พิมพ์หน้านี้
|
สมณะ สันติอโศก เป็นพระหรือไม่ ด้วยสายตาและปัญญาเท่าที่ผมมี ขอตอบว่า ใช่ สมณะ สันติอโศก คือ พระ และถ้าถามผมในคำถามคล้ายๆกันว่า ที่เห็นๆอยู่ โกนผม นุ่งเหลือง ห่มเหลือง เป็นพระหรือไม่ ก็จะขอตอบด้วยหลักพื้นฐานทางสายตาและปัญญาเดียวกันว่า ไม่มั่นใจ !!! ไม่มั่นใจว่า ผู้ที่ปลงผม โกนหนวด โกนคิ้ว คลองผ้าเหลือง ผ้ากลัก จะเป็นพระจริงๆ หรือไม่ แต่ใช่แน่ๆ สำหรับบุรุษผู้แต่งกายเช่นนั้น คือ ภิกขุ หรือเรียกให้เต็มศัพท์ว่า เขาคือ ภิกขุบุรุษ ซึ่งหมายถึงผู้ขอๆ อาหารเพื่อยังชีพ ขอปัจจัยนานาประการ จากฆราวาส (ผู้ครองเรือน หรือชาวบ้านธรรมดาๆ) ตามแต่เขาจะศรัทธาให้ ถ้าจะให้มั่นใจว่าเป็นพระ ก็ต่อเมื่อได้เห็นการดำรงชีพอยู่ แลวัตรปฏิบัติเสียก่อน จึงจะสนิทใจศรัทธาได้เต็มกำลัง เป็นพระ ก็จะมีการเป็นอยู่ด้วยปัจจัยเพียงไม่เกิน ๔ ประการ อันประกอบไปด้วย ๑. ต้องออกบิณฑบาต หรือขออาหารตามแต่จะมีผู้ศรัทธา เพียงแค่ยังชีพไปวันหนึ่งๆ โดยถือโอกาสเทศนาสอนธรรม อาหารก็ไม่สะสมค้างคืน ๒. ห่มผ้า ที่ไม่วิจิตร เลิศหรู ห่มผ้าเพียงเพื่อปกปิดร่างกายเท่านั้น เท่าที่จะไม่ให้อนาจาร ตามพุทธบัญญัติ ๓. ที่อยู่อาศัยแบบเรียบง่าย พอบังแดดบังฝน กันสัตว์ร้าย อยู่ได้เฉพาะตน เหมาะแก่การฝึกปฏิบัติจิต ๔. ยารักษาโรคก็มีเพียงเพื่อรักษาอาการอาพาธ เฉพาะโรคที่จำเป็นเท่านั้น ส่วนวัตรปฏิบัติพื้นฐาน ต้องเป็นผู้ดำเนินชีวิต ที่เป็นไปเพื่อจะละโลภ โกรธ หลง ศึกษาพระธรรมวินัย ทั้งทำหน้าที่เผยแพร่ธรรมคำสอน ยังประโยชน์สุขไปสู่มวลสัตว์โลกไม่เลือกชั้นวรรณะ แล้วแต่ความพร้อมจะอำนวย
สมณะ สันติอโศก ได้ดำรงตนอยู่ในปัจจัยและวัตรปฏิบัติพื้นฐาน ครบถ้วนสมบูรณ์ เหตุผลนี้ แม้ผมไม่ได้เป็นศิษย์ของสำนักสันติอโศกเลย ก็มั่นใจว่า สมณะ สันติอโศก คือพระ หรือ ถ้าจะอยากเห็นพระก็ให้ดูที่สมณะ สันติอโศก เป็นปฐมทัศนา พระ คือ ผู้ประเสริฐ ผู้ประเสริฐเท่านั้นที่จะปฏิบัติได้ในสิ่งที่ผู้อื่นทำได้ยาก และเช่นกัน ในเหตุผลเดียวกันดังกล่าว ทำให้ผมไม่มั่นใจว่าผู้ที่แต่งกาย โกนหัว โกนคิ้ว โกนหนวด ตัดเล็บ คลองผ้าสีแบบพระต่างๆ ว่าเป็นพระที่สมบูรณ์หรือไม่ เพียงใด หากภิกษุผู้ขอนั้น มีธรรมวินัยสมบูรณ์ ดังที่สมณะ สันติอโศกประพฤติปฏิบัติอยู่แล้ว นอกจากจะเรียกว่าพระ ก็ยังสมควรว่าเป็น พระภิกษุ ได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ แม้รวมเป็นสงฆ์ ก็เป็นภิกษุสงฆ์ที่สมบูรณ์ควรแก่การกราบไหว้บูชา ดำเนินศาสนกิจ ศาสนพิธีได้อย่างภาคภูมิ ในนามพุทธบุตร ผมไม่ใช่เซียนดูพระ แต่ผมก็มีวิธีของตนเองแบบที่ว่ามา ไม่ต้องมีแว่นขยาย ไม่ต้องดูเนื้อ ไม่ต้องดูรุ่น หรือแม้แต่หนังสือสุทธิสำหรับพระภิกษุสามเณร ก็ไม่ใช่คำตอบสำหรับผม ที่จะมาเป็นดัชนีวัดว่าผู้ใดคือพระ ใครๆก็เป็นพระได้ครับ ถ้ามีธรรม และธรรมก็มีอยู่ในธรรมชาติ ไม่ต้องซื้อไม่ต้องหา ปฏิบัติก็ได้แล้ว /////////////////////////////////// ภาพ : อินเตอร์เน็ต |
| มสธ. | ||
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช www.stou.ac.th |
||
|
View All |
||