พิมพ์หน้านี้
|
มีหลายคำถามเกิดขึ้นเหลือเกินว่าที่มีการลงนามปฏิญญากรุงเทพเพื่อแก้ไขภาวะโลกร้อน และมีการจัดกิจกรรมปิดไฟ 15 นาที สิ่งนี้มีความหมายอะไรต่อการใช้พลังงานในภาพรวมของประเทศ ในขณะที่การใช้พลังงานของประเทศไทยมีถึง 88 MTOE แต่การปิดไฟ 15 นาทีส่งผมถึงการลดการใช้ไฟเพียง 0.0000006 MTOE ซึ่งเล็กน้อยมากที่จะมีผลต่อการลดการปล่อย Carbondioxide สู่บรรยากาศ โดยสามารถลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 4 พันกิโลกรัมตลอดช่วงเวลานั้นๆ ผมขอบอกไว้ก่อนเลยว่าผมเห็นด้วยกับวิธีการของคุณ อภิรักษ์ ไม่ใช่ในแง่ของจำนวนการลดคาร์บอนไดออกไซด์ แต่ในแง่การสร้างผลกระทบทางอ้อม ลองติดตามอ่านดูครับ ว่าคุณเห็นด้วยกับผมไหม กิจกรรมปิดไฟ 15 นาที ลดการใช้ไฟ 30 MW อาจดูเล็กน้อยในแง่ของพลังงานโดยรวม แต่สิ่งสำคัญของกิจกรรมนี้ไม่ใช่การลดการใช้พลังงานโดยตรง มันเป็นการส่งสัญญาณจากผู้บริโภคถึงผู้ผลิตว่า ผู้บริโภค หรือคนไทย ให้ความสำคัญกับการลดการใช้พลังงานขนาดไหน ผู้ผลิตของไทยในปัจจุบันต้องบอกว่าแทบไม่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์พลังงาน ยิ่งไม่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ถ้าสังเกตให้ดีนะครับ ในโฆษณาของบ้านเรา นอกจากเครื่องใช้ไฟฟ้า แทบไม่มีผลิตภัณฑ์ของใช้ทั่วไปที่มีการโฆษณาถึงระดับความสามารถในการอนุรักษ์พลังงานเลย ทั้งๆที่การผลิตทุกชนิด ไม่ว่าน้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก กาแฟผง นมผง อาหารสำเร็จรูป เครื่องดื่ม ต้องมีการใช้พลังงานทั้งนั้น โรงงานผมปีที่แล้วได้รับรางวัลโรงงานอนุรักษ์พลังงานดีเด่น แต่ผลิตภัณฑ์ของเราจะไม่มีการโฆษณาถึงรางวัลที่ได้นี้เลย เพราะ ฝ่ายการตลาดเชื่อว่า การอนุรักษ์พลังงานไม่สามารถนำมาเป็นจุดโฆษณาได้ ก็จะมีการโฆษณาในแง่องค์กรจริยธรรมบ้าง ดูแลสิ่งแวดล้อมบ้าง (มันจะดูแลสิ่งแวดล้อมได้ยังไงถ้าไม่ลดการใช้พลังงาน ตัวต้นเหตุภาวะโลกร้อน) ดังนั้นการแสดงพลังของผู้บริโภคจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันในหมู่ผู้ผลิต ผมคงต้องลากไส้พวกเดียวกันเองเล็กน้อย ปรกติแล้ว ค่าใช้จ่ายในการผลิต ผลิตภัณฑ์นั้น มีประมาณร้อยละ 1-2 แต่เป็นมูลค่าการส่งเสริมการตลาดซะร้อยละ 10 20 ดังนั้น สิ่งที่ผู้ผลิตเห็นเกี่ยวกับพลังงานจึงเป็นเรื่องเล็กน้อยเหลือเกินเมื่อเทียบกับต้นทุนส่วนอื่น ทั้งๆที่ผู้ผลิตเป็นผู้ที่กำลังใช้ทรัพยากรอันสำคัญนี้อยู่ ทรัพยากรที่หมดแล้วหมดเลยกลับราคาถูกกว่าค่าโฆษณา เวรจริงๆ หลายๆผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะแอร์ยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งมีประสิทธิภาพต่ำจนสมควรเอาไปฆ่าทิ้ง (อันที่โฆษณาว่าวิศวกรของยี่ห้อเขาดูแลดีนั่นแหละ) เขาสนใจแค่การทำให้ผู้บริโภคเชื่อว่าแอร์เขาดี ขายได้ก็พอแล้ว ซึ่งก็เพราะ trend ของผู้บริโภคสื่อไปไม่ถึงผู้ผลิตนั่นเอง ดังนั้น ในฐานะประชาชนคนไทย สิ่งที่เราทำได้ ก็คือการทำกิจกรรมเพื่อแสดงพลังให้ผู้ผลิตเห็นว่า กิจกรรมการแก้ปัญหาโลกร้อนขายได้ กิจกรรมการแก้ปัญหาแหล่งน้ำขายได้ กิจกรรมอนุรักษ์พลังงานขายได้ เพื่อให้เขาเหล่านั้นปรับปรุงตนเอง เพื่อเอาผลการปรับปรุงมาเป็นจุดขาย แน่นอนว่า สื่อมวลชนจะมีบทบาทสำคัญในที่นี้ คือการให้ความรู้และการตรวจสอบ ไม่ใช่เหมือนแอร์ยี่ห้อที่แค่ได้รับรองเป็นแอร์เบอร์ 5 แต่ประสิทธิภาพต่ำสุดในท้องตลาด มาโฆษณาว่าแอร์ยี่ห้อเขา ประหยัดพลังงาน ปล 1: นิดนึงนะครับ เกี่ยวกับแอร์ เวลาเลือกซื้อ คุณเคยรู้ไหมว่ามันมีตัวเลข BTU/kW กำกับอยู่ด้วย ลองเดินเล่นแล้วเทียบดู แอร์บางตัวยี่ห้อก็ออกดัง แปะไว้ว่าเบอร์ 5 แต่ BTU/kW หลุดเกณฑ์ชาวบ้านชาวช่องเขา คนก็ซื้อเพราะเข้าใจแค่เบอร์ 5 แปลว่าดี ยี่ห้อดังแปลว่าดี ไม่ได้รู้ว่าคำว่าดีสมัยโน้นตอนตั้งเกณฑ์กับดีสมัยนี้ มันผิดกันครับ ปล 2: งานนี้ผมก็ยังไม่ได้ลงเรื่องสถานการณ์พลังงานโลกอีกเช่นเคย หัวข้ออาถรรพ์จริงๆ จะเขียนแล้วก็ต้องมีเรื่องเข้ามาขัดทุกทีสิน่า นี่ แม่หมู เขียนให้แล้วนะ โหวตให้ด้วยล่ะ (เหอๆๆ ทวงๆๆ) ปล 3: กลับมาแก้ Censor บางข้อความและปรับคำพูด เอ ทำไมอ่าน comment แล้วเหมือนว่า หลายๆคนเห็นว่าผมกำลังด่าโครงการนี้อยู่ได้หว่า สงสัยอ่านแค่หัวข้อแล้วเลือดขึ้นหน้าเข้ามา comment รึเปล่าเนี่ย โพสแล้วนะ โพสเสร็จแบบอุ่นๆเลยด้วย แม่หมูนั่นแหละ จะอัพบล็อกรึเปล่า ไม่ใช่หลอกให้คนอื่นเค้ารอเก้อล่ะ |
| What LEGO can do!? | ||
Praise to LEGO God hand, we ain't worthy!!! |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||