• วัชรากร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-03-23
  • จำนวนเรื่อง : 58
  • จำนวนผู้ชม : 32370
  • จำนวนผู้โหวต : 170
  • ส่ง msg :
<< มิถุนายน 2007 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



วันพุธ ที่ 20 มิถุนายน 2550
ฆ่าเมีย.....เอาประกัน
Posted by วัชรากร , ผู้อ่าน : 614 , 12:26:38 น.   | หมวดหมู่ : คดีอาญา  
พิมพ์หน้านี้


พอดีเห็นกรมธรรม์ประกันชีวิตเลยนึกถึงคดีความเกี่ยวกับการทำประกันชีวิตขึ้นมา หลายคนคงพอจำกันได้นะคะที่มีเสี่ยคนหนึ่งตัดนิ้วตัวเองแล้วไปเรียกร้องเงินกับบริษัทประกันภัยตั้ง 30 กว่าแห่ง ไม่เพียงเท่านั้น ในต่างประเทศก็มีคนบอกว่ารถไฟทับต้องตัดขา2ข้าง แล้วมาเรียกร้องเอาเงินประกันจำนวนมหาศาล ก็อย่างว่าแหละเงินทองไม่เข้าใครออกใครจริงๆ ดูสิขนาดตัวเองยังกล้าตัดนิ้ว ตัดขาได้เลย แล้วถ้าเป็นคนอื่น...ก็ไม่ต้องคิดเลย และนี่เป็นตัวอย่างหนึ่งในหลายคดีที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการฆ่าคนเอาประกัน ที่สามีวางแผนฆ่าภรรยา เพื่อเอาเงินประกัน

                   

พนักงานขายประกัน  : เรามีประกันหลายรูปแบบนะคะ ทั้งประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ หรือแม้แต่ประกันสุขภาพก็มีนะคะ

ศักดิ์ชาย : ผมขอคิดดูก่อน มีเบอร์ติดต่อไหนครับ ถ้าตัดสินใจอย่างไรแล้วจะติดต่อกลับไป

จากนั้นศักดิ์ชาย ก็คิดถึงว่าทำแอย่างไรถึงจะได้ผลประโยชน์จำนวนมากจากกรมธรรม์ประกันชีวิต จึงได้ติดต่อไปที่ตัวแทนขายประกันอีกครั้ง เพื่อทำประกันชีวิตให้กับภรรยาตน  และระบุชื่อตัวเองเป็นผู้รับผลประโยชน์   โดยที่ นายศักดิ์ชาย ไม่ได้ให้ภรรยาลงชื่อในคำขอเอาประกัน แต่ใช้วิธีปลอมลายมือชื่อของภรรยา

ศักดิ์ชาย : ภรรยาผมจะทำประกันชีวิตครับ เขาฝากเอกสารมาให้ ตรวจดูนะครับว่าถูกต้องครบถ้วนไหม? 

พนักงานขายประกัน : ครบถ้วนค่ะ แล้วจะส่งกรมธรรม์ มาให้นะคะ

จากนั้นนายศักดิ์ชาย ได้สร้างสถานการณ์ขึ้นเพื่อทำให้ดูประหนึ่งว่า ภรรยาของตนตายโดยอุบัติเหตุไฟฟ้าลัดวงจร เพื่อที่นายศักดิ์ชาย จะสามารถรับเงินประกันชีวิตได้ และแล้วนายศักดิ์ชายได้แจ้งบริษัทประกันในวันรุ่งขึ้นหลังจากที่ได้ฆ่าภรรยาแล้ว

ต่อมาคดีของนายศักดิ์ชายได้ขึ้นสู่ศาล ซึ่งศาลได้พิพากษาว่า

พฤติการณ์ของนายศักดิ์ชายแสดงว่า นายศักดิ์ชายมีแผนมาตั้งแต่แรกที่จะฆ่าภรรยาเพื่อหวังเอาเงินประกันชีวิต ถือได้ว่านายศักดิ์ชายฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 กระทงหนึ่ง และ มาตรา 268 เฉพาะที่เกี่ยวกับมาตรา 264 (ใช้เอกสารปลอม)  อีกกระทงหนึ่ง  ลงโทษตามมาตรา 289 ซึ่งเป็นกระทงหนักที่สุด

แต่อย่างไรก็ตามในสัญญาหรือกรมธรรม์มักจะเขียนข้อยกเว้นความรับผิดของบริษัทผู้รับประกันชีวิตในกรณีที่ผู้เอาประกันชีวิตถูกฆาตกรรมเอาไว้.......เพราะฉะนั้นก่อนลงมือทำผิดละก็ นอกจากจะไม่ได้เงินแล้วยังต้องติดคุกอีกต่างหากนะจะบอกให้

                                 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 35
Monkey วันที่ : 25/06/2007 เวลา : 10.49 น.
http://www.oknation.net/blog/monkey
จงคำนึงถึงการมีชีวิตให้กว้างขว้าง มากกว่าการมีชีวิตให้ยืนยาว

ค่าความรัก คือ การฆ่าคนที่รัก เรื่องมันเศร้าจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 34
ชุติภัทร์ วันที่ : 25/06/2007 เวลา : 10.41 น.
http://www.oknation.net/blog/way1
อย่าเพิ่งตัดสินฉัน จากสิ่งที่คุณอ่าน จนกว่าคุณจะได้รู้จักตัวจริงของฉัน

มา tag โดน tag จ้า
http://www.oknation.net/blog/way1/2007/06/25/entry-1
ความคิดเห็นที่ 33
แม่สีไฟ วันที่ : 25/06/2007 เวลา : 10.12 น.
http://www.oknation.net/blog/ting


ดู ๆ ไป ความรักความศรัทธาต่อกันมีค่าน้อยกว่าเงินเอาประกันเยอะเลย...น่ากลัว...น่ากลัว....


โปร่งใสที่สุด คือต้องเป็นดาราในหัวใจตำรวจ ทหาร ใช่มั๊ยคะ!?
ความคิดเห็นที่ 32
fanggg วันที่ : 24/06/2007 เวลา : 21.14 น.
http://www.oknation.net/blog/fanggg

มาทักทายค่ะ
ความคิดเห็นที่ 31
adisonarch วันที่ : 24/06/2007 เวลา : 00.46 น.
http://www.oknation.net/blog/adisonarch

เอ่อ พี่ ผมส่งเมสเสจไป เรื่องเต๋านะครับ ไม่แน่ใจว่าถึงป่าว(คือไม่แน่ใจ กลัวส่งไปผิด) เอาเป็นว่า ผมยินดี ยินดีมากๆ ช่วยชี้แนะด้วยนะครับ
ความคิดเห็นที่ 30
รอยยิ้มจางๆ วันที่ : 23/06/2007 เวลา : 16.46 น.
http://www.oknation.net/blog/wana22
บ้าน ของ หัวใจ

อำนาจของเงินตรา
นี่แหละหนา
.........................
มาเยี่ยมค่ะ
ขอบคุณนะค่ะที่ไปบ้านหวาน
ความคิดเห็นที่ 29
ก.ปั้นมณี วันที่ : 23/06/2007 เวลา : 14.48 น.
http://www.oknation.net/blog/aodphoto


นี่ละมั้ง..ที่คนมักจะพูดกันว่า"เงินทองมันไม่เข้าใครออกใคร" แต่แหม..มันคิดทำได้ยังไงนะ..จิตใจโหดร้ายเกินมนุษย์...แวะมาเยี่ยม..ชวนไปดูช้างครับ..บาย
ความคิดเห็นที่ 28
มิตรภาพงดงามเสมอ วันที่ : 23/06/2007 เวลา : 06.14 น.
http://www.oknation.net/blog/jenny

เป็นเรื่องราวที่ให้แง่คิดดีค่ะ .... เงินสำคัญตริง แต่ไม่ใช่ด้วยวิธีการแบบนี้ ....... เนอะคะ
ความคิดเห็นที่ 27
downrai วันที่ : 22/06/2007 เวลา : 21.18 น.
http://www.oknation.net/blog/mydiary

ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดีครับ เกิดคดีพวกนี้บ่อยๆ เมื่อวานเห็นข่าวยายฆ่าหลานหวังเงินประกันอีก เอ้อ ฆ่าคนนี่มันง่ายดีแท้..
ความคิดเห็นที่ 26
รุสสกี้ วันที่ : 22/06/2007 เวลา : 20.15 น.
http://www.oknation.net/blog/russky
ด้วยจิตคารวะ

ทำไมเงินมันช่างมีอิทธิพลกับคนเรามากขนาดนี้นะ ทั้งๆที่ได้มาแล้วก็หาความสุขอะไรไม่ได้เป็นกอบเป็นกำ บางคนนิ้วก็ด้วน ขาด้วน บางคนต้องเป็นฆาตกร ตกนรกทั้งชาตินี้ชาติหน้า ต้องนอนผวาอยู่บนกองเงินว่าเมื่อไหร่ตำรวจจะมาจับ
ความคิดเห็นที่ 25
นายสิบหมื่น วันที่ : 22/06/2007 เวลา : 17.26 น.
http://www.oknation.net/blog/namsean
ลูกอีสาน...@ OK Nature  Save Nature Save Life

เออหนอใจคน น่ากลัวชะมัด
ความคิดเห็นที่ 24
ร.วัชรากร วันที่ : 22/06/2007 เวลา : 16.44 น.
http://www.oknation.net/blog/watcharakorn

อ๋อ! เหรอคะ ที่ว่า AIA เสนอขายประกันให้กับตำรวจทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เห็นตอนแรกบอกบริษัทประกันไม่ยอมรับ รัฐบาลเลยให้การช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้ผลกระทบฯ จากงบประมาณรายจ่าย งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินฯ ถ้าบริษัทประกันเสนอขายประกันกรณีนี้แล้วก็ดีนะคะ เพราะมีหลายหน่วยงานอยากทำประกันให้กับเจ้าหน้าที่ของตัวเอง เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจอยู่ในตอนนี้ค่ะ...เขาว่าประกันเอื้ออาธรก็รับจริงหรือเปล่า
ความคิดเห็นที่ 23
ปรัตยา วันที่ : 21/06/2007 เวลา : 20.10 น.
http://www.oknation.net/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

เพิ่มเติมอีกนิดหน่อย

ว่าแม้กระทั่งในภาวะสงคราม กรมธรรม์บางประเภทก็ให้ความคุ้มครองทหารที่ออกรบ คือถ้าถูกข้าศึกยิงตาย ถูกกับระเบิดตาย ก็ได้เงินประกัน ถ้าจำไม่ผิด AIA ก็เสนอขายประกันให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารที่ไปปฏิบัติงานในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยเช่นกัน โดยให้ความคุ้มครองกรณีตายในขณะปฏิบัติหน้าที่เอาไว้ด้วย

ปกติแล้วกรมธรรม์ทั่วไปจะเว้นความคุ้มครอง ในกรณีภัยพิบัติจากธรรมชาติ หรือภัยอันเนื่องมาจากสงครามเอาไว้ แต่ก็มีกรมธรรม์พิเศษสำหรับเรื่องพวกนี้เอาไว้โดยเฉพาะครับ เรียกได้ว่าอยากประกันอะไร เค้ามีขายให้หมดแหละน่า แต่ต้องเข้าเคสด้วย อย่างกรมธรรม์สงครามเนี่ยเค้าก็ไม่ขายให้กับบุคคลทั่วไป

พูดถึงกรมธรรม์สำหรับทหารที่ไปปฏิบัติหน้าที่ในการรบ มีเรื่องตลก แต่เป็นเรื่องจริง ของทหารไทยที่ไปรบในลาว (สงครามที่ไม่ได้ประกาศ) เมื่อครั้งยุคสงครามเวียดนาม - ต่อเนื่องสงครามกลางเมืองของลาว บรรดาเสือพรานของไทยที่ข้ามไปรบ ก็ได้รับการชักชวนให้ทำประกันชีวิต ส่วนใหญ่จะทำเพราะอเมริกันจ่ายเบี้ยประกันให้ฟรี แต่ไม่เข้าใจอะไรมากนัก พอถึงช่องผู้รับผลประโยชน์ ไม่รู้จะใส่ชื่อใคร หลายคนระบุ "สมบัติ เมทะนี" ไม่ก็ "อรัญญา งามวงค์" ผมคิดว่า สองคนนี้ก็คงได้ไปหลายเงินอยู่ เพราะตายกันเป็นเบือ จริงเท็จอย่างไร ใครสนิทชิดเชื้อดาราใหญ่ทั้งสองท่านก็ลองถามดูนะครับว่าได้ไปเท่าไหร่

ความคิดเห็นที่ 22
ปรัตยา วันที่ : 21/06/2007 เวลา : 19.40 น.
http://www.oknation.net/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

กรมธรรม์ส่วนใหญ่คุ้มครองกรณีถูกฆาตกรรมนะครับ กรมธรรม์ส่วนใหญ่จะไม่รับรองกรณีอัตวิบากกรรม ในยุคแรก ๆ ก็ให้ความคุ้มครองเพราะคิดว่าไม่มีใครไม่รักชีวิต แต่มันก็มีจริง ๆ และมีเยอะ จนตอนหลังต้องยกเลิกการคุ้มครองส่วนอัตวิบากกรรม เพราะหลายคนยอมตายเพื่อให้คนที่เป็นที่รักได้เงินประกัน

ส่วนกรณีฆาตกรรมนั้น ผู้เอาประกันจะได้เงินช้า บริษัทประกันจะไม่จ่ายเงินทันที แต่จะรอจนกว่าคดีสิ้นสุดเสียก่อนจึงจะยอมจ่ายเงิน ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะเหตุฆาตกรรมหวังเงินประกันนี่แหละ เคสนี้ไม่ใช่เคสแรก บางรายไม่ได้ใช้เอกสารปลอม ใช้เอกสารจริง ลายเซ็นต์จริงกันเลย โดยอาศัยวิธีชักจูงเอา จากนั้นก็ไปว่าจ้างมือปืนมาฆาตกรรม ถ้าตำรวจ หรือบริษัทประกัน พิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นการฆ่าเอาเงินประกัน พอคดีสิ้นสุด ก็ได้เงินไปแต่นานมากกว่าคดีจะสิ้นสุด

ดังนั้นคนจะฆ่าสามี ฆ่าภรรยา เพื่อหวังเงินประกันจะทำประกันในวงเงินที่สูงมาก (เพราะต้องรอนาน กว่าจะได้เงิน) และมักไม่รอให้พ้นปีหลังจากจ่ายเบี้ยประกัน ก็จะลงมือฆาตกรรม เพราะเนื่องจากเอาประกันในวงเงินสูงค่าเบี้ยประกันก็จะสูงตามไปด้วย คดีในลักษณะที่ผู้เอาประกันตายอย่างรวดเร็วหลังจากจ่ายเบี้ยประกันงวด สองงวด ไม่ว่าจะถูกฆาตกรรม หรือประสบอุบัติเหตุตาย บริษัทประกันจะสันนิฐานในทางลบไว้ก่อนในทันที บ่อยครั้งที่กลายเป็นว่า บริษัทประกันนำสืบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ จนจับตัวคนร้ายตัวจริงได้ บริษัทประกันหนะไม่โง่หรอก เค้าต้องปกป้องผลประโยชน์ของเขาเช่นกัน

อ่า ...

Case closed.
ความคิดเห็นที่ 21
oho วันที่ : 21/06/2007 เวลา : 12.42 น.
http://www.oknation.net/blog/ooh

เงินนำมาซึ่งความโลภ
ความคิดเห็นที่ 20
auguzzy วันที่ : 21/06/2007 เวลา : 12.14 น.
http://www.oknation.net/blog/raterko
A man can be destroyed but not defeated.

รับทราบข้อมูล และจะปรับปรุงให้เนียนครับ
ความคิดเห็นที่ 19
patijjachon วันที่ : 21/06/2007 เวลา : 11.11 น.
http://www.oknation.net/blog/patijjachon
ปฏิจจชน ... คนที่ยังเป็นหนี้แผ่นดิน

คิดได้ไงเนี่ย ... ชั่วจริง ๆ
ความคิดเห็นที่ 18
ชุติภัทร์ วันที่ : 21/06/2007 เวลา : 10.10 น.
http://www.oknation.net/blog/way1
อย่าเพิ่งตัดสินฉัน จากสิ่งที่คุณอ่าน จนกว่าคุณจะได้รู้จักตัวจริงของฉัน

ดีนะ...ที่ไม่ยอมให้เขาทำประกันชีวิตให้
ไม่อย่างนั้น...
ล้อเล่น...ถึงจะไม่หวานกันแล้ว
แต่ความผูกพันธ์ยังมี
เขายังดีและไม่ดี สลับกันไป แบบเดียวกับเรานั่นแหละ
ความคิดเห็นที่ 17
เจ้าอารมณ์ วันที่ : 21/06/2007 เวลา : 09.28 น.
http://www.oknation.net/blog/pimeiei
....ถึงจะเจ้าอารมณ์....แต่ก็ไม่เคยคิดทำร้ายใคร ......


เพราะเงินตัวเดียวแท้ ๆ มันมีความสุขตรงไหนนะเนี่ย
กับเงินที่ได้มาจากการคดโกง เงินที่ได้มาจากการทำ
ร้ายผู้อื่น
.....................................
แวะมาทักทายมาชวนไปฟังเสียงเล็ก ๆ กันค่ะ
http://www.oknation.net/blog/pimeiei/2007/06/20/entry-1
ความคิดเห็นที่ 16
ร.วัชรากร วันที่ : 21/06/2007 เวลา : 09.01 น.
http://www.oknation.net/blog/watcharakorn

อย่างที่ ท่านอมรว่าแหละค่ะ หากจิตใจชั่วร้ายก็สามารถทำได้ทุกอย่าง แล้วการที่เราจะรู้ว่าใครคิดอย่างไรนั้นมันก็ยากอย่างที่ คุณ azelia บอกด้วยสิ...แล้วจะทำยังไงดีป้องกันลำบากจริงๆ
ความคิดเห็นที่ 15
Freedomheart วันที่ : 21/06/2007 เวลา : 03.54 น.
http://www.oknation.net/blog/Freedomheart

....ฉันเปล่าเปลี่ยว...ไม่มีใครให้ฆ่า........
ความคิดเห็นที่ 14
get_away วันที่ : 20/06/2007 เวลา : 22.26 น.
http://www.oknation.net/blog/get

น่ากลัวจังนะคะ..

ความคิดเห็นที่ 13
azelia วันที่ : 20/06/2007 เวลา : 22.19 น.

It is hard to read someone mind, someone want to kill somebody because he is crazy,wants to go marry someone else or kill the wife for the money.
ความคิดเห็นที่ 12
PostAmorndern วันที่ : 20/06/2007 เวลา : 22.05 น.
http://www.oknation.net/blog/amorn

หากจิตใจผู้คนชั่วร้ายเสียแล้ว ย่อมทำอะไรได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งชีวิตของผู้ใกล้ชิด
บางครั้งเราคงต้องสำรวจชีวิตเราบ้าง หากเริ่มมีจุดเล็ก ๆ ในสิ่งที่ไม่ดี คงต้องรีบปรับปรุงและแก้ไขครับ
ความคิดเห็นที่ 11
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 20/06/2007 เวลา : 19.15 น.
http://www.oknation.net/blog/ruarob

ถ้าฆ่าเมียเอาประกัน แล้วผีเมียจะมาหลอกหลอน

จริง ๆ นะครับ ผมดูมาหลายสิบเรื่องแล้ว อย่างนี้
ความคิดเห็นที่ 10
ร.วัชรากร วันที่ : 20/06/2007 เวลา : 16.27 น.
http://www.oknation.net/blog/watcharakorn

คุณเสดพีร์คะ ตอนนี้เขายอมเสียอวัยวะเพื่อแลกกับเงินกันแล้ว ไม่ว่าขายตับไตไส้พุง หรือยอมตัดนิ้ว ตัดแขนตัดขา เพื่อแลกกับเงินกันแล้ว แต่สำหรับดิฉันไม่ยอมแลกเหมือนกันกลัวเจ็บ แล้วก็ไม่อยากได้เงินมากมายขนาดต้องยอมตัดแขนตัดขาขนาดนั้น
คุณอดิสันคะ ใน case นี้ เป็เจตนาตั้งแต่ต้นแล้วว่าหวังเงินประกัน เรื่องแบบนี้มีหลายเรื่องที่ขึ้นสู่ศาลนะคะ
ความคิดเห็นที่ 9
adisonarch วันที่ : 20/06/2007 เวลา : 15.31 น.
http://www.oknation.net/blog/adisonarch

ประกันแบบตายแล้วได้เงิน ส่วนใหญ่เค้าทำกันเพื่อที่ผู้ประกันตนจะได้หมดห่วงบุคคลที่ตัวเองดูแลอยู่ใช่มั้ยคับ แต่นี้อะไร้ เมียตายแล้วตัวเองจะอดหรืออย่างไร น่าสงสัยตั้งกะตอนทำประกันแล้ว
ความคิดเห็นที่ 8
adisonarch วันที่ : 20/06/2007 เวลา : 15.27 น.
http://www.oknation.net/blog/adisonarch

