Thai Buddhist Center of Minnesota U.S.A.
เว็บข้อมูลข่าวสารและสาระประโยชน์จาก วัดไทย ในมลรัฐมินีโซต้า ประเทศสหรัฐอเมริกา ศูนย์รวมทางจิตใจ และ ศิลปวัฒนธรรมไทย ขนมธรรมเนียม ประเพณีที่ดีงาม ของไทย
Permalink : http://www.oknation.net/blog/watthaimn
วันพฤหัสบดี ที่ 11 ตุลาคม 2550
เมื่อพระไทยไปเป็น Guest Speaker ณ University of Minnesota
Posted by พระธรรมทูตไทยในอเมริกา , ผู้อ่าน : 647 , 13:50:11 น.   | หมวดหมู่ : เผยแผ่ธรรม  
พิมพ์หน้านี้


เมื่อพระไทยไปแสดง

ทรรศนะทางพุทธศานาต่อชีวิตสัตว์

ณ Department of Animal Science
University of Minnesota 
405D Haecker Hall
1364 Eckles Avenue
St. Paul, MN  55108-6118  U.S,A,


หลังเสร็จจากงาน Festival of Thailand ซึ่งสถานกงสุลไทย ณ นครชิคาโก ร่วมกับ สมาคมไทยแห่งรัฐมินีโซต้า  ได้ร่วมกันจัดขึ้น ณ Island Lake Ramsey County Park,  North Victoria St., Shoreview, เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม 2550  ก็ได้รับอีเมล์นิมนต์จาก Dr. Jacqueline P. Jacob  ซึ่งเป็น Assistant Professor ของคณะ Department of Animal Science  มหาวิทยาลัยมินีโซต้า  ให้ไปเป็น Guest Speaker พูดให้นักเรียนในชั้นที่เธอรับผิดชอบฟัง  ในหัวข้อต่อไปนี้

1. A brief introduction to the Buddhist faith, since I believe many are misinformed with regards to non-Christian religions
2. How do followers of the Buddhist faith, in general, view the role of animals in the world?
3. How do followers of the Buddhist faith, in general, view the importance of animal welfare?
4. Anything else in the theme that you think would be good for the students to hear about

อาตมายินดีมาก  และตอบตกลงทันที  ต่อมา Dr. Jacob จึงกำหนดเวลาในวันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม 2550  ตั้งแต่เวลา 15.00 - 17.00 น ณ ห้องเรียนที่ 12 ชั้นใต้ดิน ที่ตึก Biological Sciences building  ก่อนจะถึงวันดังกล่าว  อาตมาได้รับความช่วยเหลือจากคุณสุมล  ถึงแก้ว และคุณ Catherine A. Solheim, Ph.D.  จากคณะ Family Social Science Department, University of Minnesota สองสามีภรรยา  ช่วยแปลและเรียบเรียงหัวข้อคำบรรยายของอาตมาเป็นภาษาอังกฤษ  เพื่อแจกให้นักเรียนในห้อง   คุณ Cathy นั้นเป็นชาวอเมริกัน  เคยไปทำวิจัยอยู่เมืองไทยหลายปี  จนสามารถใช้ภาษาไทยได้ดีพอสมควร  และเสนอตัวไปช่วยแปลให้นักเรียนฟังให้ห้องด้วย  ช่วยให้อาตมาอุ่นใจและมั่นใจเป็นอย่างมาก  ซึ่งก่อนหน้านั้น  อาตมาก็ได้รับน้ำใจจากนักศึกษาแพทย์ไทย ชื่อนวนันท์  ธีรอัมพรพันธ์  อาสาช่วยเป็นล่ามแปลให้  แต่ก่อนวันงานได้ประสบอุบัติเหตุทางรถ  คุณ Cathy จึงอาสาทำหน้าที่แทน

