|
ในทุกสังคมมีพิธีกรรม และพิธีกรรมที่สำคัญคือ พิธีกรรมเปลี่ยนผ่าน (rite of passage) ซึ่งมนุษย์ทุกชาติทุกภาษามี 'พิธีกรรมเปลี่ยนผ่าน' ตั้งแต่ระดับปัจเจก จนถึง ระดับสังคม พิธีกรรมเปลี่ยนผ่านระดับปัจเจก มักจะเกิดขึ้นในช่วงที่คนเราเปลี่ยนสถานะทาง สังคม เช่น 'พิธีบวช' เป็นการเปลี่ยนจากเด็กเป็นผู้ใหญ่ 'พิธีแต่งงาน' เพื่อแสดงให้เห็น การเปลี่ยนจากคนโสดเป็นคนมีครอบครัว 'พิธีศพ' เป็นสัญลักษณ์เปลี่ยนจากชีวิตเข้าสู่ ความตาย ซึ่งในระดับของปัจเจกมีความเกี่ยวข้องกับสังคมในวงแคบ อาจเกี่ยวพันกับ คนในเครือญาติเพื่อนฝูงหรือชุมชน
ขณะที่ พิธีกรรมระดับสังคม เกี่ยวพันกับคนทั้งสังคม โดยมากจะเป็นเรื่องของ ระดับรัฐ ดังนั้น เมื่อเกิดพิธีกรรมประเภทนี้คนทั้งสังคมเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น พิธีขึ้นปี ใหม่ และในสังคมเกษตร ยังมีพิธีกรรมที่มีความสำคัญระดับสังคมที่เกี่ยวข้องกับวัฏจักร การเพาะปลูก ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูเพาะปลูก ทั้งก่อนและหลัง วันสงกรานต์ ถือเป็นพิธีกรรมเปลี่ยนผ่านของสังคม เพื่อเตรียมเข้าภาวะใหม่ นั่น คือปีใหม่ของไทย คำว่า สงกรานต์ มีความหมายตามรากศัพท์ว่า ผ่านหรือเคลื่อนย้ายเข้าไป ดังนั้น ประเพณีสงกรานต์จึงมีความหมายกับคนในสังคมให้รับรู้ถึง 'การเปลี่ยนผ่าน' เข้าสู่ ช่วงเวลาใหม่ของชีวิต ในช่วงเวลาแห่งพิธีกรรม มนุษย์มักจะหยุดกิจกรรมปกติประจำวันทั้งหมด จะเริ่ม ต้นด้วยงานเฉลิมฉลอง ซึ่งมนุษย์เราจะกินดื่มกันอย่างเต็มที่ รวมทั้งมีการละเล่นต่างๆ เพื่อปลดปล่อยอารมณ์เข้าสู่อีกภาวะที่ในช่วงเวลาปกติไม่อาจทำได้ มีการสาดน้ำ ประ แป้ง เป็นอาทิ ในพิธีกรรมเช่นนี้ สังคมจะอนุญาตให้การแสดงออกหรือพฤติกรรมต่างๆ ปรากฏโฉมออกมาได้มากกว่าปกติธรรมดา แต่เดิมที ช่วงเวลาของวันสงกรานต์หรือปีใหม่ เอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ เพียงแต่ กำหนดกันโดยทั่วไปในช่วงวันที่ 13-14-15 เมษายนของทุกปี ถึงกระนั้น คนไทยรู้ว่า วันไหนเป็นจุดเริ่มต้นของปีใหม่จากวิธีนับทางจันทรคติ แต่ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ กำหนดให้วันที่ 1 เมษายน ของทุกปีเป็นวันขึ้นปีใหม่ แต่การประกาศให้วันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ คนไทยไม่ค่อยจะยอมรับกัน เพราะยังคงยึดถือเช่นเดิม และมีการเปลี่ยนวิธีการนับปีใหม่ในสมัยจอมพล ป.พิบูล สงคราม เมื่อปี พ.ศ.2484 ให้นับวันปีใหม่ตรงตามระบบปฏิทินตะวันตกคือ 1 มกราคม ของทุกปี อันที่จริง การเปลี่ยนการนับวันเดือนปีใหม่ ไม่เป็นที่ยอมรับกันมากนัก ยกเว้นในหมู่ ข้าราชการและสังคมเมืองในสมัยนั้น แต่ต่อมาวิธีชีวิตของคนไทยเริ่ม 'ผูกติด' กับโลก ตะวันตกอย่างแยกไม่ออก และจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมทุนนิยมตะวันตก จน กระทั่งวิธีการนับวันเดือนปีแบบตะวันตกเป็นที่ยอมรับในที่สุด การยอมรับการนับวันเดือนปีแบบตะวันตก แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเด่น ชัดในสังคม ซึ่งไม่เพียงแต่วิถีชีวิตเท่านั้น แต่รวมทั้งความรู้สึกนึกคิดต่อหลายสิ่งหลาย อย่างที่เราไม่อาจต้านตะวันตกได้ แต่การดำรงอยู่ของวันสงกรานต์จึงเป็นสิ่งที่มีความหมาย แม้ไม่ใช่วันขึ้นปีใหม่อีก ต่อไป แต่จิตวิญญาณแห่งการเฉลิมฉลองยังไม่เสื่อมสลาย ซึ่งมีความคึกคักและสนุก สนาน ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ของประเทศให้ความสำคัญ ดังจะเห็นภาพผู้คนทยอยกลับ บ้านต่างจังหวัดแน่นทั่วทุกสารทิศ เนื่องเป็นวันหยุดยาวของคนไทย ประเพณีสงกรานต์ตรงกันข้ามกับโลกสมัยใหม่ที่มุ่งแต่ทำงาน และการดำรงอยู่ ของวันสงกรานต์ จนรัฐบาลทุกยุคต้องให้ความสำคัญกับวันหยุดชดเชย แสดงให้เห็น ถึงชัยชนะอันงดงามทางวัฒนธรรมที่อยู่ได้ในยุคที่เขาวัดคุณค่ามนุษย์เหมือนเครื่อง จักรกล (ตีพิมพ์ในคอมลัมน์ บ้านเมืองมีอดี ต กรุงเทพธุรกิจ วันอาทิตย์ที่ 15 เมษายน พ.ศ.2550)
|