พิมพ์หน้านี้
|
ฟักทอง เป็นพืชที่จัดว่าเป็นผักอย่างหนึ่ง ทุกคนคงรู้จักและเคยบริโภคในรูปแบบต่างๆกันมาแล้วเพราะเราสามารถนำส่วนต่างๆของฟักทองมาบริโภคกันอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นยอดอ่อนเอามาต้มจิ้มน้ำพริก เนื้อที่มาจากผลฟักทองเอามาทำอาหารหวาน อาหารคาว และเป็นวัสดุในการแกะสลักแบบไทยๆที่สำคัญ ฟักทองนั้นมีประโยชน์ทางยาด้วย ความหลากหลายของประโยชน์ที่ได้จากฟักทองอาจพอกล่าวได้ดังนี้ 1 สารเบต้าแคโรทีนในฟักทองช่วยป้องกันโรคผิวหนัง ช่วยป้องกันมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะในผู้สูงอายุและบรรเทาอาการปวดเมื่อยของข้อเข่าและบั้นเอว 2 ช่วยบำรุงไต ตับ และสายตา รวมทั้งการป้องการอาการโรคเบาหวาน 3 ฟักทองให้พลังงานต่ำ ไขมันน้อย คาร์โบไฮเดรตในฟักทองช่วยบำบัดแผลในกระเพาะและลำไส้ส่วนบน คนที่เป็นโรคกระเพาะ การกินฟักทองนึ่งก็จะช่วยบรรเทาการปวดท้องได้ 4 บรรเทาอาการหอบหืดที่เกิดจากโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังในผู้สูงอายุ 5 เมล็ดฟักทองช่วยรักษาและลดอาการเกิดโรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ 6 น้ำมันที่สกัดจากเมล็ดมีรสหวานมัน ดื่มกินบำรุงประสาท วิธีกินที่เป็นยา 1 ฟักทอง ครึ่ง กก นึ่ง แล้วราดด้วยน้ำผึ้ง กินวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ติดต่อกัน 5-7 วัน จะช่วยบรรเทาอาการหอบหืดได้นาน 6 เดือน ถึง 2 ปี ผู้ที่มีอาการน้อยจะเห็นผลมากกว่าผู้ที่เป็นโรคเรื้อรัง( จะเห็นผลเร็ว ) 2 ต้มฟักทอง 250 กรัมกับน้ำสะอาด ดื่มกินเป็นน้ำแกง ช่วยรักษาเบาหวาน 3 ต้มดอกฟักทองกับตับหมู 120 กรัม กินรักษาโรคตาบอดกลางคืน 4 นำเนื้อในเมล็ดฟักทอง 120 กรัม คั่วแล้วบดเป็นผง ผสมน้ำอุ่น ดื่มครั้งละ 30 กรัม ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนมในสตรีหลังคลอด 5 กินเนื้อในเมล็ดฟักทองดิบปริมาณ 100 กรัม ติดต่อกัน 3 วันจะช่วยถ่ายพยาธิใส้เดือน 6 คั่วเมล็ดฟักทอง 150 กรัมให้สุก กินเนื้อในเพื่อขับพยาธิตัวตืด ข้อแนะนำเพิ่มเติม 1 ควรเลือกฟักทองพันธุ์ทีมีรสหวานและมีเนื้อละเอียด จะมีสรรพคุณทางยามาก 2 ผู้ที่มีอาการแน่นท้องและจุกเสียดท้องไม่ควรกิน 3 เมล็ดฟักทองคั่ว 1 ถ้วยตวงจะมีไขมัน 13 %อาจไม่เหมาะผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก อาจจะเพลินในการกินจนเสียการควบคุมน้ำหนัก 4 การกินฟักทองมากเกินไป จะทำให้ผิวเหลืองและแน่นท้อง คนโบราณจะเจียวกระเทียมกับเต้าเจี้ยวผัดกับฟักทอง จะช่วยลดการแน่นท้องได้ ที่มาของการนำเสนอเรื่องฟักทองที่มีสรรพคุณทางยานี้ก็เพราะว่ามีโอกาสได้อ่านหนังสือ มหัสจรรย์สมุนไพรจีนที่ เพื่อนได้รับ อภินันทนาการจาก หลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย ที่ผลิตโดย บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด ( มหาชน )ซึ่งต้องขอขอบคุณมา ณโอกาสนี้ด้วย เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ที่มาอ่านข้อความนี้ ในความเป็นจริงแล้วคนไทยเราก็กินฟักทองกันมาตั้งแต่โบราณกาล ทั้งคาวทั้งหวาน ถ้าสนใจเรื่องการกินฟักทอง ก็จะหาโอกาสนำมาเสนออีก
|
| << | กุมภาพันธ์ 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | |