ข อ ง ฝ า ก จ า ก ห นั ง สื อ 4 : ...
กุญแจเซน
ติช นัช ฮันห์
: เขียน
พจนา
จันทรสันติ : แปล

การกำหนดรู้ว่าตน
ทำอะไร พูดอะไร คิดอะไร คือการเริ่มต้นขัดขืนต่อการรุกรานจากสภาพแวดล้อม และเริ่มแก้ไขข้อผิดพลาดซึ่งอาจหลงลืมก่อให้เกิดขึ้น
เมื่อจุดดวงไฟแห่งสติขึ้น ก็เท่ากับเป็นการจุดความมีศีลธรรมขึ้นด้วย เงาแห่งมายาซึ่งคุกคามมนุษย์อยู่ก็ถูกขจัดออกไป
... หน้า๗
ทุกสิ่งที่บุคคลได้พูด
ได้คิด ได้กระทำ ไปในขณะที่มีดวงจิตอันประกอบไปด้วยสติ อาจเรียกได้ว่าบุคคลนั้น
"ได้ลิ้มรสแห่งเซนแล้ว" ... หน้า ๑๑ สิ่ง
ที่ครอบงำความรู้สึกอยู่คล้ายดังเงา ลึกล้ำ
ก่อให้เกิดความปรารถนาไม่รู้จักหยุดหย่อน และครอบงำอยู่ด้วยราคะ
สิ่งนี้คือตัวตน เจ้าตัวตนที่คล้ายกับผู้วิเศษที่เสกอะไร
ต่ออะไรออกมาจากแขนเสื้อ มีทั้งตัวโมหะ ความหลง ตัวโลภโมโทสัน และตัวโทสะ
ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าตัวตนนี้มาจากไหน
แต่มันวนเวียนอยู่รอบๆตัวเรานานตราบเท่าที่มนุษย์ยังมีความนึกคิดอยู่
เจ้านักเล่นกลเจ้าเลห์ผู้นี้แหละที่คอยลวงเราให้หลงเชื่ออยู่ว่า เราจะสามารถเสพอามิสสุขอยู่ได้โดยไม่พบความทุกข์
ตราบเท่าที่เรายอมตัวอยู่ในเงื้อมมือของมัน
... หน้า ๒๒
"ฉันขอบอกว่า..."
"ฉันได้..." "ฉันชอบ..." "ฉันเกลียด..."
ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องของตัวตน
ผูกมัดเราให้ตกเป็นทาสหนักขึ้น เพิ่มพูนความทุกข์ให้ทับทวี เพราะเรายิ่งใช้คำว่า
"ฉัน" มากเพียงใด เรายิ่งเปิดโอกาสให้ตัวตนร่ำร้องต้องการออกมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ... หน้า ๒๗ การตื่นขึ้นเป็นปรากฏการณ์อันยิ่งใหญ่
ฉายรัศมีแพรวพราวดุจดังดวงอาทิตย์ บุคคลผู้รู้แจ้ง บุคคลผู้ตื่นขึ้นจากความหลับใหลแล้ว
ย่อมมีที่ให้สังเกตเห็นบางประการ ประการแรกคือ ความเป็นอิสระภาพหลุดพ้นจากข้อผูกมัดทั้งปวง
เขาย่อมไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลแห่งความเปลี่ยนแปลงของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความกลัว
ความรื่นเริง ความหงุดหงิด ความสำเร็จ ความล้มเหลว ฯลฯ ... หน้า ๓๕
จิตของเราได้ตระเตรียมไว้ดีแล้ว
คมขวานที่ได้ฟาดฟันลงไปนี้ ก็จะช่วยให้เราหลุดพ้นจากพันธนาการ ซึ่งได้ผูกมัดเราให้อยู่ในโลกซึ่ง
"มีชีวิตดังคนตายไปแล้ว" มาเป็นเวลาหลายปี และช่วยให้เรากลับมาสู่การมีชีวิตอยู่ในความเป็นจริง
แต่หากเรายังไม่พร้อมที่จะรับความจริง เราก็ท่องเที่ยวแสวงบุญอย่างไร้สาระต่อไปในโลกของการนึกคิด ...หน้า ๔๖
|