พิมพ์หน้านี้
|
Abstract: ทฤษฏีสัมพันธภาพที่ใช้ในการเปรียบเทียบของมวล พลังงานและความเร็ว อาจนำใช้เพื่ออธิบายความแตกต่างทางความคิด และจุดร่วมของสองฝั่งความเห็นซึ่งอาจนำมาซึ่งความรอมชอมและพัฒนาไปสู่สันติภาพได้ ทฤษฎีสัมพันธภาพได้ระบุถึงความสัมพันธ์ของมวลและพลังงาน โดยแสดงผลเป็นสมการที่โด่งดังคือ E = mc2 ซึ่งบทการอธิบายทฤษฎีสัมพันธภาพนอนเหนือจากการอธิบายความสัมพันธ์ของมวล พลังงาน และเวลา แล้ว ไอน์สไตน์ได้เคยให้คำนิยามของทฤษฏีสัมพันธภาพไว้ในเชิงเปรียบเทียบที่โด่งดังโดย สมมุติว่ามือเขาเรากำลังสัมผัสกับสาวงาม เวลาเป็นอนันต์เหมือนแค่เสี้ยววินาที แต่ถ้าเราเอามือไปสัมผัสกับกระทะร้อนๆ เสี้ยววินาที เหมือชั่วกัลปาวสาน ทฤษฏีสัมพันธภาพ เป็นการอธิบายถึงการรับรู้ที่เป็นผลมาจากการเปรียบเทียบ เช่น ถ้าเราเอาช้างไปเทียบกับมด ช้างจะดูใหญ่มหึมามาก แต่ถ้าเอาช้างไปเทียบกับ Big-zam ก็จะเห็นช้างตัวจ้อยไปถนัดตา หรือสมมุติว่าเราเอาทีมวัตฟอร์ดมาเทียบกับแมนยูฯเราคงบอกว่าวัตฟอร์ดกระจอกสิ้นดี แต่ถ้าเราเอาวัตฟอร์ดมาเทียบกับทีมชาติไทยก็คงยากจะหาคนมาแทงข้างทีมไทยเป็นต้น (เอ แต่ทีมชาติเราก็ไม่กระจอกขนาดนั้นหรอกเนาะ) ในแง่มุมของความคิดเชิงการเมือง อย่างภาวะปัจจุบันระหว่างฝ่ายเอาทักษิณกับไม่เอาทักษิณ หรือจะบอกว่าฝ่ายเศรษฐกิจพอเพียงกับเศรษฐกิจก้าวหน้า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมเกิดจากการเปรียบเทียบ เมื่อฝ่ายหนึ่งบอกว่ากล้าได้กล้าเสีย แต่อีกฝ่ายบอกว่าปลอดภัยไว้ก่อน ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็ย้ำคิดย้ำทำ กับแนวคิดของตน อันความจริงก็อาจบอกได้ว่า ทั้งฝ่ายเศรษฐกิจก้าวหน้าและเศรษฐกิจพอเพียงถูกทั้งคู่และผิดทั้งคู่ เพราะการที่จะนำหลักการใดมาใช้ ก็ขึ้นอยู่กับสภาวการณ์ของประเทศในขณะนั้น (บุคคลากร ทรัพยากร สเถียรภาพของภายในและภายนอก) ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบเชิงสัมพันธภาพนั่นเอง สองภาพด้านบน: ความเหมือนและความแตกต่างของการต่อต้านซึ่งกันและกัน ถ้าเราตัดความนิยมในตัวคนออก และตัดกลุ่มตัวปัญหาบางกลุ่มที่เป็นหัวโจกในการคอรัปชั่น เราจะพบว่า คนส่วนใหญ่ไม่ว่าจะโปร เศรษฐกิจก้าวหน้า หรือเศรษฐกิจพอเพียง มีจุดร่วมกันอยู่ที่ความหวังดีต่อประเทศชาติ เหมือนๆกัน คำถาม ณ จุดนี้ คงต้องถามว่า เพื่อขจัดความขัดแย้งให้เกิดสันติภาพขึ้นมา เราจำเป็ต้องให้ทุกฝ่ายเห็นไปในทางเดียวกันให้หมดหรือไม่ โดยหลักสัมพันธภาพนั้น ของสองสิ่งย่อมไม่อาจเหมือนกันได้ทุกกระเบียดนิ้ว เพราะถ้าของสองสิ่งนั้นเหมือนกันย่อมไม่อาจนำมาเปรียบเทียบกันได้ หรือก็คือสัมพันธภาพของทั้งสองสิ่งย่อมไม่เกิด ความสวยงามของสังคมนั้นเกิดขึ้นมาจากความแตกต่าง เพราะเราสามารถเห็นความแตกต่างนั้น จึงสามารถเปรียบเทียบและเกิดตัวตนหรือ identity ของตนขึ้นมา ตัวตนของสันติภาพในความเห็นของผม สันติภาพก็คือสภาพความสมดุลของความแตกต่างที่อยู่รวมกัน ซึ่งอาจมีความขัดแย้ง แต่ก็มีความสัมพันธ์ ความสมดุลนี้ถ้าเปรียบก็เหมือนพวก Sith และ Jedi ที่ถ้าพลังด้านสว่างสูงเกินไป Sith ก็จะเกิดขึ้นมาจาก Jedi หรือถ้า Jedi สิ้นสูญ Sith ก็จะเกิดขึ้นมา สัมพันธภาพ จะต้องมีทั้งสองด้าน ถ้าด้านหนึ่งเราดีกว่าเขา ก็จะต้องมีอีกด้านหนึ่งที่เขาดีกว่าเรา และอาจดีพอกันทั้งคู่ที่สถานการณ์ทางการเมืองที่ต่างกัน เศรษฐกิจพอเพียง และเศรษฐกิจก้าวหน้า ก็เหมือนสองข้างของตาชั่ง ที่ถ้าด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป ตาชั่งก็จะเสียศูนย์และพาทุกอย่างพังทลายลงมา หรือจากข้อสรุปของผม ถ้าเรามุ่งแต่จะสร้างสังคมอุดมคติที่มีแต่สีขาว ท้ายสุดสังคมนั้นก็คงจะพังทลายลง เพราะการขาดความแตกต่าง ซึ่งก็เป็นการขาดตัวตนของเรานั่นเอง โดยสรุปของทฤษฎีสัมพันธภาพแบบของผม สันติภาพไม่ใช่สภาพที่คนเราต้องเห็นด้วยกันทั้งหมด แต่สันติภาพเป็นสภาพที่เราสามารถรักษาความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันภายใต้ความแตกต่าง สันติภาพจะดำรงไม่ได้ถ้าเราไม่ฟังซึ่งกันและกัน แต่สังคมก็ดำรงไม่ได้เช่นกันถ้าไม่มีความแตกต่าง สันติภาพที่แท้จริงอาจไม่ใช่สังคมอุดมคติที่ทุกคนเห็นดีเห็นงามไปในเรื่องเดียวกัน แต่สันติภาพเป็นการอยู่ร่วมกันของคนที่มีความแตกต่างภายใต้การยอมรับซึ่งกันและกันครับ ผมอยากบอกว่า นี่เป็นบทความที่ผมต้องใช้หัวกบาลขบคิดเป็นอย่างมาก เพราะหัวข้อสันติภาพเป็นหัวข้อเปิด ตอนแรกผมอยากเล่นเอาง่ายๆนำสมการรูปหัวใจมาลงให้ดู แต่ พอดีมีข่าวที่ Stephen Hawking ได้ไปสัมผัสสภาพไร้น้ำหนัก เลยนึกถึงหนังหสือ เรื่อง A brief history of time ขึ้นมา หนังสือเล่มนี้เป็นคำตอบทั้งหมดของคำว่าสันติภาพในความหมายของผม ถ้าท่านได้ซื้อหนังสือเล่มนี้ อยากให้เปิดไปหน้าประวัติของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เขาเคนปฏิเสธคำชวนให้ไปดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของอิสราเอล ซึ่งท่านได้ตอบปฏิเสธ ด้วยเหตุผลที่ว่า สมการมีความสำคัญต่อผมมากกว่า เพราะการเมืองคือการกระทำเพื่อปัจจุบัน แต่สมการจะยังประโยชน์ไปชั่วกัลปวสาน ถ้ามนุษย์เรามีความสามารถที่จะเห็นถึงความยิ่งใหญ่ของจักรวาลและเมื่อได้มองย้อนเปรียบเทียบกับความขัดแย้งในสังคมซึ่งเป็นเรื่องเล็กน้อยของสิ่งมีชีวิตคาร์บอนบนดาวดวงเดียว มนุษย์เราคงสามารถเข้าใกล้สันติภาพกันอีกสักก้าวหนึ่งครับ |
||||||
| What LEGO can do!? | ||
Praise to LEGO God hand, we ain't worthy!!! |
||
|
View All |
||
| << | เมษายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||