พิมพ์หน้านี้
|
อาคารศาลากลาง 'หลังเก่า' ของอยุธยา สร้างขึ้นในปีพ.ศ.2484 สมัย จอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี รูปทรงเป็นอาคาร 3 ชั้น รูปทรงตัว T ด้านหน้าอาคาร ส่วนบนมีประติมากรรม 'วีรบุรุษ' ในประวัติศาสตร์ของชาติไทย รูปทรงอาคาร ถือเป็น สถาปัตยกรรมแบบสมัยใหม่ (Modernism) มีลักษณะสมมาตร หากลากเส้นผ่านจุดกึ่งกลางของอาคาร ภายในแสดงให้เห็นถึงโครงสร้างอาคารอย่างเด่นชัด ซึ่งสะท้อนชัยชนะของ 'เหตุผล(reason)' มนุษย์ ดังนั้น ศิลปะแบบสมัยใหม่นี้เอง จึงเฟื่องฟูในยุคที่การใช้เหตุผลของมนุษย์อยู่เหนือมิติอื่นๆ เพราะมนุษย์เชื่อพลังทางปัญญาและการใช้เหตุผลของตัวเอง ซึ่งไม่น่าแปลกนักที่ศิลปะเช่นนี้จะได้รับความนิยมสูงสุดเมื่อมีการตั้ง 'รัฐ-ชาติ' หรือการกำเนิดของ 'รัฐ' สมัยใหม่ เพราะการสร้างรัฐ-สร้างชาติ ถือเป็นสิ่งประดิษฐ์แห่งความมี 'เหตุผล' อันยิ่งใหญ่ที่สุดที่คนเราเคย 'นึกคิด' กันมา จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่อาคารแห่งนี้ และสถาปัตยกรรมเช่นนี้ จะสร้างขึ้นในสมัยจอมพล ป. ที่ได้ชื่อว่าเป็นยุคที่ 'คลั่ง' ชาติมากที่สุดยุคหนึ่งของไทย และเป็นยุคที่กระแส 'ชาตินิยม' ขึ้นสูงสุด แต่ต้นกำเนิดของความเป็นชาตินิยม คือ เรื่องเล่า ประวัติศาสตร์ และความเป็นมาของการ 'ก่อเกิด'เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ซึ่งชาตินิยมทุกแห่งบนโลกมีเหมือนกัน ดังนั้น อาคารชาตินิยมแห่งนี้ จึงมีประติมากรรม 'วีรบุรุษ' ของชาติในอดีตเด่นตระหง่านโดยเป็นการ 'เล่า' ตั้งแต่ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือ พระเจ้าอู่ทอง พระหัตถ์ซ้ายถือปราสาทสังข์ แสดงถึงปฐมกษัตริย์ผู้สถาปนากรุงศรีอยุธยา, สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พระหัตถ์ทั้งสองถือประมวลกฎหมาย แสดงให้เห็นถึงการเป็นผู้ทรงพระปรีชาสามารถในทางปกครอง สมเด็จพระศรีสุริโยทัย พระหัตถ์ขวาถือพระแสงของ้าว พระหัตถ์ซ้ายถือพระมาลา เป็นวีรสตรีที่ออกไปสู้รบเพื่อปกป้องสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ พระสวามี เมื่อคราวศึกพระเจ้าแปร ในปีพ.ศ.2093, สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระหัตถ์ขวาถือพระแสงของ้าว พระหัตถ์ซ้ายถือพระมาลา ผู้กอบกู้เอกราชกรุงศรีอยุธยาจากพม่าเมื่อคราวเสียกรุงครั้งที่ 1, สมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระหัตถ์ทั้งสองถือพระราชสาสน์ ผู้ได้ทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างประเทศ และสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระหัตถ์ทั้งสองถือดาบ ทรงกอบกู้เอกราชกรุงศรีอยุธยา เมื่อคราวเสียกรุงครั้งที่ 2 นั่นเป็น 'จินตภาพ' ของนักชาตินิยมต่อ 'วีรบุรุษ' ของชาติในอดีต เพื่อ 'บอกเล่า' เรื่องราวประวัติศาสตร์ที่สืบทอดกันมายาวนานจนถึงช่วงเวลานั้น ปัจจุบัน อาคารแห่งนี้หมดบทบาทลงเมื่อมีการก่อสร้างศาลากลางจังหวัดแห่งใหม่ ในปีพ.ศ.2537 และได้เปลี่ยนแปลงอาคารเป็น ศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยว และ หอศิลป์แห่งชาติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อปีพ.ศ. 2548 อีกทั้งนิทรรศการแบบสมัยใหม่ เพื่อเล่าเรื่องราวในอดีตของกรุงศรีอยุธยา อาคารแห่งนี้จึงมีหลากหลาย 'ความหมาย' ซึ่งบางคนอาจจะนึกถึงความยิ่งใหญ่ในอดีต นึกถึงรัฐบาลจอมพล ป. นึกถึงชีวิตคนไทยสมัยก่อน นึกถึงแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ นึกถึงข้อมูลแหล่งเที่ยว หรือ อาจไม่นึกถึงสิ่งใดเลย นอกจากอาคารทรงเหลี่ยมรูปตัว T แต่ละคนเข้าใจต่างๆ กัน ตามพื้นฐานชีวิตของตัวเอง (จากคอลัมน์ บ้านเมืองมีอดีต อาทิตย์ 7 พฤษภาคม 49) |
| << | กรกฎาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | 31 | ||||