• วินนา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : angsubhorn@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-12-20
  • จำนวนเรื่อง : 39
  • จำนวนผู้ชม : 10621
  • จำนวนผู้โหวต : 379
  • ส่ง msg :
เข้ารอบตัดสินนายอินอะวอร์ด ปี 2550 นิยายลงติดต่อกันทุกวันจนจบ ( ลงตอนแรก 21/12/50 )
นวนิยายอ่านเล่นไม่มีพิษภัย
Permalink : http://www.oknation.net/blog/winna
วันพฤหัสบดี ที่ 27 ธันวาคม 2550
นวนิยายเรื่องเติมใจในช่องว่างบทที่4 หน้า 30-36
Posted by วินนา , ผู้อ่าน : 142 , 17:20:40 น.  
พิมพ์หน้านี้


4

 

                ความสนิทสนมของเพื่อนบ้านรั้วติดกันสองหลังนี้เริ่มต้นมาจากผู้ใหญ่      แต่ตอนนี้ได้ขยายฐานออกไปเป็นความสนิทสนมของเด็กผู้หญิงสองคน   ซึ่งงอกงามขึ้นมาในแค่ชั่วระยะเวลาสั้นๆภายในช่วงปิดเทอมที่เมได้มาค้างอยู่ที่บ้านยาย

                มนูญกับองค์อรได้ยินลูกสาวพูดถึงไข่หวานบ่อยมากเมื่อแกกลับมาจากบ้านยายแล้ว  จน   หนักๆเข้ามนูญก็นึกอยากจะพบกับเพื่อนใหม่ของลูกสาว     องค์อรเคยเห็นไข่หวานสองสามครั้งเมื่อตอนที่แวะไปเยี่ยมลูกๆที่บ้านน้องชาย      แต่ช่วงที่องค์อรไปก็มักจะเป็นตอนค่ำที่ผ่องนวลมารับหลานสาวกลับบ้าน      เลยได้เห็นหน้ากันเพียงชั่วประเดี๋ยวประด๋าว

                พฤติกรรมของเมที่พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น   กลายเป็นเครื่องยืนยันถึงอิทธิพลของไข่หวานที่มีต่อแก  การที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับเด็กร่าเริงอย่างไข่หวาน   ทำให้เมช่างพูดช่างคุยมากขึ้นกว่าเคย   โดยเฉพาะเมื่อถูกพ่อแม่ถามถึงเกี่ยวกับเพื่อนเล่นคนนี้      ก็ดูเหมือนว่าลูกสาวจะมีเรื่องเล่าได้ไม่ซ้ำ

               

                “ เราพาไข่หวานไปเที่ยวฟาร์มกับเราด้วยดีไหม      ลูกคงจะสนุกนะแม่    ถ้ามีคนถูกใจอย่างไข่หวานไปด้วย     แม่ว่ายังไงล่ะ ”   มนูญปรึกษากับภรรยา

                สุดสัปดาห์นี้มนูญวางแผนจะพาครอบครัวไปเที่ยวฟาร์ม   ผู้ชายคนนี้พอใจที่จะอุทิศเวลาว่างให้กับลูกเมียมากกว่าการไปเที่ยวเตร่ตามใจตัวเอง     ถ้ามีการโวตเลือกหัวหน้าครอบครัวตัวอย่างเขาคงต้องได้ตำแหน่งนี้ไปครองอย่างไม่ต้องสงสัย         แต่ถึงแม้ไม่มีตำแหน่งอย่างที่ว่าองค์อรก็ภูมิใจและรู้ตัวว่าโชคดีที่ได้ผู้ชายคนนี้เป็นผู้นำครอบครัว  

                ภรรยาเห็นด้วยกับความคิดของสามี   ค่ำนั้นจึงรับหน้าที่เป็นคนโทรศัพท์ไปคุยกับย่านวลของไข่หวานที่บ้านเอง  

