• วรรณนา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chokchaiphon@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-11
  • จำนวนเรื่อง : 15
  • จำนวนผู้ชม : 4048
  • จำนวนผู้โหวต : 4
  • ส่ง msg :
ตัดผ่านวัฒนธรรมร่วมสมัย
มอง เมิน สอดและส่อง ปรากฏการณ์วัฒนธรรมร่วมสมัย
Permalink : http://www.oknation.net/blog/wanna
วันอาทิตย์ ที่ 24 มิถุนายน 2550
หนูหลังบ้าน, เฮอร์มิ่งเวย์ และ ทักษิณ ชินวัตร
Posted by วรรณนา , ผู้อ่าน : 369 , 13:30:02 น.   | หมวดหมู่ : เศษเสี้ยวการเมือง  
พิมพ์หน้านี้


วันก่อนผมตีหนูหลังบ้านตาย...

                หลังความตายของเจ้าหนูโชคร้าย ผมมานั่งคิดด้วยอารมณ์สงสาร แม้ว่ามันจะเป็นหนูบ้านที่ตัวใหญ่สักหน่อย เช่นเกียวกับหนูกรุงเทพฯในที่แห่งอื่น เนื่องจากธรรมชาติเสียความสมดุล ทำให้หนูกรุงมีอยู่เกลื่อน แถมอายุยืนเสียด้วย จึงทำให้มันตัวใหญ่เป็นพิเศษ

                ผมสงสารเพราะคิดว่าสิ่งมีชีวิตบนโลกมนุษย์ก็มีสิทธิจับจองที่อยู่อาศัยกันทั้งนั้น อีกทั้งก็มีสิทธิจะมีชีวิตอยู่ตลอดอายุขัย

                เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า....

                ผมตื่นเช้าตามเวลาปกติ จากนั้นก็เดินลงชั้นล่างไปชงกาแฟกินชั้นล่าง แต่เมื่อมองออกไปด้านหลังของห้องครัว ก็ต้องประหลาดใจว่าเหตุใดใบต้นโมกที่ผมปลูกใสกระถางไว้ตรงมุมบ้านด้านนอก จึงร่วงลงมามากมายขนาดนั้น มีทั้งใบที่ยังเขียวสดและใบแห้ง ซึ่งปกติแล้วจะมีเฉพาะใบโมกแห้งกรอบร่วงลงมาตามธรรมชาติทั่วไป จากนั้นก็เดินออกไปดู ทันใดนั้นผมก็เห็นหนูตัวโตวิ่งลัดเลาะไปมาตามขอบผนังพื้นปูนด้านล่าง

                ผมปิดประตูกระจกบานเลื่อนทันที เพราะเกรงมันจะวิ่งออกไปกลางบ้าน จากนั้นหาไม้กวาดไล่ตีมาอยู่พักใหญ่ แต่ด้วยใจที่ไม่อยากจะตีให้ตายหรือยังไงก็ไม่ทราบได้ ผมตีเบาๆพอสยบมันได้ ปลายไม้กวาดไปถูกหาง ทำให้หนังมันลอกออกมา เหมือนกับหางจิ้งจกตอนเราจับแล้วมันสะบัดจนขาดเพื่อเอาตัวรอด ผมนั่งดูมันนอนหมอบอยู่กับพื้นเหมือนกับแกล้งตายยังไงยังงั้น แต่ก็ไม่ตีซ้ำจนตายจริงๆ จนกระทั่งผมนั่งกินกาแฟสักพัก คิดว่ามันตายแล้ว แต่พอกลับมาดูอีกครั้ง มันกลับวิ่งได้อีก แถมยังวิ่งไต่ขึ้นมาถึงโคนขาเมื่อผมขยับเข้าไปใกล้

                แต่ในที่สุด..ผมก็ตีมันจนตายจริงๆ

                เรื่องจะไม่เกี่ยวกับคนชื่อ ทักษิณ ชินวัตร เลย หากผมไม่มานั่งคิดว่าทำไมมันจึงอยู่จนถึงรุ่งเช้า จนไม่ได้กลับรังนอนของมัน  ผมมานั่งพิเคราะห์อีกครั้งว่าเหตุใดหนูเจ้ากรรมตัวนี้ถึงสิ้นอายุขัยก่อนวัยด้วยฝีมือของผมเอง ซึ่งหลังจากคิดอยู่นานก็พบคำตอบ

