พิมพ์หน้านี้
![]() ถึ ง แ ล้ ว...ศีขรภูมิ ดินแดนแห่งความหลัง ความทรงจำอันยาวนานของป้ารุ เมืองที่ดูเจริญ มากกว่าท่าใหม่บ้านเกิดของฉันที่จันทบุรีเดินตัดทางรถไฟ มาพบเจ้าช้างน้อยวัยกำลังน่ารัก ที่เจ้าของพาเดินเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องในเมือง บ้านนอกหน้าฝนเขียวชอุ่มอย่างนี้ ทำไมยังมีให้เห็น จะว่าอาหารไม่พอก็ไม่น่าจะใช่ สถานีรถไฟ บ้านเรือนเก่าๆ ลายฉลุบนหน้าต่างนั่น ดูเข้ากันดีกับไม้สีซีดเก่าคร่ำ
กลุ่มปราสาทศีขรภูมิตั้งอยู่ภายใต้ร่มเงาของไม้ใหญ่ ด้านหน้าเป็นสระน้ำ ล้อมด้วยสนามหญ้าเขียวสด ...ฉันส่องกล้องผ่านใบโพธิ์ที่พริ้วไหว ...นี่หรือปราสาทศีขรภูมิ
ฉันเดินตรงไปตามทางที่ทอดยาวสู่ปราสาท สะดุดที่นางอัปสรา เธอดูสะอาดตา นุ่มนวล อ่อนหวานอย่างสาวไทย คิ ดไ ป เ อ ง อีกแล้ว! ลายจำหลักอื่นยังคงชัดเจนสวยงาม เดินพลาง ถ่ายรูปพลาง เสียงอาจารย์ยังบรรยายอยู่ตลอด มองเลยไปทางขวามือ หลังแนวรั้ว หลังคาบ้านโผล่พ้นต้นหมากรากไม้อยู่ ๒-๓ หลัง ด้านซ้ายเลยไปไกลหน่อย เห็นหลังคาโบสถ์โดดเด่นระหว่างกลุ่มปราสาท
ทุ่งนาเขียวขจีสองข้างทาง ไร่มัน ไร้อ้อย ฝูงวัว ฝูงควายอ้วนพี จริงดังอาจารย์บอก ดูพวกมันช่างมีความสุขเสียเหลือเกิน นอนจมปลักบ้าง เล็มหญ้าช้าๆ อย่างใจเย็นบ้าง มีหญ้าให้กินมากมายในฤดูฝนเช่นนี้ จะเร่งรีบไปใย ... ภาพต่างๆ ค่อยๆ ล า ง เ ลื อ น... กระทั่งปิดสนิท
ปราสาทตาเมือนธม "ถึงแล้วรึพี่" ฉันลืมตางัวเงียถามพี่แป๋ม "ใส่ชุดดำแบบนี้ ทหารพรานรึปล่าว" รำพึงกับตัวเอง ภารกิจของป้ารุ ผู้เป็นธุระเรื่องรวบรวมสิ่งของมาให้กับทหาร ดูป้ารุอิ่มเอมใจไม่น้อย ด้วยความที่จันทบุรีเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีชายแดนติดกับประเทศกัมพูชา เมื่อกว่า ๓๐ ปีก่อนมักจะมีเหตุการณ์ไม่สงบอยู่เสมอ จึงเป็นเขตพื้นที่ ที่ทหารให้ความดูแลเป็นพิเศษ ฉันมักจะได้ดูการแสดงเพื่อดึงมวลชนของทหารพลร่มป่าหวาย หรือไม่ก็ตชด.อยู่บ่อยครั้ง ดูจนซึมซับสมเจตนารมณ์ เลือดรักชาติมักจะครุกรุ่นพุ่งปรี๊ดปรี๊ด... ฉันถ่ายภาพ...แล้วเฝ้ามองอย่างซาบซึ้งอยู่เงียบๆ
เลยฐานปฏิบัติการของทหารไปนิดเดียวก็ถึงปราสาทตาเมือนธม ตั้งโดดเด่นอยู่บนเนินดินสูง อาจารย์เดินนำลงไปด้านล่าง บันไดสูงชันทำให้นึกถึงพนมบาเค็ง หลังแนวรั้วไม้ไผ่ใต้เงาไม้ร่มครึ้มเป็นเขตแดนของประเทศกัมพูชา ทหารยืนอยู่ ๔-๕ คน มองมาอย่างสนใจ เสียงตะโกนพูดคุยกันระหว่างทหารทั้งสองฝ่าย ฟังไม่ได้ศัพย์ อากาศไม่ร้อน แสงเงาที่ตกกระทบมายังตัวปราสาทสวยงามนัก ตาเมือน...ผู้เฒ่า ผู้อยู่เฝ้าชายแดนมาเนิ่นนาน อยากถามตาว่า...ถ้าตาเลือกได้ตาจะอยู่เมืองไทยหรือเมืองเขมร "ข้าไม่ใช่ของใคร หรือฝ่ายใด ข้าขอเป็นสมบัติของมวลมนุษยชาติก็แล้วกัน" เสียงตาเหมือนแว่วมาไกลๆ "แต่ในความเป็นจริงมันยากมากนะตา เรื่องราวของตายังไม่จบหรอก เพียงแต่มันหยุดลงชั่วคราวเท่านั้นเอง" "หนักใจใช่ไหมล่ะตา" อยากจะกอดตาอย่างเข้าใจและเห็นใจ
