• ต.อ.ที่รัก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : watana_ok@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-31
  • จำนวนเรื่อง : 78
  • จำนวนผู้ชม : 17895
  • จำนวนผู้โหวต : 130
  • ส่ง msg :
สิ่งที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้
ข้อมูลการเรียนรู้นอกตำรา
Permalink : http://www.oknation.net/blog/watanatu
วันจันทร์ ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2551
สรรพคุณทางยา ของฟักทอง
Posted by ต.อ.ที่รัก , ผู้อ่าน : 180 , 20:27:49 น.  
พิมพ์หน้านี้


                         ฟักทอง  

                      เป็นพืชที่จัดว่าเป็นผักอย่างหนึ่ง ทุกคนคงรู้จักและเคยบริโภคในรูปแบบต่างๆกันมาแล้วเพราะเราสามารถนำส่วนต่างๆของฟักทองมาบริโภคกันอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นยอดอ่อนเอามาต้มจิ้มน้ำพริก เนื้อที่มาจากผลฟักทองเอามาทำอาหารหวาน อาหารคาว  และเป็นวัสดุในการแกะสลักแบบไทยๆที่สำคัญ ฟักทองนั้นมีประโยชน์ทางยาด้วย

                        ความหลากหลายของประโยชน์ที่ได้จากฟักทองอาจพอกล่าวได้ดังนี้

                       1 สารเบต้าแคโรทีนในฟักทองช่วยป้องกันโรคผิวหนัง ช่วยป้องกันมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะในผู้สูงอายุและบรรเทาอาการปวดเมื่อยของข้อเข่าและบั้นเอว

                       2 ช่วยบำรุงไต ตับ และสายตา รวมทั้งการป้องการอาการโรคเบาหวาน

                       3 ฟักทองให้พลังงานต่ำ ไขมันน้อย คาร์โบไฮเดรตในฟักทองช่วยบำบัดแผลในกระเพาะและลำไส้ส่วนบน คนที่เป็นโรคกระเพาะ การกินฟักทองนึ่งก็จะช่วยบรรเทาการปวดท้องได้

                       4 บรรเทาอาการหอบหืดที่เกิดจากโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังในผู้สูงอายุ

                       5 เมล็ดฟักทองช่วยรักษาและลดอาการเกิดโรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ

                       6 น้ำมันที่สกัดจากเมล็ดมีรสหวานมัน ดื่มกินบำรุงประสาท

                    วิธีกินที่เป็นยา 

                       1 ฟักทอง ครึ่ง กก นึ่ง แล้วราดด้วยน้ำผึ้ง กินวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ติดต่อกัน 5-7 วัน จะช่วยบรรเทาอาการหอบหืดได้นาน 6 เดือน ถึง 2 ปี ผู้ที่มีอาการน้อยจะเห็นผลมากกว่าผู้ที่เป็นโรคเรื้อรัง( จะเห็นผลเร็ว )

                       2 ต้มฟักทอง 250 กรัมกับน้ำสะอาด ดื่มกินเป็นน้ำแกง ช่วยรักษาเบาหวาน

                       3 ต้มดอกฟักทองกับตับหมู 120 กรัม กินรักษาโรคตาบอดกลางคืน

                       4 นำเนื้อในเมล็ดฟักทอง 120 กรัม คั่วแล้วบดเป็นผง ผสมน้ำอุ่น ดื่มครั้งละ 30 กรัม ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนมในสตรีหลังคลอด

                       5 กินเนื้อในเมล็ดฟักทองดิบปริมาณ 100 กรัม ติดต่อกัน 3 วันจะช่วยถ่ายพยาธิใส้เดือน

                       6 คั่วเมล็ดฟักทอง 150 กรัมให้สุก กินเนื้อในเพื่อขับพยาธิตัวตืด

                      ข้อแนะนำเพิ่มเติม

                       1 ควรเลือกฟักทองพันธุ์ทีมีรสหวานและมีเนื้อละเอียด จะมีสรรพคุณทางยามาก

                       2 ผู้ที่มีอาการแน่นท้องและจุกเสียดท้องไม่ควรกิน

                       3 เมล็ดฟักทองคั่ว 1 ถ้วยตวงจะมีไขมัน 13 %อาจไม่เหมาะผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก อาจจะเพลินในการกินจนเสียการควบคุมน้ำหนัก

                       4 การกินฟักทองมากเกินไป จะทำให้ผิวเหลืองและแน่นท้อง คนโบราณจะเจียวกระเทียมกับเต้าเจี้ยวผัดกับฟักทอง จะช่วยลดการแน่นท้องได้

                       ที่มาของการนำเสนอเรื่องฟักทองที่มีสรรพคุณทางยานี้ก็เพราะว่ามีโอกาสได้อ่านหนังสือ มหัสจรรย์สมุนไพรจีนที่ เพื่อนได้รับ อภินันทนาการจาก หลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย ที่ผลิตโดย บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด ( มหาชน )ซึ่งต้องขอขอบคุณมา ณโอกาสนี้ด้วย เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ที่มาอ่านข้อความนี้

                       ในความเป็นจริงแล้วคนไทยเราก็กินฟักทองกันมาตั้งแต่โบราณกาล   ทั้งคาวทั้งหวาน ถ้าสนใจเรื่องการกินฟักทอง ก็จะหาโอกาสนำมาเสนออีก

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
GUSTO วันที่ : 27/02/2008 เวลา : 23.51 น.
http://www.oknation.net/blog/gusto

ขอบคุณครับ ได้ความรู้เพิ่ม จะได้เอาไปประยุกต์กับขนม
ความคิดเห็นที่ 2
ไทอุบล วันที่ : 26/02/2008 เวลา : 17.00 น.
http://www.oknation.net/blog/sasicha

ขอบคุณที่บอกเล่านะคะ

แม้ไม่ค่อยชอบ...ก็จะพยายามทานค่ะ

ประโยชน์ล้วนๆ
ความคิดเห็นที่ 1
i_am_ferny วันที่ : 25/02/2008 เวลา : 22.18 น.
http://www.oknation.net/blog/happy-ferny
Oh my GoD!!!  เพิ่งรู้นะเนี่ย...

ขอบคุณนะคะสำหรับความรู้

ชอบทานฟังทองตั้งแต่เด็กๆ แล้ว

เพิ่งรู้เหมือนกันว่ามีประโยชน์ขนาดนี้

ต้องหินมากๆ ซะแล้ว
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน