• ฝาแฝด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dueankoko@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-04
  • จำนวนเรื่อง : 7
  • จำนวนผู้ชม : 3436
  • จำนวนผู้โหวต : 11
  • ส่ง msg :
ฝาแฝด
รักแม่ที่สุดในโลก
Permalink : http://www.oknation.net/blog/wetwin
วันพุธ ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2551
“มะหลอด” (บ่าหลอด) ผลไม้ที่บางคนไม่เคยรู้จัก
Posted by ฝาแฝด , ผู้อ่าน : 410 , 10:16:25 น.  
พิมพ์หน้านี้


“มะหลอด” (บ่าหลอด)ผลไม้ที่บางคนไม่เคยรู้จัก

อาจจะกล่าวได้ว่าบางคนคงไม่เคยได้รู้จัก
เพราะ"มะหลอด"เท่าที่ทราบจะเป็นผลไม้ของภาคเหนือ
จะออกดอกออกผลในช่วงเดือนพฤศจิกายน – เดือนกุมภาพันธ์  
เราเคยอิจฉาบ้านที่เขามี ต้น"มะหลอด"อยู่
เพราะเวลาที่"มะหลอด"สุกนั้นมันสวยงามละลานตาไปด้วยผลสีแดงสด
สีส้ม  สีเหลือง สีเขียว คละเคล้ากันไป น่าเด็ด น่ากิน
 

ก่อนนั้นบ้านเราไม่เคยมีต้น"มะหลอด"เลย เพราะเราไม่ได้ปลูกเอง 
ช่วงไหนที่ผล"มะหลอด"สุกเราก็จะไปซื้อข้างบ้าน
แต่เขาก็ใจดีให้เด็ดเท่าไหร่ก็ได้เราก็เด็ดมาซะเต็มถุงพลาสติกเลย            
เรากับน้องก็เอาเงินให้เขาไป  10  บาท  คิดย้อนหลังแล้วก็น่าสงสารข้างบ้านของเรา
เขาก็ไม่ว่าอะไร จนกระทั่งเรามาปลูกบ้านและเราก็ปลูกต้น"มะหลอด"พร้อม ๆ  กัน

ตอนนี้ต้น"มะหลอด"ออกดอก  ออกผลเต็มสวนมีเป็นสิบ ๆ ต้น 
แต่เราก็กินไม่หมด ให้นกกินบ้าง  ให้คนอื่นๆ ได้กินบ้าง
เอามาฝากคนอื่นที่ทำงานให้พวกเขากินกัน  
แต่เราก็เห็นชาวบ้านของเขานำไปขายเหมือนกัน  
จะขายกิโลกรัมละ  20  บาท  แล้วแต่ความสวยงามและรสชาติของ"มะหลอด"

ต้นของ"มะหลอด"จะเป็นพุ่ม ๆ  ไม่ค่อยใหญ่  แต่มีหนาม เก็บผลยากอยู่เหมือนกัน 
"มะะหลอด"จะรับประทานได้ตั้งแต่ลูกเล็ก ๆ  สีเขียว ๆ  นำมากินกับน้ำพริกถั่วเน่า
พันด้วยผักกาดกับผักชี  กินคล้ายกับเมี่ยงคำ  ส่วนผลสุกก็กินกับน้ำพริกหวาน
ให้รสชาติที่เปรี้ยว  บางพันธุ์ก็หวาน  ลูกเล็กลูกใหญ่  แล้วแต่พันธ์ 
ซึ่งผล"มะหลอด" จะอุดมไปด้วยวิตามินซี 

"มะหลอด"ภาคไหนมีบ้างคะ  แล้วเขาจะเรียกว่าผลอะไร ใครรู้จักบ้าง 
คุณค่าและประโยชน์ของมันมีอะไรบ้างนะ
ใครทราบโปรดแจ้งด่วน  อยากทราบเหมือนกันนะคะ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 16
สายลมลอย วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 14.35 น.
http://www.oknation.net/blog/suankikran

เอ....ในสวนขี้คร้านบ้านผม...น่าจะเคยมี ตอนนี้หายไปไหนหนอ?? เดี๋ยวต้องแบกพร้าไปเดินแลมั่ง


หายไปนาน จนลืมไปแล้วมีเคยกิน เคยแกงส้ม แล้วก็เคยปาหัวกันเล่นในสมัยโน้น - โน้น

ขอบคุณที่รำลึกความจำให้ฟื้น
ความคิดเห็นที่ 15
ย่าดา วันที่ : 04/03/2008 เวลา : 18.34 น.
http://www.oknation.net/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

