วันเสาร์ ที่ 28 กรกฎาคม 2550
120 ปีแห่งความเปลี่ยนแปลง
Posted by
วรรณนา
,
ผู้อ่าน : 266
, 22:21:16 น.
พิมพ์หน้านี้
|

'อาคารศุลกสถาน' ออกแบบและก่อสร้างโดย นาย 'โจอาคิโน' หรือ 'โจอาคิม แก รซี' สถาปนิกชาวอิตาเลียน ภายหลังได้โอนสัญชาติเป็นคนในบังคับของฝรั่งเศส ก่อ สร้างเมื่อปีพ.ศ.2428 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งถือเป็น หนึ่งในผลงานอีกหลายแห่งของนายโจอาคิโน
การออกแบบของนายโจอาคิโน เช่นเดียวกับสถาปนิกคนอื่นๆ ในโลกตะวันออก ที่ ได้รับอิทธพลแนวคิดนีโอคลาสสิกในโลกตะวันตก ซึ่งกำลังอับแสงลงแต่มาเฟื่องฟูใน โลกตะวันออก โดยเฉพาะในสยามช่วงรัชกาลที่ 4-7 หรือวงการสถาปนิกเรียก สถาปัตยกรรมในช่วงนี้ว่าอิตาลีคลาสสิก หรือ ปาลาเดียน (Palladianism) ซึ่งตั้งชื่อ ตามสถาปนิกชาวอิตาเลียนชื่อ แอนเดรีย ปาลาดิโอ (ค.ศ.1508-1580) โดยมีรูปแบบ สถาปัตยกรรมที่โดดเด่นคือ การจัดผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบสมมาตร รูปด้านอาคาร สามส่วนเน้นความสำคัญหนึ่งส่วน การใช้ช่องโค้งสลับกับผนังทึบ ซึ่งอาคารศุลกสถาน รับอิทธิพลในการออกแบบและการก่อสร้างอย่างเด่นชัด
 ชื่ออาคารศุลกสถาน เรียกตามหน่วยงานใหม่คือ กรมศุลกากร หลังจากมีการ ปฏิรูปการจัดเก็บภาษีสินค้าใหม่ จากเดิม "ภาษีปากเรือ" มาเป็นอัตราภาษีตายตัว "ร้อยละสามของราคาสินค้า" ซึ่งต่อมาชาวบ้านทั่วไปเรียกอาคารแห่งนี้จนติดปากว่า 'โรงภาษีร้อยชักสาม'
ต่อมา ในปี พ.ศ.2492 เมื่อกรมศุลกากรย้ายที่ทำการใหม่ไปอยู่ท่าเรือคลองเตย หน่วยงานใหม่คือกองตำรวจน้ำและกองตำรวจดับเพลิง ได้เข้ามาใช้อาคารจนกระทั่ง ถึงปัจจุบัน และในปีนี้เอง กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ในฐานะเจ้าของอาคารและ พื้นที่ ได้เปิดสัมปทานให้เช่าพื้นที่ตามนโยบาย 'แปลงสินทรัพย์เป็นทุน' ของรัฐบาล ซึ่ง ปรากฏว่ามีธุรกิจเอกชนประมูลได้ เพื่อดำเนินกิจการโรงแรมหรูคู่เจ้าพระยา
ในช่วงเวลา 120 ปี อาคารแห่งนี้มีการปรับเปลี่ยนสถานะและบทบาทมาโดยตลอด จากเดิมเป็นสำนักงานเก็บภาษีท่ามกลางชุมชนชาวต่างชาติและเป็นสัญลักษณ์ชี้ถึง กระบวนการอารยธรรมของไทย (civilizing process) ต่อมาเป็นพื้นที่ใช้สอยของ หน่วยงานรัฐที่มีบทบาทไม่มากนัก จนล่าสุดถูกถ่ายโอนในยุคทุนนิยมเต็มตัว กลุ่มคนต่างๆกันเข้าไปใช้พื้นที่ในช่วงเวลาต่างกัน สะท้อนถึงบทบาทและอำนาจ ของคนกลุ่มนั้นในสังคม
ภาพ------ ฐานิส สุดโต
|