• วรากิจ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tsfg_news@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-04
  • จำนวนเรื่อง : 23
  • จำนวนผู้ชม : 4160
  • จำนวนผู้โหวต : 5
  • ส่ง msg :
more
วรากิจ เพชรน้ำเอก
เป็นบล็อคที่นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับนิยายวิทยาศาสตร์
Permalink : http://www.oknation.net/blog/warakijscifi
วันอังคาร ที่ 13 พฤษภาคม 2551
ตึกระฟ้าท้าไฟนรก
Posted by วรากิจ , ผู้อ่าน : 55 , 16:31:36 น.   | หมวดหมู่ : เรื่องสั้นไซไฟ  
พิมพ์หน้านี้


เปลวเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรงบนชั้นที่ 30 แล้วลามขึ้นไปจนเกือบถึงดาดฟ้าของตึกแกรนด์ทาวเวอร์ซึ่งสูง 150 ชั้น  เสียงร้องขอความช่วยเหลือถูกเสียงประทุของเปลวไฟที่กำลังลุกโหมอย่างหนักกับเสียงก๊าซที่ระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงดังกลบจนหมดสิ้น  ผู้คนที่กำลังตื่นตระหนกอยู่บนถนนเบื้องล่างต่างหวีดร้องอย่างตกตะลึงกับภาพอันน่าสะพรึงกลัวที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา เมื่อร่างของผู้เคราะห์ร้ายหลายคนที่ตัดสินใจพุ่งออกมาจากหน้าต่างเพื่อหนีความร้อนราวกับไฟนรก ที่กำลังแผดเผาร่างกายของพวกเขาอย่างสุดแสนทรมานลอยละลิ่วลงมา  เสียงร้องโหยหวนขณะที่ร่างของพวกเขากำลังแหวกอากาศเพื่อหนีความตายจากเบื้องบนเพื่อลงมาจบชีวิตที่เบื้องล่างคนแล้วคนเล่า  ทำให้ผู้คนที่เห็นภาพอันสยดสยองต่างกรีดร้องราวกับเสียสติ

            ชั่วเวลาเพียงไม่กี่นาทีเปลวไฟก็ลามไปทั่วทั้งตึกอย่างรวดเร็ว  จนกระทั่งยานผจญเพลิงนับสิบลำที่ลอยตัวรายล้อมอยู่รอบตึกไม่สามารถหยุดยั้งความหายนะที่เกิดขึ้นได้อีกต่อไป  ถึงแม้ว่าพวกเขาจะช่วยกันระดมยิงอนุภาคไนโตรฟรีซ เพื่อทำให้อุณหภูมิภายในตึกลดลงและปริมาณออกซิเจนจะถูกกำจัดออกไปจนกระทั่งเปลวเพลิงมอดดับไปเอง   แต่กระแสลมที่พัดโหมกระหน่ำอย่างรุนแรงอยู่ตลอดเวลาทำให้ปฏิบัติการนี้ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง  ยานผจญเพลิงทุกลำได้รับคำสั่งให้ถอนกำลังออกจากบริเวณนั้นโดยด่วนเมื่อเกิดเสียงลั่นอย่างน่ากลัวดังออกมาจากตัวอาคาร

                ในที่สุด  โครงสร้างของตึกแกรนด์ทาวเวอร์ก็ไม่อาจต้านทานอุณหภูมิที่สูงกว่า 500 องศาเซลเซียสได้  ผนังและคานคอนกรีตเริ่มแตกออกและโครงสร้างที่เป็นโลหะเริ่มร้อนแดงและบิดเบี้ยว  ในที่สุดผนังและเพดานของทุกชั้นก็พังถล่มไล่ลงมาจากชั้นบนสุดทีละชั้น  เกิดเสียงครืนสนั่นราวกับเสียงฟ้าถล่มกับแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ฝุ่นควันสีเทาเข้มที่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณจนมืดมิดแม้จะอยู่ห่างออกไปถึง  700 เมตร  ตึกระฟ้าอันยิ่งใหญ่ได้กลายเป็นสุสานที่ฝังร่างผู้เคราะห์ร้ายกว่า 3,000 ชีวิตอยู่ข้างใต้ในวินาทีนั้นนั่นเอง

........................