                บริเวณด้านหลังบ้านเป็นบริเวณยื่นออกไปเหมือนทาวน์เฮ้าส์ทั่วไป ช่างก่อสร้างได้ต่อเติมทำหลังคาเพื่อเพิ่มพื้นที่ประโยชน์ใช้สอย ผมคิดว่าช่างสร้างส่วนต่อเติมดีเยี่ยม เหมือนกับเป็นส่วนหนึ่งของตัวบ้านก็ว่าได้ หน้าต่างด้านหลังเป็นกระจากบานเลื่อนทั้งแถบ มีเหล็กดัดและมุ้งลวดคุมอีกชั้น ซึ่งก็หมายถึงว่าแมลงขนาดใหญ่ไม่มีสิทธิเข้าเด็ดขาด ผนังเพดานด้านบนเป็นแบบฝ้าเรียบ เป็นฝ้าผนังเหมือนกับเป็นผนังปูนทั้งเพดาน แต่ก็เปิดช่องสำหรับรับแสงจากกระเบื้องใสบนหลังคา ซึ่งตรงช่องนี้เองที่หนูเจ้ากรรมตัวนี้มีโอกาสเข้ามาโดยกัดเป็นช่องเพื่อลงมาหาของกิน

                ต้นโมกที่ผมปลูกไว้ในกระถางชูกิ่งเป็นสะพานเชื่อมตรงช่องเพดานนั่นเอง ที่เปิดโอกาสให้หนูเจ้ากรรมตัวนี้ไต่ลงมาด้านล่างได้ มันอาจกระโดดลงมาที่กิ่งก่อนจะไต่ลงมาด้านล่าง แต่ตอนจะขึ้นกลับไปจุดเดิม มันทำไม่ได้ เพราะกิ่งเล็กเกินไป ซึ่งผมคิดว่ามันคงใช้ความพยายามอยู่ทั้งคืนเพื่อจะกลับรังบนเพดานด้านบน แต่ก็ไม่สำเร็จ จึงทิ้งร่องรอยไว้จากใบโมกที่ร่วงมากองเกลื่อนพื้นปูนด้านล่าง

                ผมคิดว่าหนูตัวนี้คงไม่คิดว่าจะกลับไม่ได้ และคงคิดไม่ออกหรอกว่ากิ่งไม้นั้นอ่อนเกินไปจะไต่ขึ้นมาใหม่ เพราะการคิดเชิงเหตุผลเช่นนี้ก็มีแต่สัตว์ประเภทมนุษย์เท่านั้นที่มีความสามารถทำได้ แต่ไม่ใช่สัตว์ทั่วไป เพราะสัตว์คิดตามสัญชาติญาณเท่านั้น.....หรือบางทีมันอาจคิดว่าเมื่อลงได้ก็ขึ้นได้ และที่ผ่านมาในชีวิตก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน

                มันไม่รู้ว่าตัวเองมีข้อจำกัด....ที่ไม่อาจเอาชนะได้

        การไม่รู้ข้อจำกัดเพราะว่าทุกอย่างขับเคลื่อนตามสัญชาติ เช่นเดียวกับมนุษย์ ซึ่งปรากฏการณ์ในลักษณะเดียวกันพบเห็นได้ทั่วไป ผมนึกถึงหนูตัวนี้ครั้งไรผมก็นึกถึง เออร์เนสต์ เฮอร์มิ่งเวย์ นักเขียนผ็ยิ่งใหญ่ชาวอเมริกัน เจ้าของผลงาน The old man and The sea ที่มีผู้ชื่นชอบไปทั่วโลกใบน้อยนี้ แต่ที่เหมือนกับเจ้าหนูตัวนี้ก็เห็นจะเป็นเรื่องสั้นของเขาที่เขียนถึงนักต่อสู้วัวกระทิงในสเปน เป็นเรื่องสั้นๆแต่สอนให้เรารู้ถึงข้อจำกัดของมนุษย์

                เป็นเรื่องราวของนักต่อสู้วัวกระทิงที่เก่งมาก แต่เนื่องจากสังขาร อายุมากขึ้น ทำให้ชีวิตเริ่มอับเฉา เพราะเขาไม่อาจอยู่บนลานสู้วัวเหมือนครั้งตอนเป็นหนุ่ม แต่ในที่สุดเขาก็ขอพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง และเชื่อมั่นว่าตัวเองทำได้เหมือนสมัยช่วงรุ่งโรจน์ จนในที่สุดเขาก็ได้ลงสนามสมใจ

                การลงสนามครั้งนี้ถือเป็นครั้งสุดท้ายของเขา เพราะในที่สุดเขาก็พ่ายแพ้ต่อวัวหนุ่ม เขาได้รับบาดเจ็บถูกหามออกจากสนาม...ตอนนี้เองเขาจึงเชื่อว่าตัวเองมีข้อจำกัด มิอาจเอาชนะได้ นั่นคือ สังขาร

                อารมณ์ความรู้สึกของนักสู้วัว เป็นสิ่งที่เราพบเห็นได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะบรรดานักกีฬาที่มีความสามารถ และผมคิดว่า ทักษิณ ชินวัตร ก็เป็นอีกคนที่เป็นเช่นนี้

                ขณะนี้เราเห็นภาพคนชื่อทักษิณ พยายามต่อสู้ทางการเมืองอย่างสุดชีวิต บางคนบอกว่า ทักษิณ เป็นคนไม่เคยยอมแพ้ บางคนบอกว่าเพื่อปกป้องสมบัติของตัวเองที่ถูกยึดไว้ชั่วคราว แต่หากวิเคราะห์ความสำเร็จในชีวิตและทางธุรกิจและการเมือง ก็ไม่น่าแปลกใจถึงการต่อสู้ของเขาเลย

                เขาเชื่อมาตลอดชีวิตในกลยุทธ...เงินต่อเงิน...และเขาคิดว่าเงินสามารถแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง

                 เขาประสบความสำเร็จสร้างฐานะจากยาจกเป็นมหาเศรษฐกิจของเมืองไทยเพียงชั่วข้ามคืน จากนั้นประสบความสำเร็จในเวทีการเมืองระดับประเทศ เป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งคนแรกที่มีอำนาจล้นฟ้า เป็นอำนาจเบ็ดเสร็จที่มิอาจท้าทายได้จากคนที่เขาเห็นว่าเป็นศัตรูทางการเมือง เขาไปไหนมีแต่ฝูงชนคอยให้การต้อนรับ สั่งใครให้ทำอะไรก็ไม่มีใครกล้าขัดขืน....แต่วันนี้เขาเป็นเพียงมหาเศรษฐีไร้แผ่นดิน

                แต่ยังคาดเดายากว่าจุดจบของเรื่องราวจะเป็นอย่างไร          

                เขาจะมีจุดจบเหมือนหนูหลังบ้านของผมหรือไม่ จะเหมือนนักต่อสู้วัวของเฮอร์มิ่งเวย์หรือไม่ เป็นเรื่องที่ยากคาดเดา หนูและนักต่อสู้วัวกระทิง มีชะตากรรมไม่ต่างกัน เพราะไม่รู้ข้อจำกัดของตัวเอง แต่กรณีของ ทักษิณ ชินวัตร เขาอาจเห็นว่าที่เป็นอยู่นี้ไม่ใช่เรื่องข้อจำกัดที่เขาไม่อาจพิชิต เขายังเชื่อว่าสามารถชนะได้

                ข้อจำกัดของทักษิณตามสายตาของผมก็คือ เขาไม่เข้าใจความซับซ้อนของกระบวนการทางสังคมพอ เขามองเป็นเหมือนการบริหารธุรกิจไปหมด เขาคิดว่าทุกอย่างเงินซื้อได้ และไม่เคยคิดว่าในโลกนี้มีบางอย่าง เงินก็มิอาจช่วยได้

                เป็นข้อจำกัดของเขาเพียงอย่างเดียว ซึ่งอาจทำให้เขาต้องนอนกอดสมบัตินอกแผ่นดินเกิดตลอดกาล หรือไม่ก็สูญเสียสมบัติที่เหนื่อยยากมาทั้งชีวิต

            เป็นชะตากรรมของมนุษย์ทั่วไป...ที่ไม่รู้ว่ามนุษย์มีข้อจำกัด


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7
ปุณณดา วันที่ : 23/07/2007 เวลา : 12.37 น.
http://www.oknation.net/blog/poonnada

ตอนนี้ เฮียแม้วแกเป็นหนูติดบ่วงอยู่ค่ะ
บ่วงแห่งความอาฆาตแค้น เห็นได้จากม็อบไข่ หน้าบ้านป๋าเมื่อวานนี้ แล้วชีวิตจะสุขได้อย่างไร...สมเพช..

ปล.กลัวหนูค่ะ เกือบไม่กล้าอ่าน..
ความคิดเห็นที่ 6
ทาคุ วันที่ : 03/07/2007 เวลา : 20.27 น.
http://www.oknation.net/blog/aran

ไม่มีใครบรรยายความเจ็บปวด ของการถูกวัวกระทิงขวิดได้ดีเท่าเฮมมิ่งเวย์ (เรียกอย่างนี้น่าจะถูกต้องกว่านะ)
ไม่มีใครบรรยายภาพความน่าสะอิดสะเอียนของบาดแผลฉกรรจ์ ที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดสีแดงสด ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งหน้ากระดาษออกมากลบกลิ่นหมึกไปเสียสิ้น นั่นแหละเฮมมิ่งเวย์ บิ๊กปาป้าของพวกเรา
ความคิดเห็นที่ 5
กนกษร วันที่ : 03/07/2007 เวลา : 19.23 น.
http://www.oknation.net/blog/Owann

มันก็ไม่แน่นะ ที่ว่า "หนูมหาเศรษฐีตัวนั้น" เขาไม่เข้าใจความซับซ้อนทางสังคม เพราะหลายครั้งเขาก็หลอกสังคมได้สนิท แถมยังมีเชื้ออยู่ทุกวันนี้..

เราว่าเค้ามองคนอื่นต่ำไปหมดต่างหาก.. ประเมินคนอื่นว่าคิดไม่เป็น อ่านเขาไม่ออก ทำให้ย่ามใจทำอะไรมากมาย สุดท้ายก็ตายเพราะ กรรมตัวเอง

แต่ว่ามันอะไรนี่ ทำไมต้องใช้รูปแมววว แล้วทำไมต้องเขียนถึงหนู... มันเป็นยังไงเหรอหาคุณวรรณา เป็นญาติ Tom & Jerry .รึไง
ความคิดเห็นที่ 4
นายใต้ วันที่ : 24/06/2007 เวลา : 22.10 น.
http://www.oknation.net/blog/tai56
ความสุขที่แท้จริง อยู่ที่ "ความเรียบง่าย"

เพื่อนสนิทของทุกข์คน คือ "กรรม" นั้นเอง
มันอยู่กับเราแม้จะสุขหรือทุกข์
ความคิดเห็นที่ 3
PeePer วันที่ : 24/06/2007 เวลา : 13.46 น.
http://www.oknation.net/blog/peeper
เริ่มต้นจากหลากหลายสุดท้ายเหลือเพียงหนึ่ง


ความคิดเห็นที่ 2
ราษีไศล วันที่ : 24/06/2007 เวลา : 13.39 น.
http://www.oknation.net/blog/motorcyrubjang
บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ www.banduannoi.com

หนีการเมืองมาชวนไปเที่ยวกันครับ
ความคิดเห็นที่ 1
ภาษาหลากสี วันที่ : 24/06/2007 เวลา : 13.38 น.
http://www.oknation.net/blog/pasalarksee
นิดนรี

เขียนได้ดีจังเลยค่ะ
ถ้าแม้วมาอ่านอาจจะเข้าใจ ข้อจำกัดบ้างก็ได้
คุณพูดถึงเรื่องตีหนู ได้ลึกซึ้งมากเลยค่ะ สัตว์ทุกตัวน่าจะมีสิทธิอยู่บนโลกนี้ จนถึงอายุขัยของมันน่ะ น่าคิดค่ะ
ง้านต่อไปจะไม่ตีหนู ใช้ยาเบื่อแทนล่ะกัน อิอิ // นิดนรี
แสดงความคิดเห็น

  ล๊อกอินเข้าสู้ระบบ คลิกที่นี่   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
ขอขอบคุณ OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน