พิมพ์หน้านี้
|
: Why? Why? Why? and Why? มีคนหนึ่งได้เปรยเล่น ๆ กับผม เมื่อครั้งที่มาเหยียบเกาะนี้เป็นครั้งแรกว่า ภูเก็ตเป็นเหมือนนิวยอร์คของเมืองไทย (ตรงไหน?) เขาบอกว่า เหมือนโดยเฉพาะในแง่ของวัฒนธรรมและความหลากหลายทางชาติพันธุ์ สำหรับผม ภูเก็ตก็ยังคงเป็นภูเก็ตมันมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง มันมีบางส่วนที่อาจบังเอิญหรือไม่บังเอิญที่มันไปคล้ายกับเมืองอื่น ๆ อาจเนื่องด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจ ที่ทำให้สภาพสังคมในภูเก็ตเป็นแบบที่มันเป็นอยู่ เสน่ห์ของแต่ละเมืองก็ไม่เหมือนกันหลายคนเบื่อ แต่สำหรับบางคนเมื่อมาเหยียบที่นี่แล้วกลับรู้สึกอยากอยู่ที่นี่ต่อไป ผมเพิ่งมาลงหลักปักฐานอยู่ที่ภูเก็ตยังไม่ถึงสองปีดี เมื่อมาทีแรกก็หลงมนต์สะกดของเมืองนี้เข้าอย่างจัง
ที่สำคัญที่นี่จับอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมดสำหรับคนที่หมดหนทางทำมาหากินในเมืองหลวงอย่างผม ที่นี่ยังพอจะเหลือโอกาสริบหรี่ให้กับผมบ้าง(จริง ๆ นะ?) ใครที่เคยอยู่ภูเก็ตสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องมีก็คือ ยานพาหนะเป็นของตัวเอง ถูกต้องครับ รถยนต์ รถเครื่อง รถถีบ หรืออะไรก็ได้ที่เป็นของเราเอง ที่จะพาเราไปยังที่ที่เราต้องการ ถึงแม้ที่นี่จะมีรถประจำทางเป็นรถเมล์เล็กปรับอากาศราคาไม่แพง (คล้าย ๆ ปอ. พ. สมัยก่อนนั่นแหละ) แต่กว่ารถจะมาแต่ละเที่ยวก็คงต้องหมักผมรอเป็นชาติ ที่น่ากลัวกว่านั้นคือมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ภูเก็ตแพงมาก ๆ ปกติขั้นต่ำต้องสามสิบถึงสี่สิบบาท (ยังกับน้ำมันแพงลิตรละร้อย) ยิ่งใครที่เพิ่งลงจากรถทัวร์ใหม่ ๆ ยิ่งโขกเป็นสองเท่า เข้าใจครับว่าที่นี่มันเมืองท่องเที่ยวติดอันดับเวิร์ลด์ คลาส เดสทิเนชึ่น แต่กับคนไทยด้วยกันนี่ ไม่ต้องแพงมากก็ได้ แต่เรื่องนี้พอรับได้เพราะผมไม่ค่อยได้ใช้บริการมอเตอร์ไซค์รับจ้างบ่อย เพราะมีมอเตอร์ไซค์แก่ไว้แบกสังขารตัวเองไปไหนต่อไหนได้เท่านั้นก็พอ ที่ขาดไม่ได้เมื่อมีรถแล้วก็ต้องมีใบขับขี่ด้วยนะ ถ้าไม่มีพี่ตำรวจจับปรับเรียบทุกคัน ดูเหมือนจะรู้ล่วงหน้าด้วยว่าคนไม่มีใบขับขี่อย่างเราจะไปทางนั้น และคุณตำรวจที่นี่ก็ขยันตั้งด่านจับใบขับขี่กันเหลือเกิน ทำไม? ก็เพราะภูเก็ตแค่เฉพาะมอเตอร์ไซค์ที่มีปริมาณมากที่สุดในอันดับต้น ๆ ของประเทศ เป็นไปได้ว่าจะเป็นแหล่งรายได้สำคัญในการเอาไปใช้ในกิจการงานของสถานีตำรวจ แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับผมที่นี่ยังคงเป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับผมอยู่ดี (ถึงแม้บรรดาเพื่อนเก่าของผมที่เป็นชาวภูเก็ตแท้บางคน อาจจะค้อนเอาว่า ...ก็แน่นะสิยะ เทอไม่ได้เกิดที่นั่นเหมือนชั้นนี่นา ..) ไม่รู้มีใครเคยเป็นเหมือนผมหรือเปล่า เมื่อเหยียบไปที่ที่หนึ่งแล้วเกิดความรู้สึกว่า ที่นี่แหละคือที่เราอยากอยู่ต่อไปตลอดชีวิตของเราจริง ๆ (คงจะอารมณ์ประมาณเดียวกับชายคนหนึ่งที่บอกว่าเธอคนนั้นแหละคือคนที่เขาอยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยไปตลอดชีวิตของเขา) แต่ก็นั่นแหละอาจจะเป็นเพราะผมไม่ได้เกิดและเติบโตที่นี่ อะไร ๆ หลายอย่างจึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจไปเสียหมด
แล้วปริศนานั้นก็ได้รับการขานไข . . . . ไปอีกเปราะหนึ่ง |
| Waiting for Full Moon Night. | ||
เฝ้ารอคอย คืนวัน จันทร์เต็มดวง |
||
|
View All |
||