พิมพ์หน้านี้
|
เปิดบล็อกมาก็ครึ่งปีกว่า.. เขียนมา 99เรื่องแล้วก็ชะงักเพราะว่าอยากจะให้เรื่องที่ 100 เป็นเรื่องพิเศษหน่อยเกี่ยวกับตัวเลขนี้.. คิดไปคิดมาหลายวันมาสรุปได้ที่เรื่องใกล้ตัวมาก...เรื่องนี้ 100 ปี บางรัก (ษ์)
ภาพจากงาน100ปีบางรัก http://www.taklong.com/pictpost/s-pi.php?No=23865 ที่ว่าใกล้จริงๆเพราะเขตนี้เป็นทั้งที่อยู่ที่ทำงาน.. เขตบางรักนี้เดิมเป็น 1 ใน 8 อำเภอของกรุงเทพฯ ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อสมัยรัชกาลที่ 5 ในวันที่ 5 มิถุนายน ร.ศ.127 หรือ พ.ศ.2450 นั่นเอง มาถึงวันนี้มีอายุก็ครบ 100 ปีพอดี เขาจัดงานกันที่ไปรษณีย์กลางแต่เราก็พลาดไปเพราะติดธุระ ไม่เป็นไรยังพอมีเรื่องเล่าให้ฟัง.. ภาพที่เห็นเป็นพอสังเขปเก็บตกมาจากเว็บต่างๆทำลิงค์ไว้ให้คลิกชมในส่วนที่ตัวหนังสือเป็นสีส้มได้ค่ะ หากจะพูดถึงความเป็นมาของย่านบางรัก ก็น่าจะต้องย้อนไปเมื่อสมัยที่รัชกาลที่ 1 ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี หลังจากที่พระองค์ได้พระราชทานพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกทางตอนใต้พระบรมมหาราชวัง หรือบริเวณสำเพ็งในปัจจุบันให้ชาวจีนได้อยู่อาศัย
ภาพเก่าๆตลาดบางรักครั้งยังมีรถรางอยู่ หลังจากนั้นจึงได้พระราชทานที่ดินต่อจากบริเวณสำเพ็งลงไปคือบริเวณวัดกาลหว่าร์(สี่พระยา)ให้เป็นชุมชนของชาวคริสต์ ดังนั้นจึงเกิดการขยายตัวของชุมชนลงไปตามลำน้ำเจ้าพระยา เกิดเป็นชุมชนการค้าที่มีความเจริญและเป็นที่พักอาศัยของชาวต่างชาติ จนมีการตั้งสถานที่ราชการของชาวต่างชาติเช่นชาวยุโรปขึ้นหลายแห่ง รวมถึงสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่างๆเช่น วัดคาธอลิค โบสถ์คริสเตียน สุเหร่ามุสลิม วัดฮินดู ศาลเจ้าจีน และแน่นอนวัดพุทธที่มีอยู่มากมายในเขตนี้
โบสถ์กาลหว่าร์-สี่พระยา หลังแรกสร้างขึ้นเมื่อปี2329 ที่เห็นในภาพคือปัจจุบันสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่5 (สร้างตั้งแต่ พศ.2434ถึง2441จึงแล้วเสร็จ) เป็นโบสถ์สไตล์ Gothic ริมน้ำเจ้าพระยาที่งามน่าชม ขยับลงมาอีกคุ้งน้ำ.. แถวๆ ท่าน้ำโอเรียนเต็ล ก็มีโบสถ์อัสสัมชัญ เป็นโบสถ์คาทอลิกที่สวยงามเก่าแก่ไม่แพ้กัน.. สร้างขึ้นในปี พศ.2352 และเคยได้มีโอกาสรับเสด็จสมเด็จประสันตปาปาจอห์นปอลที่2 เมื่อคราวเสด็จเยือนประเทศไทยในปี พศ.2527 ด้วยค่ะ ภายในโบสถ์มีการตกแต่งงดงามมาก แต่ถ้าอยากเข้าไปถ่ายภาพต้องขออนุญาติทางสำนักงานของโบสถ์ก่อนค่ะ ภายในโบสถ์อัสสัมชัญบางรัก ชมโบสถ์กันไปแล้ว มาชมวัดพุทธกันบ้างดีกว่า.. แนะนำวัดใกล้ตัวสมัยคอซองเพราะเป็นวัดเดียวกับชื่อโรงเรียนมัธยมของเราเอง.. วัดมหาพฤฒาราม เป็นวัดเก่าแก่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่4
