พิมพ์หน้านี้
|
ภาพ : อนันต์ จันทรสูตร์ อาคารสุริยานุวัตร ก่อสร้างขึ้นในราว พ.ศ. 2448 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยตั้งตามเจ้าของเดิม คือ มหาอำมาตย์เอก พระยาสุริยานุวัตร (เกิด บุนนาค) โดยตัวอาคารได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมตะวันตกอย่างเด่นชัด เช่นเดียวกับอาคารจำนวนมากที่ก่อสร้างขึ้นในช่วงสมัยเดียวกัน ซึ่งเกือบทั้งหมดออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาเลียน พระยาสุริยานุวัตร ได้รับการยกย่องจากนักประวัติศาสตร์และนักเศรษฐศาสตร์ว่าเป็น นักเศรษฐศาสตร์คนแรกของไทย เนื่องจากเป็นคนแรกที่เขียนหนังสือเศรษฐศาสตร์ แบบ 'ตะวันตก' ใช้ชื่อว่า 'ทรัพยศาสตร์' ซึ่งมีด้วยกัน 3 เล่ม โดยเขียนในช่วงที่ออกจากรับราชการแล้ว แต่บทบาทของพระยาสุริยานุวัตร ในช่วงแรกของชีวิตรับราชการ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องนโยบายต่างประเทศ โดยทำงานด้านการทูตหลายประเทศในยุโรป ก่อนเดินทางกลับมาเมืองไทย ในปีพ.ศ.2448 และได้รับการแต่งตั้งเป็นเสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ ในปีพ.ศ.2449 ซึ่งในช่วงนี้เองที่เริ่มก่อสร้างอาคารสุริยานุวัตร และอาคารแล้วเสร็จในราวปีพ.ศ.2453
เนื่องจากพระยาสุริยานุวัตร พยายามนำหลักการแบบตะวันตกมาใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน ทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งกับผู้อื่นหลายเรื่อง จนต้องขอลาออกจากราชการในปีพ.ศ.2450 แต่ได้รับการแต่งตั้งเป็นองคมนตรีในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระยาสุริยานุวัตรยังเป็นผู้สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 อีกด้วย ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกที่รัฐบาลหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองจะแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีและที่ปรึกษาของรัฐบาล อาคารแห่งนี้ยังเป็น สถานที่จัดประชุมคิดรัฐประหาร รัฐบาลพระยามโนปกรณ์อีกด้วย ซึ่งเป็นรัฐบาลที่อยู่คนละฝ่ายกับคณะราษฎร์ แต่เมื่อก่อตั้ง 'สภาที่ปรึกษาแห่งชาติ' ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในปีพ.ศ.2493 ได้หาที่ตั้งสำนักงานและขอซื้อตึกพร้อมที่ดินของพระยาสุริยานุวัตร นับจากนั้นเป็นต้นมาอาคารแห่งนี้เป็นที่ตั้งของสภาพัฒน์ จนถึงปัจจุบัน แต่คนสภาพัฒน์ เรียกว่า 'ตึกกลาง' เนื่องจากมีการก่อสร้างอาคาร 5 ชั้นล้อมรอบในปีพ.ศ.2504 สมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี อันที่จริง อาคารดังกล่าวเรียกว่า อาคารสุริยานุวัตร เพิ่งมีการตั้งชื่อมาเมื่อไม่นานมานี้ หลังจากกรมศิลปากรได้ประกาศให้ 'ตึกกลาง' เป็น 'โบราณสถานแห่งชาติ' เพื่อเป็นเกียรติและรำลึกถึงเจ้าของอาคารเดิม อีกทั้งทายาทได้มอบภาพเหมือนเขียนด้วยสีน้ำมันขนาดใหญ่ และของใช้ส่วนตัวของพระยาสุริยานุวัตร มาแสดงไว้ภายในอาคารด้วย และขณะนี้ผู้บริหารสภาพัฒน์ กำลังดำเนินการปรับปรุงให้เป็นพิพิธภัณฑ์และห้องสมุด อาจกล่าวได้ว่า อาคารสุริยานุวัตร เข้าไปมีส่วนกับการเปลี่ยนแปลงของประเทศที่เกิดขึ้นในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา นับแต่สร้างอาคารแห่งนี้ ก่อนจะสิ้นสุดบทบาท กลายมาเป็น พิพิธภัณฑ์ หรือ ห้องสมุด เป็นการแปรเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่าง 'คน' กับ 'อาคาร' อีกครั้งหนึ่ง หมายเหตุ ---ตีพิมพ์ครั้งแรก ในคอลัมน์"บ้านเมืองมีอดีต" กรุงเทพธุรกิจวันอาทิตย์ |
| << | กรกฎาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | 31 | ||||