ตาเมือนโต๊จ ... ตาเมือน มีตาเมือนโต๊จ อยู่เป็นเพื่อนคุย จะได้ไม่เหงา ดีเหมือนกันแหะ! ฉันยกกล้องมองลอดกิ่งไม้ระเกะ ระกะ ผ่านบาราย ไปยังตัวปราสาทอาบแดดสีทอง กระจ่างตา ดอกหญ้าเล็กๆ ที่ขึ้นแซมอยู่ตามศิลาแลงนั่น ช่างน่ามองเสียจริง ความอ่อนโยน อ่อนเยาว์ กับความเข้มแข็ง...ทำไมจะอยู่ด้วยกันไม่ได้ คนเราถ้ารู้จักผ่อนหนัก ผ่อนเบา อะไร อะไร มันก็ง่ายขึ้น
อาจารย์พาเดินต่อไปยังธรรมศาลา ธรรมศาลา...ที่พักของคนเดินทางหลังนี้ี่ยังคงสภาพสมบูรณ์มาก ... ... มีเกวียนบรรทุกสัมภาระจอดอยู่ ม้าผูกติดกับต้นไม้ ๔-๕ ตัว ข้างใน...มีคนล้อมวงรอบกองไฟ เสียงสนทนาเป็นภาษาขอมโบราณ แทรกมากับเสียงฝนพรำ แสงไฟที่ลอดช่องหน้าต่างวับๆ แวมๆ ดูน่ากลัวชอบกล อย่างนี้หรือเปล่าที่เขาเรียกว่า "บ้านมีไฟ" ... ... "ดูสมบูรณ์ มากนะครับ" เสียงของเชาว์เชาว์ (siampatriot) ทำให้ฉันตื่นจากภวังค์
ห้องพักของเรา...พี่แป๋ม มินมินท์ และฉัน ดูสบาย น่านอน มีสามเตียงพอดี เราเคยเดินทางท่องเที่ยวด้วยกันมาก่อน จึงพูดคุยกันคล่องคอ หลังอาบน้ำได้ชาสตอบรอรี่หอมกรุ่นของพี่แป๋มไปหนึ่งถ้วย คุยกันเพลิน...เพื่อนทานข้าวกันอิ่มเกือบหมดแล้ว บางส่วนก็อยู่ในห้องประชุม ในวงสนทนาได้ฟังเรื่องราวจากคุณเสี่ยวไทบ้าน อาจารย์โย(กระดานดำออนไลน์) และสุรินทร์สโมสร โดยมีภาพท่องเที่ยวกัมพูชาเป็นแบคกราวน์ ดูเพลินไปเลย ... ... "เอาไง... พี่แป๋มจะนอนหรือยัง" "ไปนั่งกินน้ำชากันดีกว่า" "นี่ไง! กระเป๋าผ้าเอาของใส่ยกไปได้เลย" นี่แหละ! พี่แป๋ม...เตรียมพร้อมเสมอสำหรับการเดินทาง ทุกอย่างจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ช่างขัดกับบุคลิกของเธอนัก ฉันก้มลงเก็บเจ้าเอเลี่ยน เตาแ๊ก๊สขนาดจิ๋วของพี่แ๋ป๋มแบบงงๆ หน้าตาของมันน่ากลัวพิลึก แล้วก็ไม่สำเร็จ ต้องถึงมือเจ้าของอีกตามเคย ... ... ในวงน้ำชา พี่นิด (นิดนรี ภาษาหลากสี) คุณชาลี พี่แป๋ม สามนักเดินทาง เล่าเรื่องราวท่องเที่ยว อย่างออกรส...สนุกสนาน ปนผจญภัยแบบเล็กๆ แถมยังนี้ข้อแนะนำดีๆ ไปพักตรงนั้น ไปเที่ยวตรงนี้ ส่วนฉันขอเป็นผู้ฟัง ยิ้มบ้าง หัวเราะบ้าง...สบายใจ ดึกเข้า...วงใหญ่ข้างๆ ชักไม่มีเรื่องคุย จะเล่าเรื่องผีๆ กันท่าเดียว ฉันต้องเอามือปิดหูไม่อยากฟังเดียวนอนไม่หลับ...มันหลอน สุดท้าย...ก็แยกย้ายกันไปนอน ... ... ตีหนึ่ง... "วาดรูปกันไหม...วันศุกร์" "ได้เลยค่ะ...พู่กันอยู่ไหน" อุปกรณ์พร้อม... พี่แป๋มก็จิ้มสีลงไปอย่างรวดเร็ว ฉันก็วาดไปตามประสา มีพื้นฐานอยู่บ้าง ปราสาทตาเมือนโต๊จผุดขึ้นมาในจินตนาการ ส่วนมินมิ้น นอนทำเสียงตะแง้ว ตะแง้ว เป็นแมวหงุดหงิด เพราะง่วงนอน "รีบๆ วาดให้เสร็จดีกว่าพี่ มินมิ้นแย่แล้ว" "โห! หนักแน่น มั่นคง แจ่มชัด ดูแล้วรู้เลยว่าเป็นที่ไหน" ฉันแอบดูพร้อมวิจารณ์ "ของวันศุกร์ ดูเป็นผู้ยิ้ง ผู้หญิง" พี่แป๋มวิจารณ์บ้าง "เหรอคะ ดูไม่รู้ด้วยว่าเป็นที่ไหน" ขำ หุ หุ แล้วก็เข้าสู่นิทรา... ... ... น้อยครั้งที่จะได้หลับยาวอย่างเป็นสุข....เช่นนี้ ... ... |