|
ภูกระดึง ...๒ เ ดิ น ป่ า 
วันศุกร์ไม่เคยเดินป่า อย่างมากก็เดินตามเส้นทางท่องเที่ยวอย่างกิ่วแม่ปาน
ดอยอินทนนท์ ภูกระดึงเคยคิดหลายครั้งแต่สภาพร่างกายไม่พร้อม รู้ตัวเองดีว่าไม่ไหวแน่
ในครั้งนี้พร้อมแล้วหรับภูกระดึง ก่อนที่ร่างกายจะโรยราไปมากกว่านี้ ระยะทางที่ยาวไกลในแต่ละวัน
ทั้งขาขึ้น เข้าป่าปิด ไปหล่มสัก และขาลง ไม่เหนื่อยเลย แต่อยู่ที่กำลังขาอย่างเดียว
วันศุกร์ได้วิธิการเดินขึ้นที่สูงจากกระเหรี่ยงนำทางที่กิ่วแม่ปาน เขาจะก้าวเท้านิ่มๆ
เนิบๆ แบบผ่อนแรง ถ่ายเทน้ำหนัก ก้าวเท้าสมำ่เสมอ หายใจเข้าลึกๆ ผ่อนออกยาวๆ
เป็นวิธีที่ได้ผลมากเดินได้ไกลแบบไม่ต้องหยุดพัก ถ้าก้าวเร็วๆ หนักๆ ลมหายใจไม่สม่ำเสมอจะเหนื่อยเร็ว
และมีอาการหอบ ต้องพักเป็นระยะ เป็นประสบการณ์ของวันศุกร์เองนะคะ คนอื่นไม่รู้เป็นเหมือนกันหรือเปล่า
เล่าให้ฟังเผื่อเอาไปใช้ประโยชน์ได้สำหรับผู้ที่ไม่เคยเดินป่า ลองดูค่ะ
รองเท้า...ที่จะใส่เดินป่าสำคัญมาก น้องผู้ชาย(คนละกลุ่ม)ที่เดินนำหน้าวันศุกร์
ใส่รองเท้าบูธ ก็คงจะเดินสบายดีอยู่ในช่วงแรกก่อนเข้าป่า พอนานเข้ายิ่งเดินยิ่งหนัก
พื้นรองเท้าบูธไม่มีความยืดหยุ่น แข็งมากเวลาเดินบนหินซึ่งแข็งเหมือนกันจึงควบคุมลำบาก
แถมยังลื่นไม่เกาะพื้นเลย เค้าลื่นอย่างแรงตั้งสองสามรอบ สรุปแล้วรองเท้าเดินป่าควรจะเบาสบาย
มีดอกยางที่ช่วยเกาะพื้น พื้นรองเท้ามีความยืดหยุ่นและหนานุ่มป้องกันความแหลมคมของหิน
หรือหนามได้ดี ครั้งนึงวันศุกร์ใส่รองเท้าที่พื้นบาง เดินบนถนนลูกรัง เหมือนเดินเท้าเปล่าเลย
ระยะทาง 5 กิโล ทรมานสุดๆ อ้อ! ควรจะใส่ถุงเท้าด้วยช่วยลดการเสียดสี วันศุกร์ใส่ทีเดียวสองคู่
สบายมากเลย
กระเป๋าสะพายติดตัว...เป็นสิ่งจำเป็นอีกอย่างหนึ่ง สำหรับใส่ข้าวห่อ
ชุดกันฝน ขวดน้ำ ยา ฯลฯพยายามอย่าเอาอะไรไปเยอะเท่าที่จำเป็นพอ ระยะทางที่ไกลมากของเบาๆ
จะกลายเป็นของหนักไปในทันที ควรจะเป็นเป้ เกาะหลัง เกาะหน้า หรือสะพายข้างก็ได้
พี่แป๋มแนะนำว่าถ้าเป็นแบบเกาะที่สะโพกจะช่วยผ่อนน้ำหนักเราได้มาก ขนาดพอประมาณ
เปิดหยิบของได้สะดวก กลุ่มข้างหน้า หอบข้าว น้ำ ขนม ใส่ถุงหิ้ว หิ้วกันจนมือซีด
จะทิ้งก็ไม่ได้เพราะสำนึกของคนเดินทางจะบอกตลอดเวลาว่าทำลายสิ่งแวดล้อม ทำลายป่าอย่างร้ายแรง
เสื้อผ้าที่สวมใส่ ... ควรเป็นกางเกงขายาว เสื้อก็แขนยาว ป้องกันใบไม้มีพิษ
หรือหนาม ผ้าเบาสบาย ซับเหงื่อได้ดี ไม่ควรเลยที่จะใส่ยีนส์ เพราะหนัก แล้วก็ปีนป่ายลำบาก
พี่แป๋มแนะว่าควรเป็นสีที่ใส่แล้วมองเห็นทากชัดๆ บางคนอาจจะไม่กลัว แต่ก็อันตรายมากหากเรามองไม่เห็นแล้วเข้าไปตามจุดสำคัญของร่างกาย
น้ำ...สำคัญที่สุดขาดไม่ได้ วันศุกร์เตรียมไปหนึ่งขวดเล็กไม่พอ หลายคนต้องรบกวนขอแบ่งจากเจ้าหน้าที่
ซึ่งคงทราบอยู่แล้วว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้ คุณสมชายเจ้าหน้าที่ของเรามีน้ำขวดใหญ่และขวดเล็กอีกสองขวด
ก็ไม่พออยู่ดี ต้องอาศัยน้ำจากลำธารเอาใส่ขวด แล้วเดินทางต่อ มีเสียงแว่วๆ
"น้ำขี้ช้าง"
"เย็น ชื่นใจ นะจะบอกให้"
ม า ดู ภ า พ ต่ อ จ า ก ต อ น แ ร ก กั น ค่ ะ
แสงตะวันในวันใหม่ ที่ผานกแอ่น 
























เดินทางสู่ป่าปิด










ช่วงเริ่มเข้าป่าปิดจนถึงน้ำตกขุนพอง ต้องปีนหินตลอด พบน้ำใจของคนเดินทาง ที่ไม่รู้จักและต่างกลุ่มกัน ช่วยจับ ช่วยดึง คอยบอกว่าควรจะเหยียบ จะย่างอย่างไรถึงจะผ่านไปได้โดยไม่ยากเย็นนัก
แต่ก็ไม่วายมีคนลื่นหล่นลงไปในซอกหิน คนที่สอง ที่สามหล่นตามลงไปด้วย ก็เพราะต้องการจะช่วยเพื่อน
หันไปเห็นพอดี น่าหวาดเสียวมาก โชคดีที่ไม่ใครเป็นอะไร
 




น้ำใสจากลำธาร ที่อาศัยดื่มกิน

ออกจากป่าปิด





วิ่งหนีทากมายืนพัก เ ดิ น ท า ง ต่ อ สู่ ผ า ห ล่ ม สั ก

















แสงสุดท้ายแห่งวัน กับการรอคอยแสงสุดท้ายแห่งชีวิต อย่างกล้าหาญ อดทนของหมู่มวลมนุษย์
|