                เกลนน์กำลังคร่ำเคร่งอยู่กับโครงการใหม่ของเขา  มันเป็นอาคารสูง 250 ชั้นซึ่งจะสร้างขึ้นแทนที่อาคารแกรนด์ทาวเวอร์ที่เกิดเพลิงไหม้และถล่มลงมาเมื่อ 3 ปีที่แล้ว  เขากำลังคิดว่า  เขาจะไม่ยอมให้ตึกที่เขากำลังจะสร้างขึ้นนี้ ต้องประสบกับชะตากรรมเช่นเดียวกับตึกระฟ้าหลายต่อหลายตึกอย่างแน่นอน  เกลนน์มองดูแบบร่างของโครงการที่เขาเขียนขึ้นอย่างคร่าวๆ  แต่เขาก็ยังคิดไม่ออกว่า  จะมีวิธีการที่จะช่วยให้ตัวอาคารปลอดภัยเมื่อเกิดเพลิงไหม้หรือแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงได้อย่างไร

                “ทุกตึกที่เสียหายจากไฟไหม้ล้วนแล้วแต่ใช้วัสดุทนไฟกันทั้งนั้น  ตั้งแต่วัสดุก่อสร้างจนถึงผ้าม่านที่ไม่ติดไฟ  แล้วยังอุปกรณ์ฉุกเฉินเพื่อใช้ดับไฟอีกล่ะ”  วิคเตอร์มองดูแบบร่างของเกลนน์แล้วส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจว่าตึกซึ่งได้รับการออกแบบมาอย่างดีให้มีความปลอดภัยสูงก็ยังได้รับความเสียหายอย่างหนักทุกครั้งที่เกิดเพลิงไหม้ได้อย่างไร 

                “ไม่มีอะไรสู้กับเปลวไฟที่ลุกท่วมขนาดนั้นได้หรอก  แต่ผมจะไม่ยอมให้ตึกของผมเป็นเหมือนตึกอื่นๆแน่  และคนที่อยู่ในตึกของผมจะต้องปลอดภัย”  เกลนน์บอกและทิ้งตัวลงบนโซฟายาว  สีหน้าครุ่นคิดและถอนหายใจเฮือกใหญ่

                “เราติดตั้งเครื่องไนโตรฟรีซให้ทุกๆชั้นเลยไม่ได้หรือไง”  วิคเตอร์เสนอไอเดียที่คิดว่าน่าจะช่วยได้

                “เมื่อเกิดไฟไหม้  กระแสไฟจะถูกตัด  กระแสไฟสำรองก็มักจะขัดข้อง  นี่คือเหตุผลที่อุปกรณ์ฉุกเฉินทั้งหลายมักจะกลายเป็นขยะที่ไร้ประสิทธิภาพ”

                วิคเตอร์มองดูเพื่อนของเขาที่ดูซูบผอมไปมากตั้งแต่วางแผนที่จะทำโครงการนี้  เขาอดหลับอดนอนเพื่อออกแบบระบบความปลอดภัย  หลายครั้งที่เขาไม่ยอมกลับบ้านและอยู่ที่บริษัทจนสว่าง

                “ผมคิดว่าคุณควรจะกลับไปหาลูกเมียบ้างนะ  ไม่อย่างนั้นชีวิตครอบครัวของคุณอาจจะถล่มลงมาเหมือนกับตึกพวกนั้นก็ได้”

...........................

