• วรรณนา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chokchaiphon@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-11
  • จำนวนเรื่อง : 15
  • จำนวนผู้ชม : 5751
  • จำนวนผู้โหวต : 4
  • ส่ง msg :
ตัดผ่านวัฒนธรรมร่วมสมัย
มอง เมิน สอดและส่อง ปรากฏการณ์วัฒนธรรมร่วมสมัย
Permalink : http://www.oknation.net/blog/wanna
วันอาทิตย์ ที่ 17 มิถุนายน 2550
ความหลงลืมทางประวัติศาสตร์
Posted by วรรณนา , ผู้อ่าน : 361 , 23:07:37 น.   | หมวดหมู่ : วัฒนธรรมวิพากษ์  
พิมพ์หน้านี้



 ประวัติศาสตร์และโบราณคดีเป็นเรื่องราวที่เต็มไปด้วย 'อคติ' ไม่ว่าใครจะเป็นผู้เขียนขึ้นมา และในโลกยุคใหม่ที่มีการติดต่อสื่อสารกันอย่างเข้มข้น 'อคติ'ประเภทต่างๆ สารพัดเป้าหมาย จึงถูกหยิบขึ้นมาใช้ได้โดย ง่าย
 

'อคติ'วงการประวัติศาสตร์และโบราณคดีไทยที่ปรากฏเด่นชัดอีกกรณีหนึ่ง คือ การอธิบายและมุมมองต่อ 'เมืองเชลียง' หรือเรียกภายหลังว่า 'เมืองศรีสัชนาลัย' ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย อ.ศรีสัชนาลัย อยู่ทางตอนบนของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

 ความสำคัญของ เมืองเชลียง หรือ เมืองศรีสัชนาลัย ไม่มีคำอธิบายหรือพยายามสืบค้นกันมากจากนักประวัติศาสตร์โบราณคดี ไม่ว่าจะเป็นสำนักไหน เรารู้คร่าวๆ เพียงว่า 'เมืองศรีสัชนาลัย' เป็น 'เมืองคู่แฝด' ของสุโขทัย ราชธานีแห่งแรกของไทย แต่เป็นเมืองลูกหลวง
 

ทั้งๆ ที่เอกสารจีนโบราณ และพงศาวดารโยนก ได้กล่าวถึงเมืองนี้เช่นกันในฐานะเมืองใหญ่ไม่แพ้สุโขทัย ซึ่งโบราณสถานภายในอุทยานแห่งชาติที่ปรากฏในปัจจุบัน รวมทั้งบริเวณรอบๆ ก็แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของเมืองศรีสัชนาลัย จะเห็นได้จากการพบเตาเผาสังคโลกถึง 200 เตา ตั้งเรียงรายอยู่ริมน้ำยม รวมทั้งโบราณสถานขนาดใหญ่และเล็ก กว่า 200 แห่ง ไม่แพ้สุโขทัยที่กระจายอยู่รอบๆ กำแพงเมือง
 

จากการขุดค้นทางโบราณคดีหลายแห่งก็พบชุมชนกระจายอยู่โดยรอบริมน้ำยม และแสดงให้เห็นว่ามีประชาชนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นมาหลายยุคหลายสมัยตั้งแต่ยุคหิน จนกระทั่งเป็นเมืองขนาดใหญ่เช่นเดียวกับสุโขทัย
 

'เมืองเชลียง' เหมือนเป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าที่ถูก 'ทำเป็นลืม' หรือ 'อธิบาย' ให้เป็นรองราชธานีแห่งแรกอย่างสุโขทัย หากมีการพูดถึงก็เพียงขอไปที ซึ่งบางครั้งอาจไม่มีหลักฐานมากพอ(แต่บางทีโบราณสถานมีมากกว่าสุโขทัยด้วยซ้ำไป) แต่หากสืบค้นเรื่องราวของ 'เมืองเชลียง' ก็จะพบว่าเป็น'การหลงลืม' อย่างจงใจ
 

เพราะประวัติศาสตร์ไทยเชื่อว่าเริ่มต้นจากกรุงสุโขทัย-ราชธานีแห่งแรก ดังนั้นหากมีเมืองใหญ่อย่างเมืองเชลียงโผล่ขึ้นมาในระดับที่เท่าเทียมกัน นักประวัติศาสตร์บางสำนักคงต้องหาข้อแก้ต่างอีกมาก และสถานะราชธานีแห่งแรกอย่างสุโขทัยอาจสั่นคลอน

 ความพยายามลดความสำคัญของ 'เมืองเชลียง' ที่ปรากฏชัดที่สุด ก็คือ สิ่งที่เกิดขึ้นใน วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือ วัดบรมธาตุเมืองเชลียง หรือเรียกอีกชื่อว่า 'วัดพระปรางค์'

 'วัดพระปรางค์' ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองศรีสัชนาลัย ลงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นกลุ่มโบราณสถานขนาดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันเป็นพระอารามหลวงชั้นราชวรวิหาร มีโบราณสถานที่สำคัญภายในวัด คือ ปรางค์ประธาน ซึ่งแต่เดิม ก่อด้วยศิลาแลงฉาบปูน บริเวณเรือนธาตุด้านหน้ามีบันไดขึ้นองค์ปรางค์สู่ซุ้มโถง ผนังภายในองค์ปรางค์พบว่ามีร่องรอยจิตรกรรมฝาผนังแต่ลบเลือนไปมาก

