พิมพ์หน้านี้
|
สายเลือดฮ่องอ้อ เมื่อสองสามวันที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปลงพื้นที่ดูวิถีชีวิตของชาวบ้านหมู่บ้าน ฮ่องอ้อ ซึ่งเป็นหมู่บ้านริมน้ำมูล มีวิถีชีวิตผูกพันกับน้ำมูล น้ำมูลเป็นเสมือนสายเลือดของตัวเอง
ชาวบ้านในหมู่บ้านฮ่องอ้อประกอบอาชีพประมงและทำนาเป็นหลัก ซึ่งในการทำนานั้นชาวบ้านจะทำนานอกฤดู หรือที่เรียกว่า นาปัง เพราะว่าในฤดูกาลทำนานั้นน้ำจะท่วม ไม่สามารถปลูกข้าวได้หรือปลูกไปแล้วก็ข้าวตาย ทำให้ชาวบ้านหันมาปลูกข้าวนอกฤดูแทน โดยการเอาน้ำจากน้ำมูลมาหล่อเลี้ยงข้าวให้เติบโตจนได้ผลผลิตออกมา
อาชีพประมงของชาวบ้านก็อาศัยแม่น้ำมูลเป็นแหล่งประกอบอาชีพ ซึ่งอาชีพนี้ก็เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่สำคัญ ช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตชาวฮ่องอ้อมาตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบัน นอกจากที่ชาวบ้านจะใช้น้ำมูลในการทำนาทำประมงแล้ว ชาวบ้านยังใช้น้ำมูลในการอุปโภคบริโภคอีกด้วย สายน้ำมูลยังเป็นเหมือนสนามเด็กเล่น ให้กับเด็กในหมู่บ้านได้เล่นกัน เป็นเพื่อนเมื่อยามเหงา เป็นที่พักผ่อนเมื่อยามร้อนและเมื่อยล้า
ที่กล่าวมาแสดงให้เห็นว่าชาวบ้านฮ่องอ้อมีความสัมพันธ์กับลำน้ำมูล เปรียบเสมือนน้ำมูลเป็นสายเลือดตัวเอง ซึ่งลองคิดดูว่า ถ้าเกิดวันหนึ่งน้ำมูลไม่เหมือนเดิม ชาวบ้านจะอยู่อย่างไร? เมื่อไปลงพื้นที่วันนั้นได้คุยกับชาวบ้าน พวกเขาบอกว่า ทุกมื้อนี้กะหาปลาบ่ค่อยได้ล่ะๆลูก เพราะว้ามันมีบริษัทมาดูดทราย ปลามันเลยขึ้นไปนำทรายเบิร์ด แลบางส่วนมันกะหนีไปอยู่ม่องใหม่ (ทุกวันนี้ก็หาปลาไม่ค่อยได้แล้ว เพราะว่ามีบริษัทมาสัมปทานทรายบริเวณบ้านฮ่องอ้อ จึงทำให้ปลาถูกดูดขึ้นไปกับทรายด้วย และปลาบางส่วนก็หนีไปอยู่ที่อื่น) จุดนี้จะเห็นได้ว่าชาวบ้านได้รับผลกระทบจากนโยบายสัมปทานทรายของภาครัฐ ตรงจุดนี้อยากให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ลองคิดดูสักนิดว่า คุ้มค่าแล้วหรือกับผลประโยชน์ที่ภาครัฐได้รับเมื่อเปรียบเทียบกับการสูญเสียของประชาชนซึ่งเป็นพลเมืองของชาติ บ้านฮ่องอ้อ ต.ท่าช้าง อ. สว่างวีระวงษ์ จังหวัดอุบลราชธานี
|
| มั่นใจ | ||
สวย |
||
|
View All |
||
| << | มีนาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | |||||