                “ลูกดูร่าเริงดีนะ.......” เกลนน์ก้มลงอุ้มเจอร์ซีลูกชายคนเดียวขึ้นมาหอมแก้มฟอดใหญ่ก่อนที่จะหันไปจูบอย่างแผ่วเบาที่หน้าผากของแอนนา  ภรรยาแสนสวยของเขา  “ผมต้องขอโทษด้วยที่ไม่ค่อยได้ดูแลครอบครัวเลย  โครงการใหม่ของผมทำให้ผมต้องคิดหนัก”

                “ฉันเข้าใจค่ะ  แต่ลูกคิดถึงคุณมาก  แกถามหาพ่อทุกวัน”  น้ำเสียงเหงาๆของแอนนาทำให้เขารู้สึกผิดขึ้นมาจับใจ 

                เกลนน์ปล่อยลูกชายวัย 5 ขวบลงบนพรมหนานุ่ม  เด็กน้อยยิ้มให้พ่อและก้มหน้าก้มตาเล่นของเล่นต่ออย่างเพลิดเพลิน 

                “กำลังเล่นอะไรอยู่ครับ”  เกลนน์เอ่ยถามลูกชาย

                “ผมกำลังสร้างตึกเหมือนพ่อ”  เจอร์ซีตอบและพยายามต่อตัวต่อชิ้นสี่เหลี่ยมซ้อนกันเป็นชั้นๆให้เหมือนกับตึกระฟ้า

                “ไหนขอพ่อดูหน่อยซิ”  เกลนน์หยิบตึกระฟ้าของลูกชายขึ้นมาแล้วจ้องมองดูมันอย่างใช้ความคิด  เขาแยกมันออกจากกันแล้วก็ต่อเข้าไปใหม่  เขาถอดเข้าถอดออกตัวต่อนั้นอยู่หลายครั้ง

                “ยอดเยี่ยมมากลูก  ยอดเยี่ยมมาก  มันเป็นตึกระฟ้าที่เจ๋งที่สุดในโลกเลยรู้มั้ย”  แววตาของ   เกลนน์เกิดประกายแห่งความหวังขึ้นมาในทันทีทันใด

...............................

                เกลนน์มองดูแบบแปลนของโครงการบนจอออแกนนิกขนาด 10 ฟุตที่ติดตั้งอยู่บนผนังห้องทำงาน  แล้วหมุนเก้าอี้หันมาดูโมเดลจำลองของอาคารอิมเมจิน  วันเดอร์ พาเลซขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง  มันเป็นตึกระฟ้าที่สวยมากทีเดียว  แต่หัวใจของมันไม่ได้อยู่ที่รูปลักษณ์ภายนอก  หากแต่อยู่ที่เทคโนโลยีซึ่งเขาปิดเป็นความลับ ที่จะช่วยให้โครงการของเขาเป็นโครงการตึกระฟ้าที่ปลอดภัยที่สุดในโลก  เขามั่นใจว่า  ไม่มีอะไรจะทำลายตึกของเขาได้ไม่ว่าจะเป็นเพลิงไหม้หรือแผ่นดินไหวขนาด 10 ริกเตอร์

                “ดูมันก็หรูหราดีอยู่หรอกนะ  แต่ว่ามันจะปลอดภัยจากไฟไหม้ได้ยังไงกัน”  วิคเตอร์เอ่ยถามในขณะที่กำลังมองดูโมเดลของตึกสูง 250 ชั้น

                “เชื่อผมเถอะ  ทุกคนจะทำงานอยู่บนตึกนี้ด้วยความสบายใจ”  เกลนน์ตอบด้วยความมั่นใจ

...........................

                การก่อสร้างตัวตึกได้เริ่มต้นขึ้นในทันทีที่ระบบฐานรากเสร็จสมบูรณ์  เกลนน์ออกแบบให้มันสามารถรับน้ำหนักของตึก 350 ชั้นได้อย่างสบายๆด้วยเสาเข็มไฟเบอร์คอนกรีตเสริมเหล็กกล้าทังสเตนคาร์บายน์  ในเวลาไม่นานนัก  โครงการอิมเมจิน  วันเดอร์  พาเลซก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยเทคโนโลยีการก่อสร้างอันมีประสิทธิภาพสูงสุดของปีค.ศ.2099 

                ในที่สุด  โครงการทั้งหมดก็สร้างเสร็จสมบูรณ์ภายในระยะเวลาที่กำหนด  เกลนน์กำลังควบคุมการติดตั้งอุปกรณ์สำคัญรอบๆทุกชั้นของอาคาร  มันเป็นอุปกรณ์ที่เป็นความลับอย่างที่สุดซึ่งทุกคนจะได้เห็นความมหัศจรรย์ของมันในวันเปิดโครงการ  และในวันนั้น  จะมีการทดสอบความปลอดภัยของตัวอาคารเมื่อเกิดเพลิงไหม้ในสถานการณ์จริง

                “คุณจะบ้าแล้วเรอะ”  วิคเตอร์ร้องขึ้นด้วยความตกใจเมื่อรู้ว่า  เกลนน์จะเผาตึกมูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์ในวันเปิดโครงการ

                “รับรองได้ว่า  เมื่อทุกคนได้เห็นผมเผาตึกในวันนั้นแล้ว  ทุกคนจะต้องแย่งกันซื้อตึกของผมจนหมดภายในวันเดียว”  เกลนน์พูดด้วยความมั่นใจ

                “แล้วถ้ามันเกิดความผิดพลาดล่ะ  มันมิเท่ากับว่าคุณเผาเงิน 15,000 ล้านดอลลาร์ทิ้งอย่างโง่เง่าที่สุดเรอะ”  วิคเตอร์เริ่มสงสัยว่าเพื่อนของเขาอาจจะเพี้ยนไปเสียแล้ว          

“ความผิดพลาดอย่างเดียวที่จะเกิดขึ้นก็คือ โครงการของผมคงจะมีไม่พอกับความต้องการของ

ลูกค้า”  เกลนน์กล่าวอย่างมั่นใจ

..........................

                ผู้คนนับหมื่นคนกำลังยืนคอยอย่างใจจดใจจ่อกับพิธีเปิดโครงการอิมเมจ  วันเดอร์  พาเลซที่น่าตื่นเต้นระทึกใจที่สุดเท่าที่เคยมีมา  ตึกระฟ้าสูง 250 ชั้นยืนตระหง่านอย่างท้าทายสายตาท่ามกลางหน่วยดับเพลิงที่เตรียมกำลังไว้พร้อมทั้งภาคพื้นดิน และกองกำลังยานผจญเพลิงซึ่งพร้อมที่จะทะยานขึ้นปฏิบัติการได้ทันทีหากเกิดความผิดพลาด  เกลนน์ตรวจดูความเรียบร้อยครั้งสุดท้ายก่อนที่จะเดินเข้าไปในปรัมพิธีซึ่งเต็มไปด้วยแขกรับเชิญที่ล้วนแล้วแต่เป็นนักธุรกิจ  นักการเมือง  และนักแสดงชั้นนำที่มีชื่อเสียงนับพันคน  เกลนน์เข้าประจำที่หลังเคาน์เตอร์ที่ถูกออกแบบให้เป็นโพเดียมสำหรับกล่าวคำปราศรัยในตัว  เขามองดูแผงควบคุมต่างๆที่ติดตั้งอยู่บนโต๊ะข้างๆกับจอมอนิเตอร์ที่กำลังแสดงถึงความพร้อมของระบบต่างๆของอาคารเป็นภาพกราฟฟิค  สื่อมวลชนจากทั่วโลกต่างเฝ้ารอข่าวสำคัญที่สุดในโลกข่าวหนึ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้  ซึ่งอาจจะเป็นข่าวของความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วิศวกรรมหรือไม่ก็ความหายนะที่น่าสงสาร

                เสียงปรบมือเกรียวกราวเมื่อเกลนน์ขึ้นกล่าวคำปราศรัยเปิดงาน  เขาพูดถึงแรงบันดาลใจของการสร้างสิ่งมหัศจรรย์สิ่งหนึ่งในโลก  เขาพูดถึงความยากลำบากในการคิดค้นระบบเพื่อประกันความปลอดภัยของลูกค้าของเขา  และเขาได้พูดถึงเจอร์ซี  ลูกชายที่เป็นผู้จุดประกายความสำเร็จในวันนี้ 

