|
ความเดิมตอนที่ 1 
อากาศหนาวเย็นในคืนแรก กำลังจะสิ้นสุดลง... เวลาราวสักตีห้า ผมตื่น และลุกออกจากถุงนอนด้วยความยากลำบาก อากาศที่หนาวเหน็บ ทำให้ร่างกายที่พ้นออกมาจากถุงนอนช่างแสนจะทรมาน (บรึ๋ยยยยย) เรานัดกันว่า เช้านี้ จะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นบนยอดดอยหลวง ซึ่งเป็นยอดสูงสุด คนอื่นเริ่มทะยอยตื่น ท่ามกลางเสียงบ่นถึงความหนาวเย็น (แต่ก็ชอบนะ อิอิ) ไม่นานนัก ก็เริ่มตั้งขบวนเดินเพื่อขึ้นสู่ยอด จากอ่างสลุงถึงยอดสูงสุดระยะทางไม่ไกลนัก เพียงแต่เส้นทางค่อนข้างชัน ที่ต้องใต่ระดับบ้าง ปีนป่ายบ้าง แสงขอบฟ้าเริ่มปรากฎชัดเจนขึ้น เรื่อย ๆ พร้อมกับท้องฟ้าจากสีดำมืด แปรเป็นสีน้ำเงินเข้ม...และสว่างขึ้นทุกที...ทุกที 
ขอบฟ้าเส้นสีแดงเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อพวกเราเดินเข้าใกล้ยอดสูงสุด บรรยากาศที่มองเห็นได้รายรอบตัว ทิศตะวันออกเป็นสันกิ่วลม ถ้ามองข้ามไป เบื้องล่างคือตัวอำเภอเชียงดาว หากกลับหลังด้านตะวันตก เบื้องซ้ายคือดอยสามพี่น้อง และเบื้องขวาคือดอยปิรามิด 
ทะเลหมอกเบื้องล่าง เริ่มดูแน่นขึ้นเป็นสีขาวนวลตา ดวงอาทิตย์เริ่มอวดตัว สาดแสงเจิดจรัส เพื่อบ่งบอกถึงวาระใหม่แห่งวัน ขุนเขาแห่งเชียงดาวที่งดงาม ปรากฎตัวชัดแจ้ง ท้องฟ้าสีฟ้าสดใส ถึงแม้เช้านี้แดดจะร้อนแรง แต่บนยอด ความสูงกว่าสองพัน การันตีถึงความหนาวเย็นสุดหัวใจ ลมแรงปะทะอยู่เนือง ๆ ทำเอาหลายคนยืนไม่อยู่ ต้องหลบเร้นกายเข้าไปซุกระหว่างซอกหินปูน 


โดยแรกทีเดียวพวกเรามากันเพียงแค่ 5 ชีวิต แต่มิตรภาพจากการเดินทาง ทำให้ พวกเรารวมทีมกันเที่ยว จากอีก 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งมีมา 3 คน และอีกกลุ่มหนึ่งมี 4 คน พวกเราเลยรวมกันเป็นทีมใหญ่ถึง 12 คน ดูอบอุ่นดีจริง ๆ ครับ อิอิ เพื่อนสมาชิกบางคนนำหัวแก๊สกับหม้อสนามขึ้นมาด้วย พวกเราคนอื่นๆ ก็เลยได้จิบกาแฟ บนยอดดอยหลวง 



มีความสุขจริง ๆ นะครับ จิบกาแฟแกล้มบรรยากาศสวยงาม ท้องฟ้าเป็นสีฟ้า มีทะเลหมอกขาวนวลอยู่เบื้องล่าง รายรอบด้วยขุนเขาหินปูน รูปร่างสวยงามแปลกตาอยู่รายรอบ คิดถึงเมื่อสิบปีก่อนครับ...ครั้งนั้นที่ยังไม่มีกฎระเบียบบังคับ พวกเราราว 20 ชีวิต นอนเรียงเป็นปลาทูอยู่บนยอดดอยหลวงเชียงดาวแห่งนี้ มีแค่เพียงฟลายชีทผืนเดียว ผูกสูงกว่าหัวเข่าเล็กน้อย แล้วใครจะนอนก็เอาตัวลอดเข้าไปข้างใต้ ซุกตัวลงถุงนอน เนื่องจากพื้นที่บนยอดมีไม่มากนัก ไม่สามารถกางเต็นท์ หรือผูกเปลได้ รวมทั้งต้อง กระจายกันนอนเป็นจุด ๆ รวมทั้งเผื่อพื้นที่บางส่วนเป็นห้องน้ำยามค่ำคืน แต่เวลานี้ คงไม่ได้แล้ว เพราะปัจจุบันทางเขตรักษาพันธุ์ฯ จะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวนอนได้ บริเวณอ่างสลุงที่เดียวเท่านั้น และเหมือนว่าปีนี้ จะมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวแล้วด้วย 


หลังจากอิ่มหนำสำราญกับอาหารเช้า (กาแฟ+ขนมปัง) แกล้มด้วยบรรยากาศเป็นที่ เรียบร้อย แสงแดดเริ่มแรง บนนี้หาที่หลบแดดยากครับ ต้องรีบลง ไม่เช่นนั้นตัวเรา ก็จะถูกแดดเผาจนไหม้เกรียม(อิอิ) มาที่อ่างสลุง นั่งเล่น นอนเล่น ทำอาหารกลางวัน กินกัน หลังจากนั้นก็งีบ แล้วก็ตื่นมากินขนมบ้าง กาแฟบ้าง แล้วก็งีบต่อ อิอิ ตกบ่าย เดินเที่ยวกันต่อ คราวนี้ขึ้นกิ่วลมกันบ้าง (จริง ๆ แล้วที่ถูกก็คือ เช้า ๆ ควรขึ้น กิ่วลม สวนช่วงบ่าย ๆ เย็น ๆ ควรขึ้นยอดดอยหลวงครับ แต่พวกผมอยากแหวกแนวบ้าง อิอิ คงไม่ว่ากันนะครับ) บนสันกิ่วลมยามเย็นก็สวยงามครับ เป็นสันเขาไม่กว้างมากนัก เดินไปเรื่อย ๆ จนสุดหน้าผานั่นแหละครับ แล้วนั่งคอยพระอาทิตย์ตก มองเห็นดอยสาม พี่น้อง อยู่แค่เอื้อม ผมชอบมองดอยสามพี่น้องครับ เพราะสวยแปลกตาดี "หากฉันบิน ๆ ไปได้ดั่งนก...ฉันจะบิน ๆ ไปในนภา..." เมื่อสิบปีก่อนเคยมีเพื่อนร่วมทริปคนหนึ่งร้องเพลงกล่อมเพื่อนคนอื่น ๆ ตอนนั่งเล่นกันบนสันกิ่วลม มองลงไปที่ตัวอำเภอเชียงดาว ยามที่พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า... หลังจากเริ่มเพลงประโยคแรก หลังจากนั้นทุกคนก็เริ่มคลอเสียงตามเบา ๆ ไปเรื่อย "โลกมนุษย์แสนกว้างใหญ่เหลือเกิน ยิ่งมองยิ่งเพลินจำเริญหัวใจ ..." 
ค่ำวันนี้ พวกเรา (12 ชีวิต) หลังจากใช้ชีวิตร่วมกันในการเดินชมธรรมชาติ มาแล้วราว 2 วัน 1 คืน ก็เลย ตัดสินใจที่จะ "รวมครัว" จากเดิมที่เคยต่างกลุ่ม ต่างทำกินเอง คราวนี้นำวัตถุดิบที่แต่ละกลุ่มมี มารวมกัน แล้วช่วยกันทำกับข้าว ดูคึกคัก อบอุ่น และเต็มไปด้วยมิตรภาพดีครับ บรรยากาศงดงามสำหรับค่ำวันนี้ 
หลายคนเริ่มบนกระปอดกระแปด ว่าเมื่อยขาจังเลย มันก็น่าจะจริงครับ เพราะตั้งแต่เช้า ที่เดินขึ้นยอดสูงสุดกลับลงมาอ่างสลุง แล้วบ่ายเดินขึ้นสันกิ่วลม แล้วเดินลงมา (อิอิ) แต่ผมว่าพรุ่งนี้เช้า ผมจะเดินขึ้นสันกิ่วลมอีกครับ ไปรำลึกบรรยากาศเก่า ๆ บนนั้น แต่บางคนไม่ไหว ก็ไม่ว่ากัน... หลังอาหารเย็น พวกเราได้มีโอกาสล้อมวงร่วมกันพูดคุยแลกเปลี่ยน สาระบ้าง ไร้สาระบ้างตามเรื่อง พรุ่งนี้พวกเราทั้งหมดได้เวลากลับ พวกเรา 5 คน จะเดินลงทางเด่นหญ้าขัดเพื่อเดินทางไปแม่ตะมาน แต่อีก 7 คนที่เหลือ จะเดินลงเส้นปางวัวเหมือนเดิม... 
อีกคืนที่เรากลับมานอนที่อ่างสลุง ท่ามกลางการโอบกอดของ ขุนเขาหินปูน ความหนาวเย็นที่ยังคงโอบล้อมทุกอนูผิว ค่ำคืนนี้เป็นคืน เดือนมืด ดวงดาวเกลื่อนเต็มฟ้า สีขาวระยิบระยับเหมือนเกล็ดทราย ที่ถูกโปรยลงบนผืนผ้าสีดำสนิท เชียงดาว....ฤาเธอจะสูง...เพียงดาว....
|