ย่าเคยทานตำมะหลอด เพราะไปเที่ยวเหนือหลายปีแล้ว
ไม่ค่อยกล้าทานมากเพราะไม่เคยทาน กลัวท้องเสียระหว่างสัญจร ติดใจผลสวยๆของมัน จนเอามาลงในเวบดอกไม้ของย่าด้วยค่ะ
http://www4.webng.com/sarapad/dada/data/a307.jpg
http://www.sarapad.com/dada/showing.asp?images=a542.jpg
http://www4.webng.com/sarapad/dada/data/a543.jpg
ดอกไม้ดอกอื่นๆได้ที่ http://www.sarapad.com/dada
ความคิดเห็นที่ 14
komyos วันที่ : 03/03/2008 เวลา : 13.59 น.
http://www.oknation.net/blog/youngmomy
อยู่กับสิ่งที่มี..ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน..


สวัสดีเจ้าคุณฝาแฝด
แวะเอาฮูปคุณแม่และคุณลูกมาฝากเจ้า
ความคิดเห็นที่ 13
มาลีรัตน์ วันที่ : 29/02/2008 เวลา : 22.31 น.
http://www.oknation.net/blog/maleerat

แวะมาทักทายและอยากบอกว่าเคยเห็นเหมือนกันค่ะ แต่เรียกไม่ถูก ขอบคุณนะคะที่นำมาแบ่งปันความรู้
ความคิดเห็นที่ 12
ทิวสน วันที่ : 28/02/2008 เวลา : 22.36 น.
http://www.oknation.net/blog/tewson
ทิวสน ชลนรา

ความคิดเห็นที่ 10
ฝาแฝด วันที่ : 28/02/2008 เวลา : 13.12 น.
http://www.oknation.net/blog/wetwin
ip : 125.25.166.144




ถ้าสิ่งที่เราเขียนนั้น"มีคนอ่าน" จะได้เงินหรือไม่ได้เงินมันก็เป็นความสุขน่ะค่ะ
แต่ถ้า่ได้เห็นผลงานตัวเองปรากฎออกมาเป็นรูปเล่มคงจะมีุความสุขไม่น้อย
เคยอยากเป็นนักเขียนเหมือนกัน แต่ความสามารถไม่ถึง รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องยากมากๆ ไม่สามารถเขียนให้เป็นเล่มได้.. แค่ได้้ลงบทความเป็นบางครั้ง ความยาวแค่หน้ากระดาษ A4 ก็แสนดีใจแล้ว!
และชื่นชมกับนักเขียนทุกท่านที่สามารถสื่อความหมายออกมาให้ผู้อ่านได้รับรู้
.........................................

ใช้ครับความสุขแท้ของนักเขียน
คือเขียนแล้วมีคนอ่าน ไม่ได้อยู่ที่ค่าตอบแทนเป็นหลัก

ผมเขียนงานเรื่องแรก ปี 1982 ได้ลงหนังสือ
ได้ค่าตอบแทน 50 บาท....ดีใจมาก

ปี 1989 เรื่องสั้นลงในนิตยสาร วัยหวาน
ได้ค่าตอบแทน 150 ดีใจสุดๆ

ปี 1994-1995 ลบงหนังสือ 3-4 หน
แต่โดนโกงค่าเรื่อง จ่ายไม่ครบ
เจ็บใจ แต่ก็ให้อภัย

ปี 1996-ปัจจุบัน
ได้ค่าลิขสิทธิ์ อย่างยุติธรรมเสมอมา
เมื่อได้ตีพิมพ์ในพ็อคเก็ตบุ๊ค
ร่วมกับเพื่อนนักเขียนคนอื่นๆ

* * *

หากสังเกตจะเห็นว่า งานที่เขียน ที่ทำเพราะเชิงธุรกิจ
จะขาดความลึกซึ้ง และขาดวิญญาณ
ที่ถ่ายทอดผสานตัวหนังสือ

งานเขียน แท้จริงคือต้องใช้ศิลปะ และต้องถ่ายทอดออกมาจากวิญญาณครับ โดยเฉพาะงานเขียวแนววรรณกรรม

ขอบคุณที่แวะไปแบ่งปันครับ

* * * * * * * * * *
ความคิดเห็นที่ 11
komyos วันที่ : 28/02/2008 เวลา : 14.58 น.
http://www.oknation.net/blog/youngmomy
อยู่กับสิ่งที่มี..ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน..

บะหลอก..บ่าหลอด..ข้าเจ้าคุ้นเคยกับผลไม้ชนิดนี้มาเมินเจ้า..ชอบขนาดร๊ำรำ..รสชาดส้มได้ใจ๋ดีแต้ๆ
ฝานเอาแต่เนื้อ..คลุกกับกะปิน้ำปล๋าน้ำต๋าลเหียหน้อยใส่พริกป่น..คลุกหื้อเข้ากั๋นใส่ผักป้อมเป้อ..แล้วจะลืมรสชาดบ่ลง..เจ้า..
หรือเอามาดองเหมือนผลไม้ดองทั้วไป..จิ้มน้ำจิ้ม..ก่อรำเจ้า..
ว่าแล้วน้ำลายไหล..อิอิอิ..

ขอบคุณตี้แวะเวียนไปเยี่มเยือนเจ้า..
เฮาคนเจียงเหมือนกั๋น..เจียงฮายเจียงใหม่...
ความคิดเห็นที่ 10
chalee วันที่ : 21/02/2008 เวลา : 09.39 น.
http://www.oknation.net/blog/chalee
  This land taught me the value of life.   

มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งบอกไว้ว่า
มะหลอด เป็นชื่อที่เรียกกันทั่วไปทางภาคเหนือ บางพื้นที่เรียก สลอดเถา
ภาคใต้เรียก ส้มหลอด มีชื่อวิทยาศาสตร์และพฤกษศาสตร์ว่า Elaeagnus Iatifolia Linn.
อยู่ในตระกูล Elaeagnaceae มะหลอดเป็นไม้ผลพื้นเมืองของไทยที่พบมากทางภาคเหนือตามป่า
ตามทุ่งนาหรือปลูกกันตามบ้านเรือนชนบท

ประโยชน์ ผลดิบทำส้มตำ (พบที่สามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย)
ทำแกงส้ม (พบที่ภาคใต้) ผลสุกใช้กิน และแปรรูปเป็นผลไม้ดอง ผลไม้แช่อิ่ม และที่นิยมในขณะนี้
คือทำไวน์มะหลอด
สรรพคุณทางสมุนไพร....
เป็นยาพื้นบ้านล้านนาใช้เนื้อในเมล็ดผสมเหง้าสับปะรด 7 แว่นกับสารส้มขนาดเท่าหัวแม่มือ
ต้มแล้วนำน้ำมาดื่มแก้โรคนิ่ว รากใช้ผสมรากเติ่ง แช่เหล้าที่ทำจากข้าวเหนียวตำ กินแก้ปวดกระดูก
ปวดหัวเข่า...เดินไม่ได้

ตำราไทย
ดอกและผลกินเป็นยาสมาน คุมธาตุ
ใบกินบำรุงเนื้อหนังให้สมบูรณ์
ผลใช้แก้คลื่นเหียนอาเจียบ
เถาใช้แก้ไข้พิษ เปลือกต้นใช้ขับเสมหะ
เฉพาะดอกใช้แก้ริดสีดวงจมูก แก้ปวดศรีษะ แก้โรคตา


--------------------------------------------------------------------------
เห็นแล้วน้ำลายสอ ถ้ารสเปรี้ยวจี๊ดจ๊าดละก็ถูกใจเลยค่ะ

"ชาลี"
ความคิดเห็นที่ 9
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 17/02/2008 เวลา : 12.38 น.
http://www.oknation.net/blog/LOSTGEO


หวัดดีครับ...

เหมือน ๆ จะเคยเห็นผลมันนะครับ..แต่ไม่รู้จักจริง ๆ

ยังคิดว่ากินไม่ได้ด้วยซ้ำ..

ขึ้นเหนือเที่ยวหน้า..จะลองมองดู..เผื่อเห็นจะได้ลองชิมดูบ้าง

ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 8
redribbons07 วันที่ : 17/02/2008 เวลา : 12.17 น.
http://www.oknation.net/blog/redribbons07

แวะมาทักทาย ค่ะ

ลูกมะหลอดนี่ไม่เคยกินเหมือนกัน ค่ะ

แต่ดูแล้วก็น่ากินค่ะ
ความคิดเห็นที่ 7
feng_shui วันที่ : 17/02/2008 เวลา : 11.26 น.
http://www.oknation.net/blog/buzz
feng_shui

เคยเห็นปลูกอยู่ตามทางแถบภาคเหนือ โดยเฉพาะเชียงใหม่ค่ะ เอามาเล่นกับเพื่อนๆ รสชาติ แปลกๆดีค่ะ
ความคิดเห็นที่ 6
3939900209466 วันที่ : 17/02/2008 เวลา : 08.41 น.
http://www.oknation.net/blog/pinitsatayanon
จุ๊ย์ๆ ข้าพเจ้ากำลังอ่านบทกวี


ถ้ามีโอกาศคงได้ลิ้มรส

ยังไม่เคยรู้จัก มารู้จักที่นี่ครับ

....................

ยินดีที่ได้รู้จักครับ ดีใจด้วย
ความคิดเห็นที่ 5
cancer วันที่ : 17/02/2008 เวลา : 07.42 น.
http://www.oknation.net/blog/ION

มะหลอด ภาคใต้เรียกว่า ส้มหลอด
ประโยชน์ ผลดิบทำส้มตำ แกงส้ม(ภาคใต้)
ทำไวน์ ดองเป็นผลไม้แช่อิ่ม
สรรพคุณ ดอก-ผล กินเป็นยาสมาน คุมธาตุ
ผลแก้คลื่นเหียนอาเจียน
เถา แก้พิษ
เปลือกต้น ใช้ขับเสมหะ
ดอก แก้ปวดศีรษะ

เชิญเยี่ยมที่บ้านค่ะ เป็นเรื่องสมุนไพร สุขภาพ
ความคิดเห็นที่ 4
ลุงไมยราพ วันที่ : 17/02/2008 เวลา : 07.09 น.
http://www.oknation.net/blog/lungmai

ได้มีโอกาสไปทาน"มะหลอด"ถึงโคนต้น
ผลไม้สีสวย รสเปรี้ยว แต่มากคุณค่า
เหมือนผู้หญิงสวยๆ หรือเปล่าไม่รู้นะ......
แต่วันนั้นได้ทาน"มะหลอด"อย่างเต็มอิ่ม
แนมกับน้ำพริกกุ้ง อย่างเอร็ดอร่อยฝีมือ"คุณแม่"เจ้าของบ้าน
ได้พบได้เจอเจ้าของต้น"มะหลอด"กางเกงสีชมพู
ที่มีอะไร ๆ มากมายเกินกว่าคาดคิด.................
และเจ้าของอีกคน ที่เป็นเด็กซุกซนนบนต้น"มะหลอด"
จนหนามทิ่งแทงจนเลือดไหลซิบ.........................
ใส่ยารักษาบาดแผลก็คงหายไม่ยาก....
อย่าปล่อยให้หนามทิ่มแทงใจแบบลุงก็แล้วกัน พุหนองไม่หายชั่วนิรันดร์
ความคิดเห็นที่ 3
ญาใจ วันที่ : 13/02/2008 เวลา : 14.32 น.
http://www.oknation.net/blog/yahyy
@...ถ้าทำแล้วฝืน ก็จงอย่าฝืนที่จะทำ...@

เคยเห็นอยู่บ่อยๆค่ะ เวลาได้ขึ้นไปเชียงใหม่
แต่ยังไม่กล้าชิม
คราวหน้าต้องชิมสะแล้วค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2
BlueHill วันที่ : 13/02/2008 เวลา : 12.50 น.
http://www.oknation.net/blog/charlee
ชมรม OK NATURE @ Save Nature Save Life

มะหลอด เพิ่งเคยได้ยินนี่แหละครับ อยากลองชิมดูครับว่ารสชาติเป็นอย่างไร
ความคิดเห็นที่ 1
ลุงไมยราพ วันที่ : 13/02/2008 เวลา : 12.40 น.
http://www.oknation.net/blog/lungmai

โอ้ก อ้าก กันใหญ่แน่............
สำหรับผู้พิศสมัย ผลไม้รสเปรี้ยว
"มะหลอด"เป็นผลไม้พื้นบ้าน ที่สีสวย รสเปรี้ยว ถูกปากคุณสุภาพสตรี
ว่าแต่ว่า....ผู้ชายแบบลุง ที่"ชอบหวาน"เป็นชีวิตจิตใจ
จะหันมาทานผลไม้รสเปรี้ยว อย่าง"มะหลอด"แถวบ้านนี้บ้างได้ใหมหนอ...............
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29