พิมพ์หน้านี้
|
ในช่วงชีวิตนี้ ความเศร้า พลันถามหาอยู่เรื่อยไป แยกออกไม่ได้ซึ่งความชังและความรัก ตัณหากิเลส ที่อยู่ภายในใจก็พลอยหายไป ให้คิดแต่เรื่องเศร้าๆ ครั้นมาคิดถึงข้อดีของความเศร้า ก็เห็นคุณประโยชน์ของมัน ที่ปรากฎออกมาได้อย่างไม่น่าเชื่อแก่ใจ ให้เราไม่หมกมุ่น ทั้งยังสามารถละเว้น จากความคิดอันบาปชั่วช้า นั่นคือกิเลส ตัณหา สิ่งซึ่งกัดกร่อนจิตวิญญาณและร่างกาย มากกว่าที่จะมีโศกโศกาในขณะนั้น
การเจริญเติบโตของความเศร้า และกิเลสตัณหานั้น แตกต่างกัน... ความโศกความเศร้า... มีอยู่เพียงช่วงหนึ่งช่วงใดของชีวิต หากเรามีโศก ผลที่ตามมาจะมีอยู่สองประการ ประการแรก...หากเรามุ่งแปรเปลี่ยนจากความเศร้า ให้เป็นโลกที่ประดับด้วนสวนดอกไม้ ที่มีชาวสวนตัดกิ่งให้ดูงามตา รดน้ำเช้าเย็นอยู่ทุกวันไป มีสายธาราที่ไหลล่องมาตามลำธาร มีแสงสุรีย์ที่ส่องประกายจับใจ มีท้องฟ้านภาที่ดูมีชีวิตชีวา ...เมื่อนั้นเราซึ่งเป็นสวนดอกไม้ ได้แลเห็นซึ่งการแลดูของชาวสวน ที่เหมือนคนที่คอยฟูมฟักดูแลเรา ให้เจริญงามแก่สายตา... ก็จะกลายเป็นสวนที่สวยงามอยู่ตลอดไป.
ประการที่สอง...ความเศร้าที่มาทิ่มแทง (แล้ว) ประชดประชันความเศร้าทันใด โลกของผู้นั้นก็จะกลายเป็น โลกที่มีแต่ความเห็นผิด คิดมุ่งร้ายอยู่เสมอ โลกซึ่งมีแต่แสงสว่างจากไฟที่มีมลทิน ซึ่งทำลายร้ายแรงต่อสวน ให้มอดไหม้ จนกลายเป็นเศษผงธุลี และเขม่าควัน อันไม่เป็นที่พึงประสงค์ ต่อการเที่ยวการชมสวน สิ่งซึ่งกลับกลายมาเป็น... กิเลสตัณหา... สิ่งซึ่งทำร้ายจิตวิญญาณ และจะกลับหวนมาเป็น... ความเศร้าอีกครั้งหนึ่ง
เราทุกคนมีช่วงเวลาที่มีความสุขความโศก โดยเฉพาะแก่ความโศกนั้น ให้เราคิดพลันมาถึงข้อความดี ให้เห็นแก่ชีวิตของเรา ซึ่งจะต้องดำรงอยู่ต่อไป ไม่ให้ตกอยู่แก่ความเศร้านั้น จนเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาว่า... ความเศร้านั้นมีประโยชน์เพียงไร.
|
| << | กรกฎาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | 31 | ||||