คนใส่เสื้อแดง คือ Dr. Cathy และ คนด้านขวามือ คือ Dr. Jacob

อาตมาไปถึงมหาวิทยาลัย เวลา 14.00 น. โดยมี คุณ จิรา และคุณอธิษฐาน อัจฉวงศ์  ซึ่งประกอบอาชีพพยาบาล  อยู่ในเมืองมินีอาโพลีส และเป็นรองประธานวัดไทย  รับอาสาช่วยขับรถและแจกหนังสือ  รวมทั้งถ่ายรูปให้  หลังจากที่ใช้เวลาหาสถานที่และที่จอดรถอยู่พอสมควร  ก็สามารถไปถึงห้องเรียนที่ 12  ตามนัดหมาย คือ 14.45 น.  ขณะนั้น Dr. Jacob กำลังเตรียมการสอนอยู่   หลังจากทักทายและพูดคุยกันเบื้องต้น  ก็เป็นช่วงที่นักเรียนทยอยกันเข้ามาในห้องครบ  และพร้อมที่จะเริ่มต้นเรียนก่อนเวลา 15.00 น.  อาตมาประทับใจมาก  ช่างมีวินัยและรักษาเวลาได้ดี

จากนั้น Dr. Jacob ก็เริ่มแนะนำอาตมาให้นักเรียนได้รับทราบ  และให้นักเรียนแต่ละคนแนะนำตัวเอง  วันนี้มีนักเรียนทั้งหมด 13 คน เข้าเรียนในชั้นเรียน  การบรรยายเริ่มต้นจาก

Introduction
Buddha taught humans to live purely, wisely, and peacefully.  Strive to make your inner being/mind pure; seek to control your emotional state.  Use wisdom to solve problems, discerning the difference between right and wrong.  Live peacefully with people throughout the world showing kindness and compassion; detach yourself from the suffering in the world.

เริ่มต้นจากแนะนำให้นักเรียนได้รู้จักพระพุทธคุณ 3 ของพระพุทธเจ้า คือ พระบริสุทธิคุณ (Pure) สะอาด คือ ทำจิตใจของตนเองให้บริสุทธิ์ อยู่เหนือการครอบงำของ อารมณ์, พระปัญญาธิคุณ (wise) สว่าง  คือ  ใช้ปัญญา (รู้ดี – รู้ชั่ว) แก้ปัญหาตามเหตุปัจจัย ที่เป็นจริง, และพระมหากรุณาธิคุณ (Peace)  สงบ คือ มีการปฏิบัติต่อเพื่อนร่วมโลก ด้วยเมตตา, กรุณา, มุทิตา และอุเบกขา  พระพุทธเจ้า  เป็นมนุษย์ที่สามารถพัฒนาตนเอง ให้หลุดพ้นจากการครอบงำของกิเลส, พวกเราก็เช่นเดียวกันสามารถพัฒนาตนเองเช่นเดียวกับพระพุทธเจ้าได้  โดยอาศัยหลักคำสอนของพระองค์

How do Buddhists relate to animals?
Some religions teach that humans should rule over animals.  But Buddhism teaches that humans and animals should live as friends on the earth.  Both suffer, bear offspring, grow old, and die; thus suffering is universal.  Therefore, humans should not cause animals more suffering than already exists naturally.

ทัศนะของชาวพุทธที่มีต่อสัตว์เป็นอย่างไร
บางศาสนา  กำหนดให้มนุษย์ เป็นนายหรือผู้ควบคุมดูแลสัตว์  มนุษย์จึงสามารถปฏิบัติต่อสัตว์อย่างไรก็ได้  แต่ในทางพระพุทธศาสนานั้น มองว่า  สัตว์ทั้งหลาย เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ มีสภาวะของความทุกข์  คือ ตกอยู่ในสภาวะ เกิด แก่  เจ็บ  และ  ตาย  ด้วยกัน  ต้องบริหารร่างกายให้บรรเทาสภาวะเช่นนี้อยู่แล้ว   ไม่ควรเพิ่มทุกข์ เพิ่มโทษ ให้แก่กันอีก

ชาวพุทธปฏิบัติต่อสัตว์อย่างไร

1. บทบาทของสัตว์ (Role of animal)
การปฏิบัติต่อสัตว์  คือ  ให้สัตว์ เป็น สัตว์ (Let bird be bird) อย่าไปยุ่งกับมัน  ถ้าจำเป็นต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง  ต้องกระทำเท่าที่จำเป็น และให้เกียรติ  เคารพ และรู้คุณ ในฐานะเพื่อนร่วมโลก   ไม่ใช้สัตว์เป็นเครื่องมือเพื่อแสวงหาประโยชน์ใดๆ

Let animals be animals.  Treat animals with respect; share nature with animals.  If you have interaction with animals, treat them with respect as they are our friends and we should live together in this world.  Humans are not owners or guardians of animals.  Animals are not to be exploited for humans’ use.

2. ความสำคัญและสวัสดิภาพของสัตว์ (animal welfare) ที่มนุษย์พึงปฏิบัติต่อสัตว์
มนุษย์ไม่ใช่ เป็นเจ้าของ หรือ เป็นผู้ปกครองสัตว์ (Human are not ruler ; But be friend or guard) แต่  มนุษย์ คือ เพื่อนผู้คุ้มครองป้องกันภัยให้แก่สัตว์

Dilemmas related to animal welfare in Buddhism

1. If we believe that killing animals is wrong, why is it okay to take medicine that kills bacteria or viruses?  What does Buddhism say about this?

2. What is the difference between killing a small insect and killing a large animal?  Who decides which is worse?

3. If an animal causes problems, e.g., if a bird eats rice in your field, how would a Buddhist react or solve this problem?

4. What  will  you  do  if  your  cuckoo  doesn't  sing ?

ปัญหาทางจริยธรรมอื่นๆ

1.  ถ้าการฆ่าสัตว์ เป็นเรื่องผิด  ทำไมเราต้องกินยา เมื่อเราเจ็บป่วย
 ทั้งๆ ที่รู้ว่า  การกินยาเข้าไป เพื่อไปฆ่าเชื้อโรค (ทำสัตว์ให้ตาย)
 พุทธศาสนา  มองเรื่องนี้อย่างไร  และปฏิบัติอย่างไร

2. การฆ่าสัตว์เล็ก (มด) กับ ฆ่าสัตว์ (ใหญ่)  มีผลเหมือน / ต่างกัน หรือไม่   ถ้าต่างกัน  ใครเป็นผู้กำหนดโทษ

3. ถ้ามีปัญหาอันเนื่องมาจากสัตว์ที่กระทบต่อการดำรงชีพ  เช่น  นกมากินข้าวในนา,  นกมารบกวนเครื่องบินขึ้นลงบริเวณสนามบิน  ชาวพุทธจะแก้ปัญหานี้อย่างๆ ไร

4. ถ้านกเขาของคุณไม่ขัน  คุณจะปฏิบัติอย่างไรต่อนกเขา  เพื่อให้มันขัน?

ทำความเข้าใจต่อปัญหาทางจริยธรรม
พุทธศาสนากำหนดไว้อย่างแน่ชัดว่า  การฆ่าเป็นการทำลายชีวิต  เป็นสิ่งที่ชาวพุทธไม่พึงกระทำ  ยิ่งการทำลายที่ประกอบด้วยเจตนา  คือ มีใจเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย  เป็นสิ่งผิด  ดังนั้นชาวพุทธต้องหลีกเลี่ยงการทำลายชีวิต  ยารักษาโรคที่ใช้ในปัจจุบัน  โดยมากจะเป็นยาสารเคมีที่มีฤทธิ์ทำลายชีวิต  ในขณะที่ยาพื้นบ้าน  ยาสมุนไพร  เป็นยาขับเชื้อโรค  ให้ออกจากร่างกาย  ชาวพุทธจึงควรเลือก  การรักษาโรคแบบธรรมชาติบำบัด

เช่นเดียวกับ  นกที่มารบกวนไร่นาชาวบ้าน  ชาวพุทธควรที่จะหาวิธีไล่นกไปจากต้นข้าว  มากกว่าจะใช้วิธีฆ่านก

ส่วนสัตว์ใหญ่  และสัตว์เล็ก  นั้นการทำลายชีวิตมีผลเหมือนกัน  แต่จะแตกต่างคือความรู้สึกของคน  หรือสังคม  ที่จะให้คุณค่าต่อสัตว์เหล่านั้น  สัตว์ใดให้ประโยชน์  มีบุญคุณ  เช่น  วัว  ควาย  การฆ่าสัตว์เหล่านี้  สังคมถือว่ามีบาปมากกว่า  เพราะเป็นการอกตัญญู ต่อผู้มีพระคุณ

เกรณ์ตัดสินทางจริยธรรมของชาวพุทธ  เมื่อต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับสัตว์
1 ใช้สัตว์เป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์หรือไม่
2  มนุษย์เข้าไปเกี่ยวข้องกับสัตว์ในฐานะอะไร   เป็นเจ้าของ หรือ ผู้ปกป้องคุ้มครอง
3  ผลกระทบต่อวงจรชีวิตสัตว์ และสังคมมนุษย์  มีมากน้อยเพียงใด
4  ใช้วิธีการอย่างไร   ทำลาย หรือ ใช้ภูมิปัญญา

Buddhists promote loving kindness to all living beings.  No human has the right or power to destroy the life of another living animal, even for the sake of one’s stomach, as life is precious to all.

Metta Sutta
The nature of love in Buddhism is like a parent who protects her/his child, even at the risk of his/her own life.  Even so, let humans cultivate a boundless heart toward all beings.  Let human thoughts of boundless love pervade the whole world – above, below and across – without obstruction, without hatred, without enmity

ในที่สุด 2 ชั่วโมง  แห่งการแลกเปลี่ยนทัศนะทางศาสนาระหว่างกัน  ก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว  แต่เมื่อหมดเวลา  ก็ต้องจากลากัน  วันนี้อาตมามาทำหน้าที่เป็นเพียงผู้จุดประกายทางความคิด  ในมุมมองของพุทธศาสนิกชนเท่านั้น  ส่วนผู้ที่ปรารถนาจะพัฒนาทางสติปัญญาต่อไป  ก็สามารถไปค้นต่อยอดได้  จากหนังสือหรือห้องสมุดหรือผู้รู้คนอื่นๆ ต่อไป  เพราะความรู้  ไม่ได้มีเฉพาะไม่ห้องเรียน  และชีวิตจริงก็ไม่ได้อยู่ในห้องเรียน  ยังมีอะไรอีกมากมาย  รอเราอยู่นอกห้องเรียน  ขออวยพรให้ทุกท่านจงประสบความสำเร็จในสิ่งที่พึงประสงค์  เจริญพร

โอกาสต่อไป  จะนำทัศนะของพระพุทธศาสนาที่มีต่อสตรีมานำเสนอ  เพื่อประเทืองทางสติปัญญา  เพิ่มมุมมองทางจิตวิญญาให้กว้างไกลยิ่งขึ้น  อาตมาได้รับนิมนต์จาก Dr. Cathy ให้ไปนำเสนอเรื่องนี้  ให้นักเรียนของเธอในคณะ Family Social Science Department  ฟัง   ส่วนจะมีเรื่องราวนำเสนอ  สนุกสนานเพียงใด   กรุณาอดใจติดตาม  เร็วๆ นี้  Coming Soon

พระมหาไพสิทธิ์  ธัมมรโส
วัดไทย  มินีโซต้า  สหรัฐอเมริกา
10  ตุลาคม  2550


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
Supawan วันที่ : 11/10/2007 เวลา : 14.27 น.
http://www.oknation.net/blog/supawan

ขอบคุณค่ะ สำหรับบทความที่น่าสนใจ ...
แสดงความคิดเห็น

  ล๊อกอินเข้าสู้ระบบ คลิกที่นี่   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
ขอขอบคุณ OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ชายที่อยู่ในดวงใจคนไทยทุกคน

พระราชาแห่งราชอาณาจักรสยาม ที่ประชาชนไม่มีวันลืม

View All