พิมพ์หน้านี้
|
ข่าวกับองค์ประกอบของข่าว
ความหมายของข่าว
ความหมายของคำว่าข่าวมีหลายประการ แล้วแต่ว่าจะมีผู้ให้ความหมายไว้ว่าอย่างไร ความหมายจะขึ้นอยู่กับลักษณะของความเป็นองค์กรนั้น ๆ แต่โดยความหมายทั่ว ๆ ไป อาจกล่าวได้ว่า ข่าวคือการรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ สถานการณ์ ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจ ซึ่งเพิ่งถูกค้นพบ สู่ผู้รับสารให้ได้ทราบสิ่งนั้นอย่างถูกถ้วนที่สุดเท่าที่นักข่าวในฐานะของปุถุชนคนหนึ่งจะพึงกระทำได้ จากความหมายข้างต้นจะเห็นว่า ข่าวต้องมีสิ่งต่อไปนี้ 1. การค้นพบ 2. ความน่าสนใจ 3. ข้อเท็จจริง 4. การรายงาน 5. ความรวดเร็ว 6. ผู้รับสาร
คุณภาพข่าว (Quality of news)
สื่อมวลชนเป็นสถาบันเอกชน แต่ก็เป็นประดุจสถาบันสาธารณะ ดังนั้นนอกจากการแสวงหาผลกำไรแล้ว จึงต้องตอบสนองต่อสังคมด้วย การที่ข่าวจะตอบสนองต่อสังคมได้มากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับคุณภาพของข่าว ซึ่งมีเกณฑ์ในการพิจารณา ดังนี้ 1. ข่าวจะต้องมีความถูกต้องหรือถูกถ้วน 2. ข่าวต้องมีความสมดุลและเที่ยงตรง 3. ข่าวจะต้องมีความสดและทันต่อเหตุการณ์ 4. ข่าวจะต้องมีความเป็นกลาง 5. ข่าวจะต้องมีความชัดเจน และรายงานด้วยภาษาง่าย กะทัดรัด 6. ข่าวจะต้องเขียนจากการตั้งคำถามที่สร้างสรรค์ของนักข่าว 7. ข่าวต้องมีความรับผิดชอบต่อผู้ตกเป็นข่าวและสังคม
องค์ประกอบของข่าว (News Element)
จากความหมายของข่าวจะเห็นว่า ข่าวโดยตัวเองไม่ใช่เหตุการณ์ แต่ข่าวคือการรายงานเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น โดยนักข่าวจะเป็นผู้คอยสังเกตการณ์และรายงานไปสู่ผู้รับสาร แต่ทั้งนี้ด้วยข้อจำกัดในด้านของเนื้อที่และเวลาของสื่อ จึงทำให้ไม่สามารถรายงานเหตุการณ์ทุกอย่างได้ นักข่าวจึงต้องเลือกนำเสนอเพียงบางข่าวบางประเด็นเท่านั้น ขึ้นอยู่กับว่าข่าวนั้น ๆ จะมีคุณค่าแห่งความเป็นข่าว (Newsworthiness) มากน้อยเพียงใด โดยเกณฑ์ที่จะใช้ในการพิจารณาว่าข่าวใดมีคุณค่ามากน้อยเพียงใด เรียกว่าองค์ประกอบของข่าว (News Element) ได้แก่ 1. ความรวดเร็ว (Immediacy) หรือความสด (Timeliness) 2. ความใกล้ชิด (Proximityor or Nearness) 3. ความสำคัญหรือความเด่น (Prominence) 4. ผลกระทบ (ConseQuence or Impact) 5. ความมีเงื่อนงำ (Syspence or Mystery) 6. ความผิดธรรมดา (Oddity or Unusualness) 7. ความขัดแย้ง (Conflic) 8. องค์ประกอบทางเพศ (Sex) 9. อารมณ์ (Emotion) 10. ความก้าวหน้า (Progress or Development) 11. ความตลกขบขันของชีวิต (Amusement or Drama) Skype: เทคโนโลยีฮัลโหลออนไลน์ที่ ยังคงมาแรงข้ามปี [7 ส.ค. 49 - 06:00]
หลังจากที่อินเทอร์เน็ตเติบโตอย่างรวดเร็วและพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งตลอดหลายปีที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ คงไม่มีใครไม่เคยได้ยินคำว่า VoIP ซึ่งย่อมาจาก Voice over IP หรือ Voice over Internet Protocol ที่ทำให้นักท่องอินเทอร์เน็ตสามารถสื่อสารกันด้วยเสียงได้ทั่วโลก
