• วรรณนา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chokchaiphon@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-11
  • จำนวนเรื่อง : 15
  • จำนวนผู้ชม : 5997
  • จำนวนผู้โหวต : 4
  • ส่ง msg :
ตัดผ่านวัฒนธรรมร่วมสมัย
มอง เมิน สอดและส่อง ปรากฏการณ์วัฒนธรรมร่วมสมัย
Permalink : http://www.oknation.net/blog/wanna
วันศุกร์ ที่ 13 กรกฎาคม 2550
อาคารสุริยานุวัตร : คนเปลี่ยน อาคารอยู่
Posted by วรรณนา , ผู้อ่าน : 167 , 12:11:43 น.   | หมวดหมู่ : วัฒนธรรมวิพากษ์  
พิมพ์หน้านี้


ภาพ : อนันต์ จันทรสูตร์

 อาคารสุริยานุวัตร ก่อสร้างขึ้นในราว พ.ศ. 2448 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยตั้งตามเจ้าของเดิม คือ มหาอำมาตย์เอก พระยาสุริยานุวัตร (เกิด บุนนาค) โดยตัวอาคารได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมตะวันตกอย่างเด่นชัด เช่นเดียวกับอาคารจำนวนมากที่ก่อสร้างขึ้นในช่วงสมัยเดียวกัน ซึ่งเกือบทั้งหมดออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาเลียน

พระยาสุริยานุวัตร ได้รับการยกย่องจากนักประวัติศาสตร์และนักเศรษฐศาสตร์ว่าเป็น นักเศรษฐศาสตร์คนแรกของไทย เนื่องจากเป็นคนแรกที่เขียนหนังสือเศรษฐศาสตร์ แบบ 'ตะวันตก' ใช้ชื่อว่า 'ทรัพยศาสตร์' ซึ่งมีด้วยกัน 3 เล่ม โดยเขียนในช่วงที่ออกจากรับราชการแล้ว

 แต่บทบาทของพระยาสุริยานุวัตร ในช่วงแรกของชีวิตรับราชการ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องนโยบายต่างประเทศ โดยทำงานด้านการทูตหลายประเทศในยุโรป  ก่อนเดินทางกลับมาเมืองไทย ในปีพ.ศ.2448 และได้รับการแต่งตั้งเป็นเสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ ในปีพ.ศ.2449 ซึ่งในช่วงนี้เองที่เริ่มก่อสร้างอาคารสุริยานุวัตร และอาคารแล้วเสร็จในราวปีพ.ศ.2453

 เนื่องจากพระยาสุริยานุวัตร พยายามนำหลักการแบบตะวันตกมาใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน ทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งกับผู้อื่นหลายเรื่อง จนต้องขอลาออกจากราชการในปีพ.ศ.2450 แต่ได้รับการแต่งตั้งเป็นองคมนตรีในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระยาสุริยานุวัตรยังเป็นผู้สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 อีกด้วย

ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกที่รัฐบาลหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองจะแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีและที่ปรึกษาของรัฐบาล

อาคารแห่งนี้ยังเป็น สถานที่จัดประชุมคิดรัฐประหาร รัฐบาลพระยามโนปกรณ์อีกด้วย ซึ่งเป็นรัฐบาลที่อยู่คนละฝ่ายกับคณะราษฎร์

 แต่เมื่อก่อตั้ง 'สภาที่ปรึกษาแห่งชาติ' ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในปีพ.ศ.2493 ได้หาที่ตั้งสำนักงานและขอซื้อตึกพร้อมที่ดินของพระยาสุริยานุวัตร นับจากนั้นเป็นต้นมาอาคารแห่งนี้เป็นที่ตั้งของสภาพัฒน์ จนถึงปัจจุบัน แต่คนสภาพัฒน์ เรียกว่า 'ตึกกลาง' เนื่องจากมีการก่อสร้างอาคาร  5 ชั้นล้อมรอบในปีพ.ศ.2504 สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี

 อันที่จริง อาคารดังกล่าวเรียกว่า อาคารสุริยานุวัตร เพิ่งมีการตั้งชื่อมาเมื่อไม่นานมานี้ หลังจากกรมศิลปากรได้ประกาศให้ 'ตึกกลาง' เป็น 'โบราณสถานแห่งชาติ' เพื่อเป็นเกียรติและรำลึกถึงเจ้าของอาคารเดิม อีกทั้งทายาทได้มอบภาพเหมือนเขียนด้วยสีน้ำมันขนาดใหญ่ และของใช้ส่วนตัวของพระยาสุริยานุวัตร มาแสดงไว้ภายในอาคารด้วย และขณะนี้ผู้บริหารสภาพัฒน์ กำลังดำเนินการปรับปรุงให้เป็นพิพิธภัณฑ์และห้องสมุด

อาจกล่าวได้ว่า อาคารสุริยานุวัตร เข้าไปมีส่วนกับการเปลี่ยนแปลงของประเทศที่เกิดขึ้นในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา นับแต่สร้างอาคารแห่งนี้ ก่อนจะสิ้นสุดบทบาท กลายมาเป็น พิพิธภัณฑ์ หรือ ห้องสมุด

 เป็นการแปรเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่าง 'คน' กับ 'อาคาร' อีกครั้งหนึ่ง

หมายเหตุ ---ตีพิมพ์ครั้งแรก ในคอลัมน์"บ้านเมืองมีอดีต" กรุงเทพธุรกิจวันอาทิตย์


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน