พิมพ์หน้านี้
|
สี่วันสวรรค์ในเขมร...๑ กัมพูชาประเทศที่ผ่านสงครามมาอย่างน่าสะพึงกลัว สลดหดหู่ ในวันนี้สงครามได้ผ่านพ้นมาแล้วกว่า 40 ปี บาดแผลที่บาดลึกคงยากจะลืม ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ พี่ น้อง ต่างเล่าขานสืบต่อมายังลูกหลาน แม้จะเป็นการตอกย้ำความเจ็บปวด แต่มันก็คือบทเรียน ที่ต้องบอกกล่าวให้ลูกหลานได้รับรู้... อย่าให้สงครามเกิดขึ้นอีกเลย ...สงครามแห่งอำนาจของคน 3 กลุ่ม ที่เหยียบย่ำหัวใจประชาชนคนเขมรชาติเดียวกัน ในวันนี้...รอยยิ้มของคนเขมร สวยงาม สดใส ไม่แพ้ยิ้มสยามของเรา
ถนนฝุ่นสีแดงเป็นหลุมเป็นบ่อ อีกครั้ง...กับความคุ้นเคยในวันที่หิ้วกระเป๋าไปโรงเรียนด้วยรถประจำ(สองแถว) ตั้งแต่ ม.3-ม.6 ในระยะทางกว่า 40 กิโล เป็นฝรั่งหัวแดง ตัวแดง ไปโรงเรียนทุกวัน แม้กระทั่งขนตา กระพริบทีฝุ่นร่วงพรู ... ฤดูฝน ติดหล่ม ลุยน้ำ ลื่นไถลเป็นรถเต้นระบำไม่ต่างกับการเดินทางในเขมร ปลาหมอ ปลาช่อน หนีน้ำขึ้นมาเต็มถนน ได้ปลาไปฝากแม่เป็นอาหารมื้อเย็น บ้านเรือนสองข้างทาง ชาวบ้าน มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย ปลูกเรือนเกาะกลุ่มกันอยู่เป็นหมู่บ้าน พ้นจากหมู่บ้านเป็นทุ่งนากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา เห็นภูเขาอยู่ไม่กี่ลูก แทนที่จะช่วยกันรักษาไว้ กับทลายเพื่อเอาหิน เอาดิน
ขณะนี้บ้านเมืองเขมรกำลังได้รับการพัฒนาอย่างใหญ่โต โดยความช่วยเหลือของประเทศต่างๆ ทั้งจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ที่มาช่วยสร้างถนน สะพาน ทางรถไฟ ท่าเรือขนาดใหญ่ ส่วน UN ก็ให้การดูแลโบราณสถาน โบราณวัตถุต่างๆ เห็นก็ดีใจแทนคนเขมร อย่าหันมากอบโกยผลประโยชน์ทีหลังก็แล้วกัน (ของตาย) มอม (ไกด์คนเขมร) บอกว่าบรรพบุรุษของเขาทำบุญไว้เยอะ สร้างเทวสถานใหญ่โต ผลบุญจึงส่งถึงลูกหลานในวันนี้ คอยเก็บเงินค่าเข้าชมอย่างเดียว อย่างอื่นมีคนดูแลให้หมด เกือบร้อยเปอร์เซ็นในประเทศเขมรเป็นที่ราบ ถ้าได้พัฒนาแหล่งน้ำ คงเป็นแหล่งปลูกข้าวขนาดใหญ่ ในบางพื้นที่ (เส้นทางไปเกาะแกร์) ได้มีการส่งเสริมให้ปลูกยางบ้างแล้ว หันกลับมามองบ้านเมืองเรา วันนี้เป็นอย่างไร รัฐบาลกำลังพัฒนาอะไรบ้าง คิดไม่ออก มองไม่เห็น การแก้ปัญหาเรื่องข้าวซึ่งต้องมองให้ไกลถึงอีกหลายสิบปีข้างหน้ายังไม่ชัดเจน ข่าวสารบ้านเมืองในวันนี้เป็นเช่นไรทุกท่านคงทราบกันดี...
สี่วันสวรรค์ในเขมร...๒ ค่อมาผจญภัยในป่าปราสาทกันนะคะ.
|