สถิติเมื่อปี 2548 มีผู้ดาวน์โหลด skype ไปติดตั้งในเครื่องคอมพิวเตอร์ของตนถึง 250 ล้านครั้งทั่วโลก มาถึงต้นปี 2549 ราวเดือนมีนาคมมียอดอยู่ประมาณ 274 ล้านครั้ง ทั้งนี้ สถิติดังกล่าวยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
พันธุ์ทิตต์ สิรภพธาดา กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีบิซซิเนสทูเดย์ จำกัด กล่าวถึง skype ให้ฟังว่า ในปัจจุบันการเติบโตของระบบสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตเป็นไปอย่างรวดเร็วมาก โดยในส่วนของโปรแกรม skype เองล่าสุดมีผู้ดาวน์โหลดถึง 350 ล้านคนทั่วโลก และมีผู้ที่กำลังใช้งานอยู่ราว 75 ล้านคน ( ก.ค. 49) ทั้งนี้ เนื่องมาจากศักยภาพของอินเทอร์เน็ตบรอดแบรนด์ที่ทำให้การให้บริการบนอินเทอร์เน็ตเป็นได้มากกว่าการรับส่งอี-เมล์ ก้าวไปถึงการเป็นมัลติมีเดีย และนำไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการอี-คอมเมิร์ซและไอซีทีมายาวนานกว่า 10 ปี ให้ความเห็นว่า แม้อินเทอร์เน็ตโฟนจะเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเข้ามาทดแทนโทรศัพท์ธรรมดาอย่างสิ้นเชิง หากเป็นเพียงช่องทางการสื่อสารรูปแบบใหม่เท่านั้น ทั้งนี้ สิ่งที่น่าสนใจก็คือความสามารถในการเข้ามาเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง
สิ่งที่ยืนยันความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญรายนี้ก็คือ ปรากฏการณ์ที่ อีเบย์ ดอท คอม (eBay.com) เว็บไซต์ตลาดกลางบนอินเทอร์เน็ตที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งได้ตัดสินใจซื้อกิจการของ Skype ด้วยมูลค่าเงินสดถึง 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณหนึ่งแสนล้านบาท เมื่อปลายปี 2548 เพื่อหวังใช้อินเทอร์เน็ตโฟนเพิ่มความสามารถในการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายบนตลาดออนไลน์ให้สะดวกมากยิ่งขึ้น ทั้งๆ ที่โปรแกรมดังกล่าวเพิ่งเปิดให้บริการได้เพียงไม่กี่ปีเท่านั้น
ชาญ ตระการศิลป์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วินทอรี่ จำกัด ผู้นำเข้าอุปกรณ์ติดต่อสื่อสารในรูปแบบอินเทอร์เน็ตโฟนเมื่อกลางเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา กล่าวว่า เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ skype จะไปได้ดีแน่นอน เพราะเป็นเทรนด์ใหม่ที่มีราคาไม่แพงนัก โดยในปลายปี 49 นี้จะเห็นการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวมากขึ้น ด้วยรูปแบบการขยายวงผู้ใช้ที่เป็นแบบปากต่อปาก ซึ่งถ้าใช้แล้วถูกใจจำนวนผู้ใช้ก็จะเพิ่มขึ้นในลักษณะก้าวกระโดด จากเดิมที่มีอยู่ราวหมื่นคน ก็จะเพิ่มเป็น 2-3 หมื่นอย่างรวดเร็ว
กรรมการผู้จัดการ วินทอรี่ อธิบายเพิ่มเติมว่า สำหรับปัจจัยที่ทำให้มีการใช้ skype กันมากนั้น ส่วนหนึ่งคือเรื่องค่าใช้จ่าย เนื่องจากบริการ skype มี 2 รูปแบบ คือ 1.PC to PC สามารถสนทนาผ่านอินเทอร์เน็ตได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย และ 2. PC โทรเข้าโทรศัพท์พื้นฐานทั่วไป เรียกว่า skype out ส่วนนี้มีค่าใช้จ่ายบ้างแต่ก็ไม่สูงนัก ยกตัวอย่างเช่น ถ้าโทรไปอเมริกาในขณะนี้ก็เสียค่าใช้จ่ายราว 80 สตางค์ต่อนาทีเท่านั้น แต่ถ้าประเทศใดที่การใช้อินเทอร์เน็ตยังไม่แพร่หลายก็อาจมีราคาแพงกว่า ทั้งนี้ สำหรับธุรกิจเกี่ยวกับอุปกรณ์ skype ของตนคงมุ่งเน้นไปที่กลุ่มองค์กรธุรกิจที่มีสาขาหรือโรงงานทั้งในและต่างประเทศ อี-คอมเมิร์ซ รวมถึงอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายเป้นหลัก
แม้ว่าการใช้ประโยชน์ของ skype ที่ปรากฏแก่สายตาส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนการดำเนินงานทางธุรกิจ แต่ในความเป็นจริงแล้ว โลกออนไลน์ไม่เคยแบ่งกลุ่มผู้ใช้ได้อย่างชัดเจน เพราะ skype ก็เป็นที่นิยมในกลุ่มนักแชทไม่แพ้โปรแกรมเอ็มเอสเอ็นเช่นกัน
ไปรเวท สทานสัตย์ เจ้าหน้าที่โครงการวิทยุบนอินเทอร์เน็ต สถาบันคนตาบอดแห่งชาติเพื่อการวิจัยและพัฒนา ผู้พิการทางสายตาแต่กำเนิดที่เชี่ยวชาญด้านไอทีและเป็นนักแชทตัวยง เล่าให้ฟังว่า ตนใช้โปรแกรม skype มานานแล้วประมาณปีกว่า แรกๆ ก็มีคนใช้กลุ่มเล็กๆ ก่อน จากนั้นพอมีการพูถึงโปรแกรมนี้ผ่านทาง mcot.net ก็เริ่มมีคนใช้กันมากขึ้น โดยส่วนใหญ่ คนจะใช้ skype เพื่อประชุม ลดต้นทุนทางธุรกิจ หรือคุยกันผ่านประเทศ
นักแชทรายนี้ เล่าว่า สิ่งที่ทำให้สนใจ skype อย่างแรกเลยก็คือ ฟรี และอยากลองใช้ดูว่าเสียงดีแค่ไหน การกระตุกมีมากหรือไม่ คุยได้นานไหม แต่ที่ดีมากๆ คือ คุยกันได้พร้อมกันถึงห้าคน ในเรื่องคุณภาพเสียงนั้น อินเทอร์เน็ตความเร็วแค่ 56 k ก็พอจะคุยกับคนอื่นได้โดยอาจจะมีความหน่วงของเวลาบ้าง แต่ที่ใช้อยู่เป็นความเร็วสูงจึงคุยได้สนุก พูดได้ชัดเจน เสียงไม่กระตุก
ไปรเวท เล่าให้ฟังด้วยว่า ระยะเวลาปีกว่าที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้มีเพื่อนชาว skype หลายคนแล้ว ทั้งในที่ทำงานและข้างนอก ทั้งเพื่อนที่รู้จักและไม่รู้จัก สำหรับคนที่ไม่รู้จักนั้นมักมาจากการเข้าไปค้นหาชื่อแล้วก็ add ไว้ ทั้งนี้ จากที่ดูในรายชื่อ จะพบว่าส่วนใหญ่เป็นบริษัทหรือชื่อองค์กรต่างๆ อยู่มาก และโดยส่วนตัวคิดว่า skype มีส่วนคล้ายกับโปรแกรมเอ็มเอสเอ็น เพียงแต่เปลี่ยนจากตัวหนังสือเป็นเสียงแทนเท่านั้น ซึ่งถ้าถามว่าชอบอันไหนมากกว่ากันนั้นก็ต้องบอกว่า หากต้องการแชตก็ต้องเล่นเอ็มเอสเอ็น แต่ถ้าจะคุยก็ต้อง skype เพราะทั้ง 2 โปรแกรมถูกสร้างมาเพื่อประโยชน์คนละอย่างกัน
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสร้างประโยชน์มหาศาลให้แก่ผู้ใช้ได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการลดค่าใช้จ่าย เพิ่มช่องทางการสื่อสาร สร้างประโยชน์ทางธุรกิจ รวมถึงสร้างมิตรภาพ ดังที่ skype ได้สร้างปรากฏการณ์ให้เห็นชัดเจนแล้วในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา หากสิ่งสำคัญก็คือผู้ใช้นำเทคโนโลยีในมือไป ใช้ ในทางที่ถูกที่ควรแล้วหรือยังเท่านั้น
การประเมินคุณค่าข่าว 1.ความทันด่วนของข่าว ข่าวนี้เป็นเรื่องที่กำลังมาแรงและน่าจับตามอง 2. ผลกระทบของข่าว เป็นที่ตกตะลึงของวงการการแชทเป็นอย่างมาก ข้อมูลข่าวจาก ปีที่ 58 ฉบับที่ 18061 วันพุธ ที่ 4 กรกฎาคม 2550 |
| << | กรกฎาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | 31 | ||||