พิมพ์หน้านี้
|
กรุงเทพมหานคร...เป็นชื่อเมืองหลวงที่เราคุ้นเคยกันดี เป็นเมืองที่มีความหนาแน่นของประชากร มาก อยู่ในลำดับต้นๆ ของมหานครอื่นๆของโลก ทุกวันนี้ผู้คน อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานอย่างถาวร และชั่วคราวกันมากมาย หลายคนที่อยู่ต่างจังหวัด ก็มีความฝัน ที่จะเข้ามาอยู่ในเมืองนี้กันทั้งสิ้น เพราะเป็นเมืองหลวงของไทย หรือคิดว่าเป็นเมืองสวรรค์ตามชื่อ เป็นเมืองที่เจริญ เป็นเมืองที่สะดวกสบาย โอฬารตระการตา ก็แล้วแต่จะนึกคิดกันไป ภาพจำลองตึกใบหยก 2 ตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทย เปิดใช้ ปี 2541 จนปัจจุบัน http://www.taklong.com/pictpost/s-pi.php?No=63271 http://www.auramsiam.com/panteethai/show_place.asp?pid=1303 ปัจจัยที่เป็นแรงจูงใจให้คนในต่างจังหวัดย้ายถิ่นเข้า กรุงเทพฯก็คือ 1 การหางานทำ เป็นแหล่งที่ทำรายได้เลี้ยงชีพ 2 การเข้ามาศึกษาต่อ 3 เข้ามาหาความศิวิไล แหล่งรายได้ เป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้ประชากร อพยพมาเพื่อการนี้เป็นจำนวนมาก นับวันจะมากขึ้นเรื่อยๆ แหล่งทำกินในชนบทนับวันจะน้อยลง ส่วนหนึ่งของการเป็นหนีสิ้น ที่มาจากหลายสาเหตุ เช่นการทำเกษตรกรรม ต้องกู้หนี้ มาเป็นค่าดำเนินการ แล้วผลผลิตราคาตกต่ำ การพนัน การส่งเสียให้ลูกเรียน คนไม่มีเงินต้องเอาที่ทาง ไปขาย ไปจำนอง บางที่ไม่สามารถไถ่ถอนคืน อาจถูกนายทุนยึดไปก็มี การที่ไม่รู้จักพอเพียง ติดยึดกับวัตถุ ความมีหน้ามีตาของสังคม ใช้จ่ายฟุ้มเฟือยใช้ของแพงเกินตัว นองจากนี้ปัจจัยที่มาจากทางธรรมชาติ ขาดน้ำ ที่ดินแห้งแล้ง ไม่สามารถทำกิน ปลูกพืชได้ การทิ้งบ้านเข้าเมือง โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครจึงเกิดขึ้น เพื่อต้องการมาหารายได้ ส่งกลับไปเลี้ยงครอบครัวที่ยังรออยู่ ดังนั้นสถานีรถไฟ สถานีรถ บขส ก็จะมีผู้คนเข้าออกมากมาย อาชีพที่สุดยอดนิยมที่เห็นก็มี 1 ขับรถแท๊กซี่ เท่าที่สอบถามแล้ว ส่วนใหญ่ เป็นชาวจังหวัด ร้อยเอ็ด จะมีจังหวัดอื่นบ้างคงไม่มาก คงจะเป็นการบอกต่อๆกัน 2 อาชีพขายสลากกินแบ่ง หรือ หวย นั่นแหละ สอบถามดู จะเป็นชาวจังหวัดเลย กันมากทีเดียว นี่เป็นตัวอย่าง บางอาชีพ คนไทยอาจจะต้องแข่งกับแรงงานต่างชาติก็มีแล้ว 3 อาชีพของแผ่นซีดี ดีวีดี ที่บ้านหม้อ และพันธ์ทิพ ที่เห็นเป็นวัยรุ่นพูดสำเนียงใต้กันเป็นส่วนใหญ่ คงจะมีอีกมากอาชีพที่คนต่างจังหวัดที่อพยพเข้ามาใช้พื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นแหล่งหารายได้ การที่กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงของประเทศ สถานศึกษา ทุกระดับจึงมีมาก ผู้ปกครอง และเยาวชนวัยศึกษาทั้งหลาย ก็หาโอกาสเข้ามาเพื่อการศึกษาและโอกาสที่ดี บางคนเรียนไปและอาจมีอาชีพหายรายได้ไปในช่วงที่เรียนก็มีมาก จะเห็นว่าหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นแหล่งที่มีหอพัก และเป็นที่อยู่ของเยาวชนภาคใต้จำนวนมาก โอกาสของเด็กที่อยู่ใน กรุงเทพมหานครย่อมได้เปรียบเด็กต่างจังหวัด เหตุผลคือเอกสาร ตำรา แหล่งความรู้สถาบันการศึกษามีให้เลือกมากมาย ในส่วนของความเจริญของเมืองแห่งนี้ เป็นแรงจูงใจให้มีผู้คนเข้ามาอยู่กันมากก็อาจเป็นเหตุผลหนึ่งก็เป็นได้ หลายคนเห็นว่ามีความสะดวกสบายในการเดินทาง อยากมีชีวิตแบบคนในเมืองก็เป็นได้ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ คงเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่คนอพยพเข้าเมืองหลวงแห่งนี้ ซึ่งจะเป็นสุข หรือจะเป็นทุกข์ กับคนเหล่านี้ ก็ขึ้นอยู่กับว่าเค้าเหล่านั้นจะไปพบเจออะไรกันบ้าง ประการที่ 1 เรื่องที่อยู่อาศัย นับว่าเป็นเรื่องจำเป็นของมนุษย์มาก เพราะใช้เป็นที่คุ้มแดด คุ้มฝน กันร้อน กันหนาว และทำให้มีความปลอดภัยในการดำรงชีวิต คนมีฐานะก็สามารถจะเลือกบ้านอยู่ได้ แต่สำหรับคนอีกไม่น้อยที่ต้องนอนพักในสถานที่เปิดโล่ง ใต้สะพาน ในชุมชนแออัด สำหรับผู้ที่อยู่ในฐานะชั่วคราว มาศึกษา มาทำงาน ก็ต้องพยายามหาที่อยู่ที่พอมีกำลังจ่ายค่าเช่า บางแห่งไม่มีหน้าต่างให้ลมเข้าเลย ราคาแพง ไม่สมกับสภาพก็มี บางคนต้องไปหาที่พักที่ไกลจากที่เรียน ที่ทำงาน เพื่อผลของค่าเช่าต่ำลง แต่ก็ต้องจ่ายค่าเดินทาง ซึ่งแพงขึ้นเท่าที่เราทราบกันอยู่ทุกวันนี้ เพราะผลของราคาน้ำมันที่สูงมาก ดังนั้นเวลาการเดินทางก็ต้องใช้จ่ายมากขึ้น ร่างกายก็ต้องพักผ่อนน้อยลง การเจ็บป่วยอาจเกิดขึ้นได้ เพราะร่างกายอ่อนแอ ประการที่ 2 สภาพการจราจร นับวันจะรุนแรงมากขึ้น แม้ว่าเราจะมีรถไฟบนดิน ลอยฟ้า ใต้ดิน รวมทั้งการขุดอุโมงลอดถนนบางสายแล้วก็ตาม ก็ไม่สามารถหยุดยั้ง ปริมาณการใช้รถบนท้องถนนได้เลย ผู้คนมาก ความต้องการ การเดินทางย่อมมีมากตาม ระบบขนส่งสาธารณะไม่สามารถตอบสนองได้ดี การซื้อรถของผู้คนจึงเกิดขึ้น เพราะต้องการความสะดวกสบาย อีกทั้งผู้จำหน่ายก็มีระบบผ่อนส่ง ที่ให้เครดิต ผู้ต้องการซื้อด้วยเงื่อนไขที่น่าสนใจเข้าไปด้วย เมืองไทยจึงมีรถมากอย่างนี้ การติดขัดจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผลคือการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงในขณะที่มีการใช้ถนนจึงมีมาก คนใช้รถก็ต้องเอาเงินส่วนหนึ่งมาเป็นค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ค่อนข้างมากทีเดียว ประการที่ 3 เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ภาวะเงินเฟ้อ สูง รายได้ ต่ำ ค่าครองชีพสูง ภาวะข้าวยากหมากแพง มันเกิดขึ้นแล้ว สำหรับคนไทยยุกนี้ ค่าใช้จ่ายสำหรับคนที่มีรายได้ต่ำ ที่ บ้านต้องเช่า ข้าวต้องซื้อ มีลูกหลายคนที่กำลังเรียน ค่าน้ำค่าไฟ ค่ากิน ค่ารักษาพยาบาล ค่าเดินทาง ค่าภาษีสังคม ฯลฯ จึงทำให้คนบางส่วนที่รายได้น้อย ต้องกู้หนี้ยืมสิน เค้ามา เพื่อแก้ปัญหาประจำวันก็มีมากมาย บางคนชีวิตนี้ทำงานเพื่อใช้หนี้ อย่างเดียวก็มี บางคนอาจทนไม่ได้อาจ ฆ่าตัวตาย ขายตัว ลักขโมย ค่ายาบ้า สารพัดปัญหาที่จะเกิดขึ้น นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ปัญหานี้ เมืองใหญ่ที่มีคนอยู่แออัด และมีความแตกต่าง ทางสังคมเรื่องรายได้ ก็จะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดปัญหานี้ได้ ประการที่ 4 อาชญากรรม ทุกๆด้าน ตั้งแต่ลักเล็กขโมยน้อยไปถึงการจี้ ปล้น การลักพาตัว เพื่อเรียกค่าไถ่ ในภาวะเช่นนี้ เมืองหลวงของเรา จะอยู่ในอันตรายได้ทุกเมื่อ ทุกที่ในเมือง ทุกคนต้องรู้จักป้องกันตนเอง ไม่ไปอยู่ในที่เหมาะหรือเป็นจุดอ่อนที่คนร้ายจะกระทำการได้ ประการที่ 5 การเอารัดเอาเปรียบกันทางสังคม บุคคลที่มีโอกาสดีกว่าอาจจะเอาเปรียบคนด้อยโอกาสกว่า เช่นการหลอกคนเข้ามาทำงานแล้วเก็บค่านายหน้า การค้ามนุษย์ในลักษณะต่างๆ การใช้แรงงานเด็ก การล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิง เด็กชาย หรือผู้หญิงสาว โดยเอาความด้อยทางการเงินมาเป็นเงื่อนไข ประการที่ 6 วัฒนธรรม และสังคม ตกต่ำ เด็กเร่ร่อน คนติดยาเสพติด แหล่งมั่วสุมอบายมุขเกิดขึ้นมาก นักเรียน หรือเยาวชนมีเพศสัมพันธุ์ กันอายุน้อยลง ปัญหาการทำแท้ง การหย่าร้าง
แหล่งพบปะของวัยรุ่นในอดีต บริเวณสยามสแคว์ http://webboard.mthai.com/52/2007-12-14/360500.html http://news.sanook.com/social/social_223852.php ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ต้องถามว่า กรุงเทพมหานครของไทยเรายังเป็นเมืองแห่งความสุขคนคนบางคนอยู่อีกหรือเปล่า หรือจะเป็นเมืองแห่งความทุกข์สำหรับคนบางคนถูกต้องหรือไม่ สำหรับผู้เขียนเองแล้วเป็นคนที่เกิดในเมืองแห่งนี้โดยกำเนิด ไม่ได้เป็นคนที่เคยย้ายถิ่นฐาน ก็ขอตอบว่า มีทั้งทุกข์และสุข เป็นบางเวลา เป็นบางโอกาส ที่สำคัญตนเองมีความสุขที่เป็นบ้านเกิดของตนเอง มีบ้านอยู่คุ้มแดดคุ้มฝน มีความปลอดภัย พอมีที่บ้างที่จะปลูกผักสวนครัว เอาไว้กินเอง มีอาชีพที่มั่นคง มีความเป็นอยู่อย่างพอเพียงไม่เดือดร้อน ไม่ต้องเดินทางกลับบ้านเวลามีเทศการวันหยุด เช่นปีใหม่ สงกรานต์ วันเข้าพรรษา อะไรประมาณนี้ แต่จะมีทุกข์บ้าง ก็เวลาเดินทางไปทำงาน ราว 32 กิโลเมตร แต่ก็ปรับตัวโดยการตื่นเช้ามืด ออกเดินทางเร็วสักหน่อย ก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะปรับตัวได้ ผู้ที่มาอยู่ใหม่แบบย้ายถิ่น จะเป็นแบบถาวร หรือชั่วคราว ก็คงต้องทำใจสักหน่อยที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมให้ได้ ต้องใช้ชีวิตให้ระมัดระวัง แต่หากท่านสามารถกลับบ้านเดิดของท่านได้ ไปอยู่ที่นั่น พัฒนาที่นั่น ก็จะเป็นการดี ที่ขึ้นชื่อว่า ท่านเป็นคนไม่ทิ้งถิ่นเกิด ท่านเป็นส่วนหนึ่งของคนที่รักษ์บ้านเกิด ความสุขจะเกิด ไม่ต้องแย่งกันอยู่ ไม่ต้องแย่งกันใช้ถนน มิตรภาพ ความสัมพันธ์ของคนในชุมชนก็จะมีมาก กว่าคนในเมืองแน่นอน |
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |