• วรรณนา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chokchaiphon@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-11
  • จำนวนเรื่อง : 15
  • จำนวนผู้ชม : 4038
  • จำนวนผู้โหวต : 4
  • ส่ง msg :
more
ตัดผ่านวัฒนธรรมร่วมสมัย
มอง เมิน สอดและส่อง ปรากฏการณ์วัฒนธรรมร่วมสมัย
Permalink : http://www.oknation.net/blog/wanna
วันเสาร์ ที่ 23 มิถุนายน 2550
ปกแข็ง ปกอ่อน ไม่มีปก
Posted by วรรณนา , ผู้อ่าน : 109 , 23:02:31 น.   | หมวดหมู่ : หนังสือดีต้องด่า  
พิมพ์หน้านี้


 

(ภาพ-วันชัย ไกรศรขจิต)

          เมื่อไม่กี่วันมานี้ ผมรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกเมื่อบังเอิญค้นเจอหนังสือเล่มหนึ่งทางอินเตอร์เน็ต อารมณ์ปลาบปลื้มระคนความฉงนเหมือนนานๆได้เจอทะเลงามวันฟ้าใสหรือปีนป่ายสู่ยอดเขาแล้วมองลงมาเบื้องล่าง หากเรียกตามภาษาท่านพุทธทาสภิกขุ อาจกล่าวได้ว่าถึงขั้น “นิพพาน”ว่างั้นเถอะ เพราะเป็นหนังสือที่อยากอ่าน อยากจับ อยากลูบคำมานานเกือบสิบปี ผมเที่ยวค้นหาตามห้องสมุดมหาวิทยาลัยทั่วทุกแห่งก็ไม่เจอแม้แต่เงา แต่อยู่ๆมันก็โผล่มาหน้าจอสี่เหลี่ยมอย่างไม่คาดฝัน

          หนังสือมีชื่อว่า World Hypothesis เขียนโดย Stephen Pepper นักปรัชญาชาวอเมริกัน ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปีค.ศ. 1942  นับเวลาก็กว่าครึ่งศตวรรษ หลังจากตีพิมพ์ครั้งนั้นแล้ว ดูเหมือนจะตีพิมพ์อีกครั้งในไม่กี่ปีต่อมา จากนั้นก็ไม่ปรากฏให้เห็นตามร้านหนังสืออีกเลย แม้แต่ห้องสมุดเมืองไทย

          หนังสือดีไม่ดี ใครสนใจก็ไปหาอ่านได้ตามสะดวก ชอบหรือไม่ชอบก็ไม่ว่ากัน แต่คงกลับมาพิมพ์ได้ยาก ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์โลกที่มักจะหลงลืม”สิ่งที่ผ่านเลย”

          แต่ที่ประหลาดใจหลังจากดาวน์โหลดเก็บไว้แล้ว เมื่อเปิดอ่านไปเรื่อยๆ หลังเฝ้ารอมานาน ความรำคาญก็เกิดขึ้นอย่างทันทีทันใด เพราะเนื้อหาในหนังสือไม่เข้าสมองเสียเลย อีกทั้งจะกลับพลิกหน้าพลิกหลังเหมือนหนังสือทั่วไปก็ไม่ได้ ต้องเลื่อนหน้ากันใหม่ทุกครั้งไปเมื่อต้องการอ่านย้อนหลังหรือบทต่อๆไป หรือว่านี่จะเป็นอาการของคนตกยุคที่ไม่เคยชินกับสิ่งใหม่ๆ บางทีหนังสือประเภทที่เรียกว่า e-books อาจจะเหมาะกับคนที่เกิดมาแล้วมีตำราจอสี่เหลี่ยมเกิดขึ้นแล้วก็เป็นได้

          แต่คำถามก็เกิดขึ้นอยู่ดีนั่นแหละ ทำไมหนังสือที่เป็นกระดาษยังขายดิบขายดีทั้งๆที่เรามีสื่ออิเล็กทรอนิกส์ คนทำหนังสือทำไมไม่สนใจทำธุรกิจประเภมนี้กันบ้าง เพราะอย่างน้อยบรรดาผู้เชี่ยวชาญฝรั่งต่างก็มองกันว่า e-books นี่แหละจะมาแทนหนังสือกระดาษ เหมือนกับที่หนังสือกระดาษเคยแทนที่แผ่นหิน แผ่นดินเหนียว หรือ ใบลานในยุคก่อน เป็นแนวคิดของพวกฝรั่งที่มองเห็นความก้าวหน้าที่จะเกิดขึ้นในอนาคตว่าสิ่งนี้(ใหม่)จะแทนสิ่งนั้น(นั้น)อยู่ตลอดเวลา

          กรณีหนังสืออาจมี”ข้อยกเว้น”

          เพราะหนังสือกระดาษให้สิ่งที่เรียกว่า”สุนทรีย์”แห่งการอ่าน เมื่อคุณหยิบหนังสือมาสักเล่ม สิ่งแรกที่ต้องทำคือการพลิกเปิดเนื้อหาภายใน(ยกเว้นนักเขียนที่คุณชอบก็อาจตะครุบทันทีที่เห็น) คุณจะได้กลิ่นไอของกระดาษ กลิ่นความใหม่-เก่า คุณจะได้เห็นด้านหน้าปกแล้วอาจนึกชมความงามหรือตำหนิการออกแบบ ชมหรือตำหนิการใช้กระดาษ หากเป็นคนช่างเลือกยิ่งไปอีกก็อาจดูการเข้าเล่มแล้วก็นึกคะเนในใจว่าสันปกจะหักไหมหนอเมื่อกำลังพลิกอ่านอย่างมันมือ คุณอาจจะประเมินราคากับความคุ้มค่าที่จะได้ ที่สำคัญคุณสามารถพกพาหนังสือประเภทนี้ไปไหนต่อไหนได้อีกต่างห่าง และอ่านได้ในต่างที่ต่างอารมณ์ นั่นเป็นสุนทรีย์แห่งการอ่าน

         ตรงกันข้ามกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่มีสิ่งเหล่านี้เสียเลย หรือมีคุณสมบัติบางอย่างที่พกพาสะดวกในคอมพิวเตอร์ประเภทโน๊ตบุ๊ค หรือพ็อกเก็ตพีซี แต่คุณสมบัติด้านอื่นนั้นขาดหาย

          ที่สำคัญ เราเคยชินกับหนังสือ “ปกแข็ง-ปกอ่อน” ในแบบแรกมีไว้สำหรับสะสมเก็บไว้อ่านแล้วอ่านอีกได้และคงทน ส่วนแบบหลังประหยัดเงินหรืออ่านแบบทิ้งๆขว้างๆ แต่บัดนี้เรามีอีกประเภทคือหนังสือ”ไม่มีปก” และเมื่อ”ไม่มีปก”อาจทำให้ผมรู้สึกทำใจลำบากว่ามันเป็นหนังสือ นั่นอาจเป็นเหตุที่มาที่ไปว่าทำไมจึงไม่รู้สึกว่าตัวเองกำลังอ่านหนังสือ กำลังเสพความรู้ แต่หลายคนอาจไม่เป็นเช่นนั้น

          เมื่อไร้ “สุนทรีย์”แห่งการอ่านเช่นนั้น ผมจึงพริ้นต์ออกมาเป็นกระดาษเสียเลยและจัดทำรูปเล่มใหม่ จากนั้นจึงเริ่มลูบๆคลำๆก่อนลงมืออ่าน ความรู้สึกของการ”อ่าน”จึงกลับมาอีกครั้ง จากหนังสือ”ไม่มีปก”กลายเป็น”หนังสือมีปก”

          บางที”หนังสือไม่มีปก”เป็นสิ่งใหม่ เป็นสิ่งที่กำลังสร้างวัฒนธรรมการอ่านประเภทใหม่ขึ้นมา (พร้อมกับสังคมแบบใหม่)เหมือนกับ “หนังสือมีปก”เคยทำสำเร็จมาแล้ว แต่ไม่น่าจะมาทดแทนกันได้โดยสิ้นเชิง แม้เทคโนโลยีจะก้าวไปไกลแค่ไหนก็ตาม เนื่องจาก”หนังสือมีปก”ให้อารมณ์สุนทรีย์แห่งการอ่าน

          และบางที “หนังสือมีปก”ก็คล้ายกับวัฒนธรรมมนุษย์ที่ต้องมีการหุ้มห่อ(wrapping)เพื่อแสดงให้เห็นว่ามนุษย์แยกจากธรรมชาติส่วนอื่น ทุกอย่างที่คนเราสร้างขึ้นมาล้วนแต่มีการหุ้มห่อ ร่างกายเราก็มีเครื่องหุ้มห่อตั้งแต่หัวจรดเท้า เรามีรูปแบบของใช้สอยอันหลากหลายแม้ใช้ประโยชน์ได้เหมือนกัน ในชีวิตประจำวันเราต่างก็มี”หน้ากาก” หากไม่มีเครื่องหุ้มห่อ มนุษย์กับสัตว์คงไม่ต่างกัน เราคงกลับเข้าหาธรรมชาติอย่างใกล้ชิดขึ้น นั่นเป็นความ”ดิบ”ของธรรมชาติที่เราก้าวพ้นมานานเพราะมีเครื่องหุ้มห่อที่เรียกว่าวัฒนธรรม

          เมื่อ”ไม่มีปก”ก็เท่ากับไม่มีความเป็นมนุษย์ ซึ่งอาจเป็นไปได้อย่างที่หลายคนกังวลว่า”วิทยาศาสตร์”กำลังทำลายความเป็นมนุษย์ในความหมายที่เราคุ้นเคยกัน การ”ไม่มีปก”อาจเป็นสัญญาณว่าเรากำลังก้าวจาก Homo Sapiens ไปสู่มนุษย์พันธุ์ใหม่

             "Robo Sapiens"


หมายเหตุฆาตกรรม : ไม่มีเวลาเขียน ขออนุญาตนำบทความเก่ามาให้อ่าน หวังว่าคงไม่ล้าสมัยนะครับ

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
ปิยธิดา วันที่ : 24/06/2007 เวลา : 01.19 น.
http://www.oknation.net/blog/piyatida1081009
Love me Love my Guts !

ปกแข็ง ปกอ่อน ไม่มีปก

^

แล้วปกขาวล่ะคะ
แสดงความคิดเห็น

  ล๊อกอินเข้าสู้ระบบ คลิกที่นี่   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
ขอขอบคุณ OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน