช่ไหม เหมือนเด็กบางคนไม่พูดก็ไม่ได้หมายความว่าเด็กชอบเรา เฮ้อ......เรื่องมันก็มีประการฉะนี้แลที่ชั้นคิดว่าเราควรออกดีกว่า เพราะรักษาชื่อเสียงและคุณภาพของอาจารย์ไว้ สองคือถ้ารอจนเขาด่ามาตรงๆคงทำมาหากินที่นี่ไม่ได้อีก ต้องระเห็ดไปทำงาน กทม. ซึ่งไม่เคยอยากจะไป วันนี้ก็เป้นอีกวันที่ต้องตื่นแต่เช้าเพราะว่ามีเด็กมาเรียนด้วยสองคน......เฮ้อขนาดว่าเราไม่ได้หวังอะไรมากขอเริ่มต้นอะไรที่ง่ายๆแล้วนะแต่มันก็ไม่ง่ายอย่างที่คิดว่ะ |
| << | สิงหาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | ||||||