พิมพ์หน้านี้
|
บทนำ เข้าสู่ช่วงเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ต่างพรรค ต่างกลุ่ม ต่างคน ส่งคนของตนเอง หรือตนเอง ลงรับการเลือกตั้ง กันหลากหลาย ทำจริงบ้าง เล่นบ้าง เสนอนโยบาย ทั้งเป็นไปได้ ดูจะเป็นไปได้ และเป็นไปไม่ได้ ดังที่เคยได้พิสูจน์มาแล้วในอดีต อย่าให้ความผิดหวังซ้ำรอย จะสูญเสียเวลา อย่าให้ผู้สมัคร ใช้เทคนิคการเมืองการตลาดมาจูงใจ ประหนึ่งนโยบายลูกกวาดหลอกเด็ก การรณรงค์ให้เลือกคนดีก็เป็นช่องทางหนึ่งที่จะทำให้ทุกคนตระหนักรู้ว่าจะเลือกใคร แต่บางครั้งก็สับสนว่าใครดีกว่า หรือเหมาะสมกว่า ประเด็น จึงควรมีเครื่องมือ เพื่อช่วยในการตัดสินใจ ว่าจะเลือกผู้รับสมัครคนใดเป็นเป็นผู้ว่า กทม.คนใหม่ ในที่นี้ได้นำเครื่องมือคุณภาพ (QC. TOOL) ของกิจกรรมคิวซีซี มาประยุกต์ใช้ จึงขอเรียกเทคนิคนี้ว่า เทคนิคเลือก ผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ให้ได้คุณภาพ เนื้อเรื่อง ก่อนใช้เทคนิค ต้องมีข้อมูลเป็นพื้นฐาน พอสังเขป ข้อมูลแวดล้อม - รู้จักตัวผู้สมัคร โดยตั้งคำถามประกอบ (ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร เพราะอะไร ) - รู้จักพรรคของผู้สมัคร (เป็นคนของพรรคใด กลุ่มใด ใครสนับสนุน หรือใครมีอิทธิพลต่อเขา) - ศึกษานโยบาย ( จากแผ่นพับ การปราศรัย จากการวิเคราะห์ของสื่อมวลชน) วิเคราะห์นโยบาย - ความเป็นไปได้ ที่จะนำนโยบายสู่การปฏิบัติ (ตัวผู้สมัคร และกลุ่มทำงานมีความรู้ ประสบการณ์ พอหรือไม่ ผู้สนับสนุนมีทัศนคติต่อเรื่องนั้นๆอย่างจริงจังหรือเปล่า) - ความถี่ ของปัญหาที่เกิดขึ้น ตามที่ผู้สมัครได้ตั้งนโยบายมาเพื่อแก้ไข (โดยคิดเป็นระยะเวลาที่เท่าๆกัน ให้ถือปัญหาที่เกิดขึ้นประจำวันเป็นหลักว่าในแต่ละวันเกิดบ่อยหรือไม่ ถ้านานๆ ปีสองปีเกิดครั้งก็ให้เป็นความสำคัญรองๆลงไป) - ความรุนแรง ของปัญหา ให้พิจารณาว่าถ้าไม่ดำเนินการในนโยบายนั้นจะทำให้เราเดือดร้อนมากหรือไม่ ถ้าไม่ ให้เป็นความสำคัญรองๆของเรื่องที่สร้างความเดือดร้อนให้กับเราและชุมชนรวมถึงกรุงเทพมหานครฯ - ภาวะผู้นำ ผู้สมัครคนนั้น มีพื้นฐานการดำเนินชีวิต ครอบครัวเป็นที่เชิดหน้าชูตาในทางที่ดีของสังคมเพียงไร สามารถประสานงานกับส่วนงานต่างๆได้หรือไม่ เป็นต้น - ทุจริตการเลือกตั้ง หรือไม่ ถ้ามีการทุจริตแม้แต่เล็กน้อย ถือว่าเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ ทุกข้อที่ว่ามาแม้ดีเพียงใด หากทุจริตก็ให้เป็นโมฆะ (แต่ถ้าทุกคนมีการซื้อเสียงหมดก็ใช้ การวิเคราะห์ปกติ) ในที่นี้ จะใช้แบบปกติโดยถือว่าทุกคนทุจริตแตกต่างกันไป ตัดสินใจเลือก โดยการนำ ตารางในการเลือกปัญหาของการดำเนินกิจกรรม คิวซีซี (QC. TOOL) มาประยุกต์ใช้ ดังนี้ ตามตารางที่ ๑
อธิบายตาราง ๑. ให้ทำแนวตั้งก่อน โดยเริ่มจาก ความเป็นไปได้ พิจารณาว่า ผู้สมัคร แต่ละคน คนใดควรได้เท่าใดระหว่าง ๑ ๒ ๓ ๔ (น้อย, พอใช้, ดี, ดีมาก) อย่าให้คะแนนเท่ากัน หากคิดอย่างไรก็เท่ากันก็อนุโลมได้ ตามตารางที่ ๑.๑
๒. ทำตามข้อ (๑.) ไปให้ครบทุกสิ่งที่นำมาพิจารณา (สามารถมีมากกว่าหรือน้อยกว่านี้ก็ได้อยู่ที่จะสนใจเรื่องอะไร) ๓. รวมคะแนนตามแนวนอน โดยวิธีการคูณ เพื่อให้คะแนนออกมาแตกต่างกันเห็นได้ชัดกว่าการบวก ตามตารางที่ ๑.๒
(จากตารางที่ ๑.๒ หาค่าได้โดย ๔ x ๒ x ๒ x ๒ x ๔ = ๑๒๘) ๔. ทำให้ครบทุกข้อ ทุกคน จากนั้นก็รวมคะแนน โดยให้ผู้ที่ได้ผลรวมสูงสุดเป็นลำดับแรก ( ๑ ) เรียงลำดับไป ๕. หากคะแนนเท่ากัน ก็ให้หาข้อมูลเพื่อตัดสินใจว่าจะให้ใครคะแนนมากกว่า อาจมองว่าใครมีข้อดีอะไรอีก ๖. เมื่อได้ผลแล้วก็นำผลนี้ไปเป็นพื้นฐานการตัดสินใจเลือก จากตารางที่ ๑ ผู้สมัครที่ควรเลือกคือ (ค.) เพราะได้คะแนนสูงสุด . สรุป ด้วยวิธีการดังกล่าว จะทำให้มีหลักคิด เพื่อประกอบการพิจารณาเชิงสถิติ ให้สอดคล้องกับวิทยาศาสตร์ อันจะทำให้การเข้าร่วมทางการเมือง ดำเนินไปด้วย พุทธิปัญญาการเมือง เพิ่มยิ่งขึ้น แนวทางนี้สามารถประยุกต์ใช้ได้กับการเลือกตั้งทุกระดับ หรือใช้พิจารณาเกี่ยวกับบางเรื่องในชีวิตประจำวันได้ หนึ่งคะแนนของคุณ อาจทำให้คนดีที่เหมาะสมได้ดำรงตำแหน่ง หรือพลาดโอกาสได้ //////////////////////////// |
| มสธ. | ||
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช www.stou.ac.th |
||
|
View All |
||
| สวดชินบัญชร | ||
บันทึกเสียงธรรม จากวัดโสมนัสวิหาร (รูปจากอินเทอร์เน็ต) |
||
|
View All |
||
| << | สิงหาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | ||||||