วัดมหาพฤฒารามด้านในและด้านนอกพระอุโบสถ และอีกวัดหนึ่งซึ่งปัจจุบันบูรณะได้สวยงามไม่แพ้ใครและถ้าขึ้นบันไดเลื่อนจากรถไฟใต้ดินสถานีหัวลำโพงก็จะได้เห็นความงดงามของวัดนี้ก่อนเป็นอันดับแรก.. ก็วัดหัวลำโพงนั่นแหละค่ะ เพิ่งบูรณะเสร็จใหม่ๆใกล้เคียงกับรถไฟใต้ดินเปิดทำการพอดี.. ด้านในก็สวยมีภาพจิตรกรรมฝาผนังงดงามน่าชม อีกวัดหนึ่งที่เดินไปไม่ไกลจากตลาดบางรัก คือวัดสวนพลู อันเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อวัดป่าเลไลย์ และยังมีวิหารเจ้าแม่กวนอิมพันมือด้วย อยู่ซอยเดียวกับโรงแรมแชงการีล่า เดินเข้าไป2-300 เมตร พาเข้าวัดแล้วพาเลี้ยวมาชมมัสยิดกันบ้าง.. เดินเรื่อยมาถึงซอยเจริญกรุง 46 ก็จะเห็นมัสยิดเก่าแก่คือมัสยิดบ้านอู่ ตั้งอยู่.. เป็นมัสยิดดั้งเดิมของแถบนี้ตั้งแต่ปี 2455 สมัยรัชกาลที่ 4 โปรดให้พื้นที่สำหรับมุสลิมอินโดฯที่เจ้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ไม่เคยได้เข้าไปแต่ได้ภาพจากอินเตอร์เน็ตมาให้ชม และอีกสีสันที่ขาดไม่ได้ของเขตบางรัก คือวัดฮินดูหรือที่เราเรียกกันว่าวัดแขกใจกลางถนนสีลม กับสีสันสวยงามจัดจ้านและสถาปัตยกรรมแบบอินเดียแท้ๆ พร้อมบรรยากาศแบบเมืองแขกครบครัน แต่มีชาวจีนจำนวนมากที่ศรัทธาและเข้ามากราบไหว้และประกอบพิธี โดยเฉพาะ นวราตรี ในเดือนกันยา ที่เป็นงานใหญ่ของถนนสีลมกันเลยเชียว ที่นี่เวลาไว้หลังจากที่ให้ถาดเครื่องไหว้ไปแล้ว เขาจะส่งอาหารในถาดกลับคืนมาเป็นบางอย่าง.. ให้เก็บกลับไปไหว้และรับประทานได้เพื่อเป็นศิริมงคล วัดพระศรีมหาอุมาเทีในศาสนาฮินดู(วัดแขก)บนถนนสีลม ชมวัดกันจนเหนื่อยเมื่อยและหิว.. แวะหาที่พักพิงรองท้องกันก็ต้องไปร้านเก๋าๆเก่าๆเหล่านี้ เริ่มที่เจ้าประจำของเราก่อน "ร้านเป็ดย่างประจักษ์" เปิดมา 98 ปีกว่า จะครบร้อยปีอีกไม่นานพอๆกันกับบางรักเราเลย อยู่ริมถนนช่วงกลางๆบางรักฝั่งศรีเวียง เปิดตั้งแต่เช้าถึงเกือบสามทุ่ม รสชาติเป็ดร้านนี้เป็นตัวของตัวเองค่อนข้างมากเพราะสูตรปรับปรุงมาให้ถูกปากคนไทย ไม่ค่อยกวางตุ้งเท่าไหร่ และสำหรับคนชอบชิมเป็ดย่าง ในซอยตรอกซุงนอกจากข้าวขาหมูก็มีเป็ดอีกสองร้านคือ เป็ดย่างนายสูง กับ ร้านแสนยอด สองร้านนี้ก็อร่อยเหมือนกันต้องลองไปชิมเปรียบเทียบกันดู ร้านแสนยอดมีอาหารจีนอย่างอื่นด้วย ทั้งติ่มซำและแบบโต๊ะจีนมื้อเย็นก็มี มีป้ายหมึกแดงรับประกันความอร่อย ข้าวหน้าเป็ดของโปรดของใครกันบ้าง จากร้านข้าวหน้าเป็ดเดินเลี้ยวมาถึงตึกState Tower ที่แบ่งบางส่วนเป็นโรงแรมLe Bua และชั้นบนซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านอาหารสุดหรูแพงหูฉี่ "Sirocco" แลกด้วยวิวมุมสูงของกรุงเทพฯ ที่ได้เห็นทั้งคุ้งน้ำ สะพาน ถนน บ้านเรือน.. แต่ถ้าใครกลัวความสูงมักจะยอมแพ้ตั้งแต่ขึ้นลิฟท์ที่เร็วจนหูอื้อตาลาย แต่ก็คุ้มเพราะวิวสวยจริงๆ พักหลังมีการนัดดินเนอร์กันที่นี่เพื่อขอแต่งงานโดยเฉพาะกันไปหลายคู่เท่าที่รู้มาจนสาวที่ไหนได้รับเชิญมามักจะขาสั่นพั่บๆทั้งประเภทสั่นสู้และสั่นถอย อืม..ถ้าไม่ใช่คนที่ใช่ก็รับปากไปเพราะบรรยากาศไปก่อนแล้วค่อยไปถอนหมั้นทีหลังแบบนุ่มนวลแล้วกัน.. แต่อย่าทำแบบ Run Away Bride กันเป็นอันขาด สงสารหนุ่มๆเค้า นอกจากนี้แล้วก็ยังมีร้านอาหารของโรงแรมเก่าแก่อย่าง Oriental ที่มี Bamboo Bar เป็น Jazz Bar น่านั่งและเพลงเพราะสุดๆ ส่วนโรงแรมริมน้ำใจกลางบางรักอย่าง Sheraton ก็ไม่น้อยหน้า ที่ขึ้นชื่อลือชาคือร้านอาหารอิตาเลียน Angelini ที่คนอิตาเลี่ยนหลายคนยังยกนิ้วให้
Sirocco - Sate Tower บรรยากาศเป็นใจชวนให้ Say "I Do" เกร็ดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบางรัก ด้วยความที่ย่านบางรักเป็นย่านธุรกิจการค้าย่านแรกๆ ของประเทศ อีกทั้งยังมีผู้คนจากนานาชาติเดินทางเข้ามามากมาย จึงไม่เเปลกที่บางรักนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของหลายสิ่งในประเทศ ไม่ว่าจะเป็น "โรงเรียนเอกชนแห่งแรก" คือโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เปิดการสอนมาตั้งแต่ พ.ศ.2445 เขตบางรัก แบ่งการปกครองออกเป็น 5 แขวงด้วยกันคือ แขวงมหาพฤฒาราม แขวงสี่พระยา แขวงสุริยวงศ์ แขวงสีลม และแขวงบางรัก นายอำเภอคนแรกของอำเภอบางรักคือ ร.อ.หลวงชนานุกูลกิจ (จวง จารุจินดา) และผู้อำนวยการเขตคนปัจจุบันคือนางพิมลรัตน์ วงษ์รักษ์ สอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงานเขตบางรัก โทร.0-2236-1395, 0-236-2228 ข้อมูลบางส่วนจาก http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9500000068110 และตามลิงค์ที่ทำไว้ ปิดท้ายด้วยดอกไม้ไฟที่เห็นเงาไปรษณีย์กลางบังอยู่นิดๆ จากหน้าต่างห้องเราเอง ยินดีด้วยกับบางรัก100ปี ยินดีด้วยกับสาวร้าย100เรื่อง เย้..! ******************************** เอ..แล้วชาวโอเคอยู่บางไหนกันบ้าง..เขียนเรื่องบางตัวเองมาแบ่งกันอ่านบ้างนะ จะตามไปอ่านบ้างค่ะ |