มันก็ดูตะหงิดๆเหมือนกัน คือส่วนใหญ่ พ่อทำประกันยกเงินประกันให้ลูก เพื่อเป็นหลักประกันให้ลูกหรือภรรยา(กรณีภรรยาเป็นแม่บ้าน) หรือลูกทำประกันแล้วยกเงินประกันให้พ่อกับแม่ที่ชรามากๆแล้ว
แต่เคสนี่คือทำประกันให้ภรรยาเงินประกันให้สามี(ซึ่งแน่นอนสามีน่าจะเป็นคนทำงานมีรายได้) มันแปลกๆตั้งแต่เหตุจูงใจในการทำประกันแล้วนะคับ พี่ ไว้วันหลังหากมีใครทำประกันในลักษณะที่ไม่ได้ยกประโยชน์ให้กับคนที่สมควรเช่น ลูกที่ยังเด็ก พ่อแม่ ที่แก่ชราแล้ว เนี่ยต้องระวังให้ดีเสียแล้ว
ความคิดเห็นที่ 7
เสดพีร์ วันที่ : 20/06/2007 เวลา : 15.13 น.
http://www.oknation.net/blog/chao
*+* เพียงแวะเข้าไปทัก..เราก็แอบฮักคุณอยู่ในใจ *+*

เงินจำนวนเท่าไหร่ก็ไม่ได้มีค่ามากไปกว่าอวัยวะและชีวิตของเราหรอก

เช่นถ้ามีใครมาขอซื้อแขน 2 ข้างของผม 100 ล้าน ผมก็ไม่ขายอยู่ดี ทั้งที่เงินจำนวนนั้มันมากแสนมากสำหรับเรา นึกถึงสุภาษิตบทหนึ่งของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถระ) ว่า "พึงสละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ พึงสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต พึงสละชีวิตเพื่อรักษาธรรม"
ความคิดเห็นที่ 6
ร.วัชรากร วันที่ : 20/06/2007 เวลา : 14.59 น.
http://www.oknation.net/blog/watcharakorn

อย่างที่ คุณเจเจ ว่าต้องหาเอาเองค่ะ งานนี้ช่วยบ่ได้
ความคิดเห็นที่ 5
เจเจค่ะ วันที่ : 20/06/2007 เวลา : 14.13 น.
http://www.oknation.net/blog/jj
แรดเดียวดาย ท่ามกลางไม้ป่าเดียวกัน..... 


รับประกันหัวใจ

ว่าจะไม่ทอดทิ้งกัน

มีมั้ยคะ
ความคิดเห็นที่ 4
ร.วัชรากร วันที่ : 20/06/2007 เวลา : 13.07 น.
http://www.oknation.net/blog/watcharakorn

อันที่จริงก็ไม่ได้เป็นเหมือนกันหมดทุกคนหรอกนะคะ ก็ต้องระวังกันไว้บ้าง แต่อย่างให้ถึงกับระแวงกันเลยนะคะ
ความคิดเห็นที่ 3
แม่สีไฟ วันที่ : 20/06/2007 เวลา : 12.41 น.
http://www.oknation.net/blog/ting


ต่อให้รักยังไง เวลาทำประกันแล้วใส่ชื่อผู้รับผลประโยชน์เป็นสามี คุณผู้หญิงต้องใส่เซฟปิดตายอย่าให้รู้ดีกว่ามั๊งคะ....
ความคิดเห็นที่ 2
ม่วงไปป่าว วันที่ : 20/06/2007 เวลา : 12.37 น.
http://www.oknation.net/blog/pijiksemourng
  Thinkin' Positive   Beleive It or Not 


ดูซิเนี่ย เสียทั้งขึ้นทั้งล่องเลย

เฮ้อ คนเรา

ความคิดเห็นที่ 1
mutita วันที่ : 20/06/2007 เวลา : 12.30 น.
http://www.oknation.net/blog/pukluk50

เงินตัวเดียวเท่านั้น เงินคือทุกข์ก้อนโต แต่ทำไมมนุษย์เราถึงจ้องจะหาทางเอาทุกข์ก้อนนั้น(เงิน)มาครอบครอง...ถ้าทุกคนนำคำของในหลวงมาใช้กัน "เศรษฐกิจพอเพียง"จะไม่มีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นเลย
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
  &