• ไนล์_รอยเคียว
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : cheeriver@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-13
  • จำนวนเรื่อง : 43
  • จำนวนผู้ชม : 1343
  • จำนวนผู้โหวต : 10
  • ส่ง msg :
เมล็ดพันธุ์ป่า
นำเสนองานเขียนของคนๆ หนึ่งที่เริ่มต้นตั้งแต่ออกไปท่องโลกเรียนรู้ชีวิต แง่มุมต่างๆ จนถึงการเริ่มต้นกลับบ้าน เพื่อนำเมล็ดพันธุ์ไม้กลับบ้าน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/wildseed
วันอังคาร ที่ 14 ตุลาคม 2551
รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และเพลงระบำของราวป่า
Posted by ไนล์_รอยเคียว , ผู้อ่าน : 72 , 17:27:42 น.  
พิมพ์หน้านี้


...

กลางแดดเปรี้ยงๆ ริมถนนสายหล่มสัก มุ่งสู่พิษณุโลก ผมเริ่มนับวันไม่ถูกแล้ว ขาทั้งสองสั่นและหล้าแทบก้าวไม่ไหว ที่ยังฮึดสู้เพราะขนาดไอ้พิ้น ทั้งซมไข้ ทั้งเหนื่อยไม่น้อยกว่าผม กลับเงียบและเดินต่อไปเรื่อยๆ ส่วนไอ้ปู วันที่สอง ที่สาม ก็เริ่มยิ้มน้อยลง น้อยลง เหมือนกำลังถกเถียงหลายสิ่งหลายอย่างในใจตัวเอง ส่วนผมก็ไม่กล้าแสดงความรู้สึกอะไรออกมา เพราะร่างกายไม่ไหวแล้ว แม้นว่าใจจะรักนักหนากับวิถีบนท้องถนน

ผมมองฝ่าแดดเปรี้ยงๆ ออกไปยังอีกฝั่งหนึ่งของฟากถนน วันนี้เราคงต้องเดินออกนอกเมืองอีก ความรู้สึกดูเหมือนจะเดินได้ไกลตามเรี่ยวแรงที่เหน็ดเหนื่อย แต่ถ้านับระยะทางก็ไม่กี่ร้อยเมตรเอง สารรูปแต่ละคนที่เคยดูแจ่มใส ผุดพรรณวันแรก วันนี้ปากแตกใบหน้าแห้งและดำกร้าน ผมเผ้ากระเซิงเสื้อผ้าเริ่มโชยกลิ่นกาลเวลาที่หมักหมม ซึ่งก็คือผลผลิตการท่องเที่ยวแบบระเหเร่ร่อนตากแดดตากลม

 

"ไอ้พิ้นวิ่งๆๆๆๆๆ"     ผมตะโกนสุดเสียง เมื่อเห็นรถปิ๊คอัพสีบรอนซ์กระพริบไว้เลี้ยวซ้าย

"แก้หนี๊เอง ปี้ไนล์"   สำเนียงทองแดง ตะโกนมาหาผม

"ขอบคุณกร๊าบบบ"   เราตะโกนพร้อมๆ กัน เพื่อขอบคุณมิตรภาพจากผู้มอบน้ำใจให้ร่วมสัญจร ช่วงนี้ไอ้พิ้นอาการแย่หนัก คนที่วิ่งปรี๊ดไปปรี๊ดมาเพื่อเจรจากับคนขับรถเป็นหน้าที่ไอ้ปู บวกกับความเป็นหญิงและเจรจาเก่งทำให้ผมวางใจมาก เชื่อได้เลยว่าคันไหนคันนั้นเผลอได้จอดให้น้องปูของเราเจรจา รับรองได้ขึ้นทุกคัน

 

สังคมไทยเองก็แปลกให้ความไว้วางใจกับผู้หญิงมากกว่าชาย ทั้งๆ ที่หลายๆ ครั้งผู้หญิงนี่แหละตัวร้ายทีเดียว อาจจะเป็นเพราะว่า สังคมยังมองว่าผู้หญิงนั้นบริสุทธิ์ซื่อกว่า หรืออ่อนแอต้องปกป้องต้องบริการเอาใจใส่ ดังนั้นผู้หญิงบนโลกนี้จึงถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของการไม่ใช้ความรุนแรง

ผม, แม้ไม่ได้มองขนาดนั้น แต่ก็รู้ว่าเขามองกันยังไง ดังนั้น วันที่ปูเดินแบกเป้มาที่เรา ผมมั่นใจได้เลยว่า ต่อไปนี้เราจะคล่องตัวมากขึ้น สภาพยืนโบกรถเกือบทั้งวันจนปวดขาจะไม่มีแน่นอนและแล้วก็จริง ตามนั้น

 

"ไอ้ปูวิ่งงง...." 

"ไอ้ปูวิ่งงงงงง........."

 

ภาพหญิงสาววิ่งตุลักๆ ฝ่าแดดฝ่าฝุ่นคลุ้งไปที่รถซึ่งแตะเบรคดังเอี๊ยดดดด .... แล้วก็กวักมือเรียกพร้อมรอยยิ้มเต็มหน้า คือภาพที่เราคุ้นเคยต่อกันมากขึ้นบางวันอาจจะเหนื่อย หิว อ่อนหล้าและอยากล้มนอนให้นานๆ พลันก็หายเป็นปลิดทิ้ง เมื่อเห็นรถคันต่อไปแตะเบรกจอดรออยู่เบื้องหน้า ความสุขที่บางครั้งก็เกิดขึ้นง่ายๆ จากมิตรภาพที่บางครั้งก็สัมผัสได้ด้วยดวงตา ด้วยโสตประสาทของเรา และด้วยหัวใจของกันและกัน ซึ่งล้วนมักเกิดขึ้นบนถนนเส้นนี้เอง

 

"ผ่านแยกไปอุทยานภูสอยดาว พี่ไนล์ เร๊วๆ น้องพิ้นเร็วๆ "    เธอกวักมือเรียกผมเช่นเดิม ซึ่งผมเองทำได้แค่วิ่งกระเตาะกระแตะอืดๆ ตามเธอขึ้นรถไป

"โห !!  พี่ไนล์ ปีนี้ความแก่ออกมามากเลยน่ะ"   เธอล้อเลียนผม

"เออ... รู้ !"    ผมตอบ

 

เรามาถึงที่ทำการอุทยานภูสอยดาวพลบค่ำจัดแจงติดต่อเจ้าหน้าที่เรื่องขอพักและสอบถามตารางเวลาขึ้นภูตอนรุ่งเช้าหลังจากนั้นก็แวะหาซื้อเสบียงแล้วต่อด้วยการทำอาหารกินกัน

 

"วันนี้ทำอะไรกินกันดี"   ปูถามเราสองคนจากในเต้นท์ขณะกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยไม่สนใจมองดูความจริงเลยว่าในกองเสบียงหน้าเต็นท์นั่นมีแต่มาม่า ปลากระป๋อง และมาม่า เช่นทุกวัน

"จะมืดแล้วอาบกันก่อนเหอะ เดี๋ยวจะหนาวมากกว่านี้” เธอแนะนำกึ่งบังคับ แต่เราสองหนุ่มกลับนั่งกันเงียบเพราะแค่ได้ยินเสียงน้ำไหลก็รู้สึกหนาวจนสั่นสะท้านแล้ว

“อ้อ .. ! พี่ไนล์ และพิ้นเย็นนี้ต้องอาบน่ะ...อาบทั้งคู่นั่นแหละ"  ปูส่งเสียงดุๆ แกมบังคับ เนื่องจากเธอคงทนกลิ่นเราสองหนุ่มไม่ไหวที่พากันหมักหมมไว้หลายวัน

 

ผมจัดแจงตัวเองเสร็จก็วิ่งลงลำธารอย่างรวดเร็วซึ่งเย็นเหมือนโลกจะพิโรธ โดยมีไอ้พิ้นตามมาติดๆ วันนี้อาการไข้ของไอ้พิ้นดูดีขึ้น สีหน้าดูแช่มชื่นมากขึ้น มีรอยยิ้มเล็กๆที่มุมปากออกมาบ้าง ทำให้เราสามคนรู้สึกว่าบรรยากาศที่แสนสนุกกลับคืนมาอีกครั้ง

 

"อ๊ากกกกกกกก ..... !!!"    อากาศหนาวจัด บวกกับน้ำเย็นจัด มันไม่ปรานีผิวหนังหนุ่มน้อยอย่างผมเลย กว่าจะหย่อนก้นนั่งลงกวักน้ำใส่หัวจนรอบตัวได้ ผมร้องลั่นปานจะขาดใจขาก็ปวดจนเจ็บเพราะน้ำเย็นมาก มากจนแช่นานไม่ได้ต้องรีบกระโจนเกาะก้อนหินเอาบ่อยๆ ฝ่ายไอ้พิ้นได้ยินแต่เสียงคราง "อุ๊ยๆๆ อูยยยยยย ....” อยู่ใกล้ๆ เราสองคนแม้จะหนาวสั่นเหมือนนกถอนขนแช่น้ำแข็งแต่ก็ยอมสู้เพื่อให้เพื่อนหญิงเพียงคนเดียวเขาพึงพอใจ

 

เราจุ๋มๆจ่อมๆกับน้ำได้แค่อึดใจก็เสร็จสรรพสดชื่นขึ้นฝั่ง ซึ่งเป็นเวลาก่อนพลบค่ำทำให้ผมมีเวลาคิดเมนูและเดินเสาะหาเครื่องปรุงเสริมตามธรรมชาติ โดยเฉพาะเมนูกับข้าววันนี้ ผมอยากจัดให้แบบเซอร์ไพร๊ซๆ ถือว่าเป็นมื้อค่ำต้อนรับ ไอ้พิ้นที่หายไข้ เพราะเกือบ 10 วันแล้ว ที่เรากินแต่ มาม่ากับปลากระป๋อง ไม่เคยโดนผัก โดนเนื้อ หรือโดนอาหารปรุงร้อนๆ เอาเสียเลย โดยเฉพาะไอ้พิ้นชายหนุ่มหน้าตาดุร้าย เคร่งขรึม แต่รสนิยมชอบทานผัก ผลไม้ และขนมหวานเป็นชีวิตจิตใจ ชนิดต้องทานวันละ 3 มื้อครบเลยทีเดียว ดังนั้น เมื่อขาดสารอาหารที่คุ้นชินก็ยิ่งออกอาการเจ็บป่วยง่าย วันนี้ผมจึงแอบคิดและเสาะหาเครื่องปรุงดีๆ มาประกอบอาหาร

 

"ดีมากหนุ่มๆ"    เสียงน้องปูแสดงความพึงพอใจ เมื่อโผล่มาเห็นภาพสองหนุ่มอาบน้ำปะแป้ง นั่งหน้าแฉล้มผิงไฟรออยู่ที่หน้าเต็นท์

"วันนี้อยากกินผัก อยากให้พี่ไนล์ทำกับข้าวให้กินด้วย"   น้องปู ส่งเสียงออดอ้อนมาจากเต้นท์ขณะแต่งตัวเปลี่ยนเสื้อผ้า

"ได้เลย เดี๋ยวพี่ไนล์จัดให้ !!..."    ผมตอบพร้อมกับถือไฟฉายกระบอกเล็กเดินหายไปในความมืด

 

                "อื้อ !!  อร่อยจัง..."   เสียงใสๆ ของน้องปูเจื้อยแจ้วตามเคย หลังจากได้ตักเมนูพิเศษของผมขึ้นซดโฮกๆ ร้อนๆ ซึ่งหน้าตาอาหารจานนี้ค่อนข้างแปลกประหลาดแบบสารพัดผักป่า กรุ่นหอมด้วยกลิ่นผักสดๆ หลากหลายชนิด โดยเฉพาะรสชาติใช้ได้ทีเดียว ขณะที่ไอ้พิ้นกินอยู่เงียบๆ ไม่แสดงปฏิกิริยาต่อรสชาติอาหารแต่อย่างใด ค่ำนี้เราเจริญอาหารและมีความสุขกันถ้วนท้องและถ้วนหน้าพอสมควร อิ่มแล้วก็นั่งๆ นอนๆ ผิงไฟพักแต่หัววัน ที่สำคัญเจ้าปูดูจะมีความสุขที่สุด ที่เห็นเราสองหนุ่มอาบน้ำปะแป้ง แปรงฟันกันแฉล้ม

 

ค่ำคืนของหัวใจคนเรา บางทีบางครั้ง ความสุขของการพักผ่อนที่ดีๆ อาจจะไม่ต้องมีมหรสพก็สุขใจได้ เรามีแค่เวลาด้วยกัน ได้นั่งทำกับข้าว นั่งปรุงอาหาร ได้พูดคุยกันด้วยเรื่องราวสัพเพเหระมากมาย ผลัดกันเล่า ผลัดกันหัว มันก็ปรุงรสชาติชีวิตให้จุใจกันได้ สำหรับผมแล้วการเดินทางมันเหมือนได้เติมเต็มชีวิตให้กันและกัน โดยเฉพาะการได้แสดงบทพ่อครัวหัวป่าของผม ที่มือข้างหนึ่งทำกับข้าว อีกข้างหนึ่งก็ละเลียดเหล้าไทยราคาถูกๆ ซึ่งในนาทีนั้น ความสุขช่วยขยับรสชาติเหล้าให้กลมกล่อมได้ไม่น้อยเลย

 

"พี่ไนล์ๆ ? แกงตะกี้เรียกว่าแกงอะไรหรอ อร่อยม๊าก  มากกกกกกก ....."     ปูถามผมหลังจากอิ่มแปร้กับอาหารมื้อพิเศษ ที่ผมบรรจงปรุงสุดฝีมือ

"แกงป่าจ้ะ..."     ผมตอบเบาๆ ด้วยอาการเขินๆ นิดหน่อย เพราะไม่รู้จะเรียกว่าอะไร

"มีผักด้วย ผักอะไรหรอพี่ กินได้แน่นอนน่ะ แล้วไปเก็บมาจากไหนพี่"    เธอถามผมต่อฉับๆ  เหมือนสนใจอยากรู้

"อ๋อ !!  พี่ก็ไม่รู้จักหรอกว่าผักอะไร"     ผมตอบ

"เห็นยอดมันสวยดีเลยเก็บมาใส่ เก็บจากข้างๆ ส้วมที่เธออาบน้ำตะกี้แหละ...!"    ผมตอบตามตรงอย่างอารมณ์ดี

"โอ้ยยยย !!  พี่น๊ายยยยยยยย...บ้า!! "    เสียงเธอหวีดแว๊นๆ ตามหลังผม ซึ่งกำลังรีบมุดหลบเข้าเต็นท์

นอนหลับเอาแรง รอขึ้นภูสอยดาวตอนเช้ามืด .........

 

 

.....................................................

 

ที่มา เผยแพร่ใน   www.rsalife.com


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
ไนล์_รอยเคียว วันที่ : 15/10/2008 เวลา : 16.43 น.
http://www.oknation.net/blog/wildseed

ภาวนาให้ได้เจอเร็วๆ จะจับเข่า คุยกันให้มันฟุ้ง กระจาย ว่าแต่ ผมไม่ค่อยเดินทางแล้ว กลับมาอยู่บ้านนอก ปลุกต้นไม้ ทำไร่ ตากแดด ขับผิว สบายจายยย.... ครับ
ความคิดเห็นที่ 2
เด็กหญิงหว่านกล้า วันที่ : 14/10/2008 เวลา : 20.11 น.
http://www.oknation.net/blog/weed
V.-บทเพลงหัวใจของเด็กเดินทาง-.V : กลุ่มเขียนข้าว


ความคิดเห็นที่ 1
rabbitzilla วันที่ : 14/10/2008 เวลา : 18.40 น.
http://www.oknation.net/blog/season-change-chaingmai

ฮาดีครับ คงจะได้เจอกันในป่าซักแห่ง
http://www.oknation.net/blog/season-change-chiangmai
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2008 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31