                “ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านครับ สิ่งที่ทุกท่านจะได้ชมต่อไปนี้จะทำให้ทุกท่านต้องจดจำไปจนตลอดชีวิต”   ทุกคนเงียบกริบเมื่อเกลนน์พูดจบ  เสียงดนตรีในท่วงทำนองที่น่าระทึกใจดังกระหึ่มขึ้น  ทุกสายตาจับจ้องอยู่ที่ตึกระฟ้าที่อยู่ตรงหน้า  เสียงดนตรีเงียบเสียงลงพร้อมๆกับเสียงลมหายใจของทุกคน  เกลนน์วางมือลงบนปุ่มสีแดงที่อยู่บนเครื่องควบคุมระบบปฏิบัติการ  เขาหันไปมองหน้าภรรยาแล้วก็ลูกชายของเขาด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม  ใบหน้าเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ  แล้วเขาก็กดปุ่มสีแดงอย่างเต็มแรงจนจมมิดลงไป

                ในวินาทีนั้นนั่นเอง  เสียงระเบิดก็กัมปนาทขึ้นที่ชั้นที่ 13 แรงระเบิดทำให้กระจกทุกบานแตกละเอียดและพุ่งกระจายลงสู่เบื้องล่างพร้อมกับเปลวไฟที่ลุกพรึ่บขึ้นอย่างรวดเร็ว  ควันสีดำทะลักออกมาจากทุกช่องและทุกทิศทางที่มันสามารถออกมาได้  สัญญาณเตือนภัยดังโหยหวนไปทั้งเมือง  แต่  เกลนน์ยังคงยืนนิ่งอยู่อย่างสงบในขณะที่คนอื่นๆกลับส่งเสียงอื้ออึงด้วยความตกตะลึง  ไม่มีใครนึกว่าจะมีการทดสอบอาคารด้วยวิธีที่บ้าระห่ำเช่นนี้  ตึกระฟ้ามูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์กำลังถูกไฟเผาอย่างรุนแรง  เปลวไฟเริ่มลามเลียขึ้นไปยังชั้นที่ 14  อย่างรวดเร็ว

                “พระเจ้า!.....คุณกำลังทำอะไรอยู่วะ  ไฟกำลังลามขึ้นไปชั้นอื่นๆแล้ว”  วิคเตอร์ร้องเสียงหลงเมื่อเห็นเกลนน์ยังคงนิ่งอยู่

                เกลนน์พยายามยิ้มอย่างใจเย็น  เขาหันไปมองดูสีหน้าที่ตื่นตระหนกของทุกคนด้วยความพึงพอใจ  มือของเขาสัมผัสอยู่ที่ปุ่มสีเขียวอีกปุ่มหนึ่งและกดมันเบาๆ  เสียงแชะๆดังขึ้นมาจากตัวอาคารที่กำลังถูกไฟไหม้  อุปกรณ์ล็อคที่ยึดระหว่างชั้นที่ 12 กับชั้นที่ 13 และชั้นที่ 14 กับชั้นที่ 15 ปลดตัวเองออกด้วยแรงดันจากระบบจรวดเล็กๆ  ทันใดนั้นเครื่องต่อต้านแรงโน้มถ่วงที่ถูกติดตั้งไว้โดยรอบส่งเสียงครางขึ้น  ตึกระฟ้าตั้งแต่ชั้นที่ 15 ขึ้นไปยกตัวลอยสูงขึ้นหลุดออกจากชั้นที่ 14 อย่างช้าๆ ราวกับยานอวกาศที่กำลังทะยานสู่ห้วงจักรวาล  มันลอยสูงขึ้นเรื่อยๆจนพ้นจากระยะอันตรายจากเปลวไฟที่กำลังเผาผลาญตึกด้านล่าง  และแล้ว  ตัวอาคารชั้นที่ 13 กับ 14 ก็ลอยตัวขึ้นเช่นกันทั้งๆที่เปลวไฟยังคงลุกไหม้อยู่อย่างน่ากลัวจนมองดูเหมือนกับยานอวกาศที่ถูกถล่มด้วยขีปนาวุธ  มันลอยไปยังที่ที่ซึ่งจัดเตรียมไว้และลดระดับลงแตะพื้นอย่างนุ่มนวล  หน่วยดับเพลิงภาคพื้นดินต่างรีบตรงไปหามันและใช้เพียงน้ำธรรมดาๆเท่านั้นก็สามารถเอาชนะเปลวไฟที่โหมกระหน่ำอยู่ได้อย่างง่ายดาย

                เสียงครางเบาๆดังแว่วมาแต่ไกลและดังขึ้นเรื่อยๆ  สิ่งที่ทุกคนได้เห็นก็คือ  สิ่งที่คล้ายกับวัตถุบินลึกลับลอยตรงมายังที่ตั้งของโครงการ  มันคือชั้นของตึกระฟ้า 2 ชั้นที่เคลื่อนที่เข้ามาลอยอยู่เหนือตัวตึกระฟ้าส่วนล่าง  มันค่อยๆหย่อนตัวเองลงและต่อเข้ากับชั้นที่ 12 อย่างนุ่มนวลด้วยระบบเชื่อมต่อแบบเดียวกับที่ใช้ในยานอวกาศ  เสียงอุปกรณ์ล็อคดังแชะดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง  นั่นหมายถึงว่า  มันได้ยึดตัวเองเข้ากับชั้นที่ 12 อย่างสมบูรณ์แล้ว 

                ส่วนยอดของตึกระฟ้านับร้อยชั้นยังคงลอยนิ่งอยู่  ทันใดนั้น  มันก็ค่อยๆลดระดับลงมายังฐานของมัน  และในที่สุดส่วนของตึกตั้งแต่ชั้นที่ 15 ขึ้นไปก็เชื่อมต่อเข้ากับชั้นที่ 14 อย่างมั่นคงด้วยอุปกรณ์    ล็อคระหว่างชั้นที่ไม่ปรากฏความผิดพลาดใดๆ  บรรยากาศในขณะนั้นเงียบงันไปหมด  ทุกคนจับจ้องไปที่ตึกระฟ้าอันงามสง่าที่ยืนตระหง่านอยู่เช่นเดิมราวกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น   ทั้งๆที่มันเพิ่งผ่านพ้นความหายนะมาอย่างน่าขนลุก  

                “ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านครับ  ผมขอแนะนำ  โครงการอิมเมจ  วันเดอร์  พาเลซครับ”  เสียงของเกลนน์ประกาศเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการด้วยความภาคภูมิใจอย่างผู้ชนะ 

                หลังจากที่อาการตื่นตะลึงได้จางหายไป  ทุกคนลุกขึ้นยืนอย่างพร้อมเพรียงกัน  เสียงปรบมือดังกึกก้องและยาวนานราวกับว่าไม่มีวันสิ้นสุด

                “พระเจ้า!  คุณทำได้ยังไงน่ะ”  วิคเตอร์เอ่ยขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตา

                “คุณไม่เคยเห็นตึกที่หนีไฟได้ใช่มั้ย  ผมมีชั้นอะไหล่สำรองไว้ชดเชยให้กับลูกค้าทุกชั้นที่ได้รับความเสียหายด้วยนะ” 

                เกลนน์หันไปกอดภรรยาของเขาแน่นแล้วอุ้มลูกชายสุดที่รักขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน  เขาหอมแก้มหนูน้อยอย่างมีความสุขที่สุดในวันนี้

                “นั่นไง  ตึกระฟ้าของลูก  มันเป็นตึกที่วิเศษที่สุดเลย  จริงมั้ยลูก”  @



แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31