 ด้านหน้าองค์ปรางค์มีวิหาร ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่ปางมารวิชัย และทางด้านขวามีพระพุทธรูปปูนปั้นปางลีลาที่มีลักษณะงดงาม และเป็นแบบอย่างอันโดดเด่นของศิลปยุคสุโขทัย

 แต่สิ่งที่ปรากฏ ทั้งจากการ 'ซ่อมแซม' องค์พระปรางค์และ 'คำอธิบาย' ของจอมเชี่ยวชาญขมังเวทย์อย่างกรมศิลปากร ทำให้พระปรางค์ยุคก่อนอยุธยาที่เป็นศิลปะขอม กลายเป็น 'สถาปัตยกรรมจัดอยู่ในสมัยอยุธยา' ทั้งๆ ที่ตามหลักฐานโบราณคดีชี้ว่า เมืองเชลียงเกิดก่อนอยุธยานับร้อยปี


 หากเปรียบเทียบกับพระปรางค์ในโบราณสถานแห่งอื่นบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย ก็จะยิ่งน่าประหลาดใจถึงบทบาทจอมขมังเวทย์ยิ่งขึ้น เมื่อพระปรางค์เหล่านี้เป็นศิลปะขอมอย่างเด่นชัด เพียงแต่มีส่วนผสมของศิลปะสุโขทัย
 แต่ไม่ใช่อยุธยา!
 ความพยายามลดความสำคัญของเมืองเชลียง เป็นรองสุโขทัยก็เป็นความพิกลพิการทางประวัติศาสตร์โบราณคดีอยู่แล้ว แต่ความพยายามอธิบายและแต่งเติมให้พระปรางค์วัดเชลียงให้กลายเป็นศิลปะอยุธยา ก็ยิ่งประหลาดพิกลยิ่งไปอีก


แต่หากมองอีกมุม ความพยายามเช่นนี้ อาจเป็นเพราะมีผู้พยายามหาทางอธิบายให้อยุธยา-สุโขทัยเป็นสายธารเดียวกันและความต่อเนื่องในการก่อเกิดชาติไทย

 การกระทำเช่นนี้หาใช่ 'สิ่งชำรุดทางประวัติศาสตร์' แต่เป็น 'การชำเราประวัติศาสตร์' อย่างไม่ลืมหูลืมตา

(จากคอลัมน์ บ้านเมืองมีอดีต  กรุงเทพธุรกิจ วันอาทิตย์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ.2549)


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5
ประชุมประทีปไศลภูลี้เขาบังภู วันที่ : 19/06/2007 เวลา : 10.17 น.
http://www.oknation.net/blog/puprasit
puprasit

ต้องถกเถียงกันต่อไป เอากระแสรอง หรือมวยรอง มากระทุ้งกระแสหลักเรื่อยๆ
ความคิดเห็นที่ 4
hot-americano วันที่ : 18/06/2007 เวลา : 13.26 น.
http://www.oknation.net/blog/hot-americano

ประวัติศาสตร์เรียนรู้เพื่อศึกษาและเป็นประโยชน์ในอนาคต แต่อย่าคิดเปลี่ยนหรือเมื่อเรียนรู้แล้วมีความเจ็บช้ำน้ำใจก็เปลี่ยนไม่ได้ เพราะมันเกี่ยวพันกันหลายทอด
ความคิดเห็นที่ 3
ใต้ร่มเย็น วันที่ : 18/06/2007 เวลา : 13.22 น.
http://www.oknation.net/blog/wichit
มนุษย์โลกทุกคนมีสัญชาติเดียว คือ "สัญชาติโลก"...Albert Einstein (1879-1955)

...มีประวัติศาสตร์เกี่ยวกับ "สยาม" ที่ทำให้เพื่อนบ้านมีเรื่องจดจำเราในทางที่ไม่ดีต่อจิตใจก็เยอะ..
ความคิดเห็นที่ 2
Sigree วันที่ : 18/06/2007 เวลา : 07.44 น.
http://www.oknation.net/blog/sigree
ขอกรุณาแห่งพระเจ้า อำนวยพรแด่ท่านทั้งหลาย

ลองไปอ่านประวัติศาสตร์พม่าสิครับ เราเป็นเมืองขึ้นเขากี่ครั้ง
ประวัติศาสตร์กับความเป็นชาตินั้นโยงกัน นักปกครองบางคนจึงบิดเบือนเพื่อใช่งาน
ความคิดเห็นที่ 1
hooknoi วันที่ : 17/06/2007 เวลา : 23.45 น.
http://www.oknation.net/blog/hooknoi

อย่างที่มักพูดกันว่า ผู้ชนะคือผู้เขียนประวัติศาสตร์ แต่ในกรณีนี้อาจบอกได้ว่าผู้มีอำนาจคือผู้เขียนประวัติศาตร์
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน