พิมพ์หน้านี้
|
ประเด็นร้อนของรัฐธรรมนูญคราวนี้เป็นประเด็นที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นประเด็นขึ้นมาได้ นั่นคือการเรียกร้องและต่อต้านให้บรรจุศาสนาพุทธไว้อยู่ในรัฐธรรมนูญ โดยส่วนตัวผม ผมว่ายังมีประเด็นอื่นๆมากมายที่ควรถกเถียงกับสาระของรัฐธรรมนูญ เช่นประเด็นสิทธิมนุษยชน แต่ในขณะนี้ รัฐธรรมนูญเสมือนอยู่บนกลางตาชั่งที่พร้อมจะร่วงลงเหวไม่ว่าจะบรรจุพุทธศาสนาหรือไม่บรรจุพุทธศาสนาก็ตาม วันนี้ผมจึงขออนุญาตวิเคราะห์และวิจารณ์ความเหมาะสมของการบรรจุพุทธศาสนาไว้ในรัฐธรรมนูญ พื้นฐานเจตนารมณ์ ของรัฐธรรมนูญที่คนอยากให้บรรจุพุทธศาสนาไว้ คือต้องการสนับสนุนพุทธศาสนาให้รุ่งเรืองสืบไป และโดยที่ประเทศไทยนับถือศาสนาพุทธเป็นหลัก การบรรจุศาสนาในรัฐธรรมนูญอย่างคริสต์นิกาย โปรเตสแตนท์ ในอังกฤษ หรือการบรรจุศาสนาอิสลามไว้เป็นกฎหมายในตะวันออกกลางก็มีตัวอย่างให้เห็น อย่างไรก็ตาม การบรรจุศาสนาพุทธ กลับจะมีข้อขัดแย้งที่สำคัญถ้าจะให้บรรจุไว้เป็นกฎหมาย เจตนารมณ์ของศาสนาพุทธ พระพุทธเจ้าได้ประกาศไว้ชัดเจนในโอวาทปาฏิโมกข์ ในเรื่องการเผยแพร่พุทธศาสนา หนึ่งในนั้น คือ อนูปฆาโต ไม่ทำร้ายใคร และถ้าจะอ้างอิงกับวาทะอื่นๆเช่น อักขาตาโร ตถาคตา ตถาคตเป็นเพียงผู้บอก ส่วนผู้ใดจะปฏิบัติก็สุดแท้แต่ (ปฏิบัติได้ก็ดีสำหรับตนเอง) ศาสนาพุทธเป็นศาสนาเปิด เราไม่บังคับให้ใครเชื่อ ไม่บังคับให้ใครปฏิบัติ แม้แต่คำสอนของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าท่านยังเตือนไว้ในกาลามสูตร เพราะการปฏิบัติเป็นเรื่องส่วนบุคคลพึงกระทำด้วยความเต็มใจ พึงใช้ปัญญานำไม่ใช่การทำเพราะเห็นคนอื่นเขาทำ ไม่ใช่ทำเพราะถูกบอกหรือบังคับให้ทำ แต่ทำด้วยความรู้และความเข้าใจ แต่กฎหมายไม่เป็นเช่นนั้น กฎหมายเป็นการบังคับให้กระทำและไม่กระทำ เพื่อรักษาไว้ซึ่งระเบียบของสังคม ถ้านำพุทธศาสนา มาบังคับไว้ในรัฐธรรมนูญ สิ่งอันใดที่ขัดกับศาสนาพุทธย่อมเป็นเหตุอ้างว่าผิดกฎหมาย นั่นคือ ศาสนาพุทธจะมีสภาพเป็นการบังคับ ซึ่งย่อมขัดแย้งต่อพื้นฐานการเป็นศาสนาเปิด ขัดแย้งต่อการเป็นศาสนาแห่งการเรียนรู้ เพราะไปบังคับปฏิบัติเสียแล้ว แถมยังจะเป็นการขัดต่อเจตนารมณ์ที่ประกาศไว้ในโอวาทปาฏิโมกข์แล้วเช่นนี้มิใช่ว่าเรากำลังทำลายพุทธศาสนาลงหรอกหรือ ในหลายศาสนา เขาจะใช้วิธีบังคับก็เรื่องของเขานะครับ แต่ศาสนาเราทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะหลักการทางศาสนาไม่เหมือนกัน ผมหวังว่าบทความนี้จะลดอุณหภูมิความขัดแย้งเรื่องการนำพุทธศาสนาบรรจุหรือไม่บรรจุในรัฐธรรมนูญ แล้วเราจะได้มาพิจารณาประเด็นอื่นๆที่สำคัญกว่าต่อไปครับ อ้างอิง โอวาทปาฏิโมกข์ http://www.dhammakaya.or.th/events/480223_th.php กาลามสูตร http://www.navy.mi.th/newwww/code/special/budham/tp/tp200366.htm เข้ามาอ่านแล้ว ยังไงก็อย่าลืมอ่าน tag for peace ของผมต่อด้วยนะครับ http://www.oknation.net/blog/whatsoevermization/2007/04/29/entry-1 เพิ่มเติม1 ขอแถมนิทานอีกเรื่องหนึ่ง เพราะปัญหาเรื่องจะเอาพุทธศาสนาลงในรัฐธรรมนูญหรือไม่ลง มันเป็นสภาพที่เหมือนกับนิทานเรื่องนี้จริงๆ นิทาน: น้ำผึ้งหยดเดียว ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งแต่ก่อนมาชาวบ้านทุกคนต่างรักใคร่สามัคคีปรองดอกันด้วยดี จนวันหนึ่งมีคนหาบน้ำผึ้งเดินผ่านหมู่บ้านแห่งนี้และบังเอิญทำน้ำผึ้งหยดลงพื้นดินหนึ่งหยดจิ้งจกตัวหนึ่งคลานมาพบก็ตรงเข้าแลบเลียเป็นอาหาร แมวมาเจอจิ้งจกก็รีบกระโดดเข้าตะครุบสุนัขเห็นแมวก็เข้ามาไล่กัด เจ้าของแมวเห็นสุนัขมากัดแมวของตนเลยเอาไม้ไล่ตี เจ้าของสุนัขได้ยินเสียงร้องก็วิ่งออกมาดู พอรู้ว่าสุนัขของตนถูกเพื่อนบ้านไล่ตี จึงตรงเข้าชกต่อยเจ้าของแมว ญาติของเจ้าของแมวได้ยินเสียงการต่อสู้จึงรีบออกมาช่วย ญาติฝ่ายเจ้าของสุนัขเห็นพรรคพวกของตนถูกทำร้ายก็ออกมาช่วยเช่นกัน การต่อสู้ดำเนินไปอย่งดุเดือด จากการใช้มือใช้ไม้กลายเป็นมีด ปืน และอาวุธชนิด ต่าง ๆ จนมีการบาดเจ็บล้มตาย ผู้คนในหมู่บ้านแบ่งออกเป็นสองฝ่ายคือ พวกเข้าข้างเจ้าของสุนัขและพวกที่เข้าข้าง เจ้าของแมว เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพลี่ยงพล้ำจนเหลือกำลังน้อยกว่า ก็ออกไปชักชวนญาติหรือ เพื่อน ๆ ของตนที่อยู่ต่างหมู่บ้านมาช่วย จนกลายเป็นสงครามกลางเมือง กว่าเจ้าเมืองจะส่ง คนมายุติศึกได้ ผู้คนก็ล้มตายไปเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้เพราะต่างฝ่ายต่างขาดการยับยั้งชั่งใจ และไม่รู้จักการพิจารณาเหตุผล หากเจ้าของสุนัขและเจ้าของแมวเจรจาสอบถามเรื่องราว ให้เป็นที่เข้าใจถึงต้นสายปลายเหตุก่อนที่จะหุนหันพลันแล่นทำอะไรไปตามอารมณ์แล้ว เหตุการณ์คงจะไม่ลุกลามบานปลายเหมือนดังกรณีของน้ำผึ้งหยดเดียวในเรื่องนี้ อันที่เราจะบรรจุพุทธศาสนาลงในรัฐธรรมนูญนั้น จะมีข้อดี ก็ย่อมมีข้อเสีย แต่ปัญหาเรื่องบรรจุหรือไม่ก็ยังไม่ใช่ปัญหาหลัก รัฐธรรมนูญเป็นแม่บทของทุกกฎหมายที่จะใช้เพื่อคุ้มครองประชาชนให้มีสิทธิเสรีภาพ ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ ทั้งๆที่เราเผชิญปัญหาการคอรัปชั่น ปัญหาการละเมิดสิทธิ การเลือกปฏิบัติในสังคม แต่เราก็จะมาโหวตเอา ไม่เอากันแค่เรื่องศาสนา มันดูไปก็คล้ายนิทานน้ำผึ้งหยดเดียวเสียเหลือเกินครับ ที่มา: http://www.school.net.th/library/create-web/10000/generality/10000-2048.html เพิ่มเติม 2: ตอนนี้ท่านล่างฟานหวินเขาเขียนอ้างอิงมาครบเลยครับ ไม่ต้องดูเวบอื่นไปดูหน้านี้ของล่างฟานหวินเลย อาจยาวสักนิดแต่ถ้าทำใจเย็นๆแล้วค่อยๆอ่าน ค่อยๆคิดน่าจะเข้าใจได้ละเอียดกว่ามาฟังคนอื่นเค้าวิเคราะห์ครับ http://www.oknation.net/blog/langfanvhin/2007/05/01/entry-1 |
| What LEGO can do!? | ||
Praise to LEGO God hand, we ain't worthy!!! |
||
|
View All |
||
| << | เมษายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||