                ผ่องนวลลังเลใจ    ไม่ตอบรับหรือปฎิเสธในทันทีที่องค์อรขออนุญาตพาไข่หวานไปเที่ยวด้วยกันในสุดสัปดาห์นี้    ใจหนึ่งย่าก็อยากจะให้หลานสาวได้ไปเที่ยว    เพราะตนเป็นคนไม่ชอบเที่ยวและเคยคิดกังวลไปว่า   การที่เด็กฉลาดอย่างไข่หวานต้องมาอยู่กับคนแก่ที่ชอบอยู่กับบ้านอย่างตน     อาจจะทำให้เด็กในวัยเรียนรู้เสียโอกาสที่จะได้สัมผัสกับโลกภายนอกไป

                มีอีกสิ่งหนึ่งที่หญิงกลางคนกลัวอยู่ลึกๆภายในใจ      ซึ่งเป็นสาเหตุไม่อยากให้หลานสาวเข้าไปคลุกคลีใกล้ชิดกับครอบครัวขององค์อร     นั่นก็คือความสมบูรณ์แบบเพรียบพร้อมของครอบครัวนี้ 

                คนที่คิดละเอียดหรืออาจจะเข้าขั้นคิดมากอย่างผ่องนวลคิดกลัวไปว่า  ภาพบรรยากาศอบอุ่นที่มีพ่อแม่ลูกอยู่กันครบพร้อมหน้า   อาจจะทำให้เด็กบ้านแตกเกิดปมด้อยขึ้นมาได้   แต่เมื่อคิดกลับไปอีกทีในอีกมุมหนึ่ง    ก็เห็นว่าหลานสาวควรจะได้เรียนรู้       หัดทำใจให้ยอมรับกับความเป็นจริงแต่เด็ก     ในเมื่อความจริงเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงกันไม่ได้     ก็น่าจะให้เด็กค่อยเรียนรู้ที่จะอยู่คู่กับมันไปอย่างไม่หวั่นไหวน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

                “ คุณอรจะมารับยายไข่หวานกี่โมงดีคะ   น้าจะได้เตรียมตัวแกให้พร้อม ”   ผ่องนวลถามหลังจากนิ่งคิดไปชั่วครู่

                “ คงต้องเช้านิดหนึ่งล่ะค่ะ  เราจะออกจากกรุงเทพกันแต่เช้าวันเสาร์สักเจ็ดโมง   ไปค้างที่ฟาร์มคืนหนึ่ง     แล้วอรจะพาไข่หวานมาส่งให้น้านวลตอนค่ำๆวันอาทิตย์ค่ะ      อรจะดูแลให้แกทานข้าวเย็นมาให้เรียบร้อยเลย    พอมาถึงบ้านแกก็จะได้อาบน้ำแล้วเข้านอนได้เลยไงคะ   แต่คงต้องรบกวนให้น้านวลดูให้แกทำการบ้านให้เสร็จตั้งแต่วันศุกร์เย็นเลยนะคะ ”   องค์อรพูดด้วยน้ำเสียงสดใส   นึกโล่งใจ    เมื่อกี้ที่ผ่องนวลเงียบไป    หญิงสาวก็ใจเสียคิดว่าจะได้รับคำตอบปฏิเสธเสียอีก

               

                ไข่หวานตื่นเต้นไปตลอดทั้งอาทิตย์เมื่อรู้ว่าจะได้ไปเที่ยวฟาร์ม   คงพอๆกับเมที่ดีใจเมื่อแม่บอกว่าเพื่อนซี้จะไปด้วยกันมากกว่าดีใจที่จะได้ไปเที่ยว               เด็กหญิงเฉยๆกับการได้ไปเที่ยวซึ่งพ่อแม่พาไปบ่อยเสียจนแกไม่รู้สึกตื่นเต้นอีกต่อไปแล้ว

               

                มนูญเพิ่งจะได้พบกับไข่หวานเป็นครั้งแรกหลังจากที่ได้ยินแต่ลูกสาวเล่าให้ฟัง   ความเป็นเด็กร่าเริงอย่างน่ามหัศจรรย์ของเด็กคนนี้ทำให้ผู้ใหญ่รู้สึกทึ่ง ไข่หวานไม่มีลักษณะของเด็กมีปัญหา   หรือเด็กบ้านแตกให้เห็นแต่อย่างไรเลย    ในอีกแง่หนึ่ง    การที่ไม่มีพ่อแม่อยู่ด้วยใกล้ๆให้เกาะแจอาจจะเป็นส่วนช่วยทำให้แกสามารถปรับตัวไปได้เองโดยธรรมชาติก็เป็นได้   

                ไข่หวานเป็นเด็กเข้าไหนเข้าได้    แกไม่มีท่าทีอิดออดลังเลใจเลยแม้แต่น้อย  ที่จะเข้าร่วมเล่นในทุกกิจกรรมที่ทางฟาร์มได้จัดเตรียมไว้สำหรับเด็กๆ    พลอยทำให้เมที่ดูกล้าๆกลัวๆกับคนแปลกหน้าในตอนแรก       เกิดความมั่นใจที่จะเข้าร่วมเล่นด้วยเมื่อมีไข่หวานเป็นผู้นำ

                “ เอ่อแน่ะ    มันกล้าจริงๆเลยไอ้เด็กคนนี้     แล้วก็กล้าถูกเรื่องด้วย     ไม่มีเคอะเขินเลย   เขาให้ทำอะไรก็ทำ   ถามอะไรก็ตอบ ”   มนูญเอ่ยปากชมไข่หวานกับภรรยา   ทั้งคู่กำลังนั่งดูเด็กๆทำกิจกรรมอยู่ด้วยกัน   “ นี่ถ้าให้คนเขาลองทายว่าคนไหนเป็นเด็กบ้านแตก   ระหว่างยายไข่หวานกับลูกสาวเรา     คนคงต้องชี้มาที่ยายเมแน่ๆเลย ”  

                “ นั่นสิคะพ่อ   เราก็พยายามเลี้ยงลูกมาอย่างดีที่สุดแล้วนะพ่อ   ทำไมมันถึงเป็นอย่างนี้ไปได้ก็ไม่รู้นะ ”  

                “ ที่ลูกเราเป็นอย่างนี้  มันอาจจะเป็นเพราะว่าเราดูแลประคบประหงมลูกมากเกินเหตุไปหรือเปล่าก็ไม่รู้นะแม่นะ      หรือว่าเป็นเวรเป็นกรรมที่ติดตัวเด็กมาทำให้เด็กแต่ละคนมันไม่เหมือน

กัน    หรือว่าเป็นโชคเคราะห์ของคนเป็นพ่อแม่ที่จะได้ลูกแบบไหนกัน ”

                “ มันก็อาจจะรวมๆกันมาจากหลายๆสาเหตุตามที่พ่อว่ามาทั้งหมดก็ได้นะคะ ”   องค์อรจบการพูดด้วยการผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆและรอยยิ้มเพลียๆ

                “ ช่างเถอะนะแม่      อย่าคิดมากเลย    มีลูกอย่างยายเมก็ไม่นับว่าแย่นักหรอกน่า    เพียงแต่เราหวังกับลูกมากเกินไปมากกว่า    นี่คงเป็นธรรมชาติของลูกเราที่เราจะต้องเข้าใจและยอมรับแล้วล่ะ    ไปเถอะ   เกมเขาจวนเลิกแล้วมั้ง    เราไปรอรับเด็กๆไปนอนกันเถอะแม่ ”

               

                กลับจากไปเที่ยวฟาร์มมา   ไข่หวานก็มีเรื่องมาเล่าให้ย่านวลกับคุณยายวารีฟังได้เป็นคุ้งเป็นแควตามสไตล์ของแก    คุณยายกับคุณย่าก็ได้แต่ทำเสียง    ‘ เหรอลูก ’  ‘ เหรอจ๊ะ ’  เอออออย่างเอาใจไปตามเรื่องในขณะที่ฟังแกเล่า    

                ผ่องนวลดีใจที่เห็นหลานสาวมีความสุข       และโล่งใจที่เห็นว่าไข่หวานไม่แสดงอาการว่ามีปมด้อย      ที่ไปเห็นความสมบูรณ์แบบของครอบครัวคนอื่นอย่างที่ตนคิดกลัวไปเอง

                ครั้งนี้นับว่าเป็นโชคดีของหมออานะ     ที่เขาเข้าเวรกลางคืนตลอดในช่วงนั้น       จึงรอดตัวเบาหูไปได้หนหนึ่ง

               

                เปิดเทอมใหม่ปีนี้ไข่หวานได้ขึ้นชั้นประถมหนึ่ง    เด็กหญิงได้ย้ายจากตึกอนุบาลที่เป็นอาคารชั้นเดียว    ไปเรียนที่ตึกประถมซึ่งเป็นตึกสองชั้นที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ     โดยมีรุ่นของแกเป็นนักเรียนรุ่นแรกที่จะได้ฉลองตึกหลังนี้   

                ห้องเรียนของไข่หวานอยู่บนชั้นสอง   แต่เพียงแค่เริ่มต้นวันแรกที่ได้เลื่อนขึ้นไปอยู่ที่สูงเท่านั้นเอง  เด็กหญิงก็ได้รับเกียรติจารึกไว้ในประวัติโรงเรียนว่า.... เป็นเด็กนักเรียนคนแรกที่ตกบันได !    เพราะแทนที่จะมองทาง     เด็กน้อยกลับมัวแต่เดินเพลิน        ตามองตามจิ้งจกตัวอ้วนขาวที่ไต่อยู่ข้างราวบันได

                ไข่หวานรู้สึกตัวว่า ตัวเองได้กลิ้งหลุนๆลงบันไดมาทีละขั้น ไม่ได้นิ่มนวลน่าดูเหมือนฉากสโลวโมชั่นที่แกเคยได้เห็นในหนังเลยสักนิดเดียว   ยังดีที่ไม่ได้ตกลงมาจากบันไดขั้นบนสุด      แต่กลิ้งลงมาจากบันไดขั้นที่สี่      ลงมานอนแอ้งแม้งอยู่ที่พื้น     แขนขวางอพับอยู่ใต้ท้อง  

                คุณครูหน้าซีดรีบอุ้มลูกศิษย์ขึ้นรถ  ไปส่งยังโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้กับโรงเรียนที่สุดในทันที    และวันนั้นหมออานะบังเอิญเป็นหมอที่เข้าเวรอยู่ที่ห้องฉุกเฉินพอดี  

                “ เด็กตกบันไดคะ ”   คุณครูที่พาไข่หวานมาส่งรีบแจ้งให้หมอทราบ  

                “ คุณครูไปรอข้างนอกก่อนก็ได้ครับ ”   หมออานะพูดกับคุณครู         

                ขณะที่ลงมือตรวจดูว่าไข่หวานบุบสลายแตกหักเสียหายตรงไหนบ้าง       หมออานะก็คิดในใจว่า  ไม่แปลกใจเลยที่ได้เจอกับเด็กข้างบ้านในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล    เพราะเขาคิดอยู่แล้วว่า   ไม่วันใดก็วันหนึ่ง   คงไม่แคล้วได้เจอกันหรอก     แต่จริงๆแล้วที่เขาคาดเอาไว้    ไข่หวานน่าจะตกลงมาจากเก้าอี้ตัวที่เขย่งเก็งกอยขึ้นไปพูดกับเจ้านกบ้านั่นทุกวันมากกว่า  

                “ ผมตรวจดูแล้วนะครับ          แกไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ     แต่เดี๋ยวต้องส่งไปเอ็กซ์เรย์ดูอีกที    แขนข้างขวาสงสัยว่าจะหัก    ผมจะส่งต่อไปหาหมอกระดูกเลยนะครับ ”    หมออานะบอกกับคุณครูที่เป็นคนพาเด็กมาส่ง       หน้าคุณครูค่อยมีสีเลือดขึ้นมาบ้างเมื่อได้ยินหมอบอกว่าเด็กไม่เป็นอะไรมาก

                หลังจากส่งไข่หวานไปหาหมอกระดูกแล้ว     หมออานะก็ทำท่าว่าเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้     เขายิ้มเจ้าเล่ห์กับตัวเอง      แล้วรีบเดินกลับเข้าไปโทรศัพท์ในห้องทำงานทันที

                “ พี่ครับ   คนที่พี่อยากเห็นมานาน   วันนี้พี่จะได้เห็นแล้วนะครับ   แกมาให้พี่เห็นถึงที่นี่แล้วครับ ”   หมออานะกำลังพูดโทรศัพท์อยู่กับหมอทะนง  “ เด็กที่ตกบันไดมา   นั่นแหละครับ…คนนั้นแหละครับ   อ๋อ...ตอนนี้เขาส่งไปถึงพี่แล้วหรือครับ…ครับๆ   โชคดีนะครับพี่ ”  

                หมออานะจบการสนทนากับหมอทะนงด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ  จนฝ่ายโน้นงงว่าหมออานะหัวเราะทำไมกัน    หัวเราะด้วยเรื่องอะไร      แล้วทำไมถึงขนาดจะต้องอวยชัยให้พรกันด้วย        แต่ว่าหมอทะนงยังไม่ทันจะได้ถามอะไร       หมออานะก็ชิงวางหูเสียก่อน

               

                ผ่องนวลรีบตามมาดูหลานสาวที่โรงพยาบาลทันที   หลังจากที่ทางโรงเรียนได้โทรไปแจ้งให้ทราบ  

                หมออานะออกเวรแล้วแต่ยังไม่กลับบ้าน          เขายังเดินอยู่ในบริเวณแถวห้องฉุกเฉิน  ผ่องนวลดีใจมากที่เห็นหมอหนุ่มเพื่อนบ้าน      จึงรีบเดินตรงเข้าไปหาเขาทันที

                “  ไข่หวานเป็นอะไรมากไหมคะคุณหมอ  ”

                เห็นสีหน้าเป็นกังวลของเพื่อนบ้านแล้ว      หมออานะก็รีบปลอบใจว่า

                “ แกไม่เป็นอะไรมากหรอกครับน้านวล   แค่แขนหักเอง   ตอนนี้กำลังเข้าเฝือกอยู่  เดี๋ยวก็เสร็จแล้วครับ ”

                ด้วยอาชีพแพทย์       และเป็นหมอเวรในห้องฉุกเฉินบ่อยๆ      หมออานะเห็นคนแขนหัก  ขาหัก     หรืออวัยวะอื่นแตกหักเสียหายมาจนเคยชิน        หมอหนุ่มจึงแสดงออกได้ทั้งน้ำเสียงและสีหน้า     อย่างเห็นเป็นเรื่องปกติธรรมดาในขณะที่บอกกับผ่องนวลว่า    ไข่หวาน ‘ แค่แขนหักเอง ’   

                สำหรับคนที่ไม่ได้เป็นหมออย่างผ่องนวล    แต่เป็นย่านวลที่รักหลานสาวอย่างสุดชีวิต   เมื่อได้ยินว่าหลานสาวแขนหัก    ย่านวลก็ถึงกับหน้าซีด      ใจสั่นเหมือนจะเป็นลม   เพราะสำหรับย่านวลแล้ว      มันเป็นความรู้สึกแบบนี้   ‘ ไข่หวานแขนหัก !!! ’  

               

                หญิงกลางคนผุดลุกขึ้นยืนอย่างดีใจที่เห็นหลานสาวไม่เป็นอะไรมาก  เด็กน้อยกำลังนั่งมาในรถเข็น เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกำลังเข็นแกออกมาจากห้อง ที่แขนขวาของเด็กหญิงเข้าเฝือกไว้ตั้งแต่ข้อศอกลงมาจนเกือบจะถึงข้อมือ

                หมอทะนงออกเวรแล้วเหมือนกัน         และกำลังเดินตามรถเข็นไข่หวานออกมาด้วยกัน ไข่หวานคงกำลังเล่าอะไรให้ทั้งสองคนฟังอยู่          เพราะทั้งเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลที่เข็นรถและหมอทะนงเดินหัวเราะกันมาตลอดทาง โดยเฉพาะหมอทะนงที่ส่งเสียงเออออพยักหน้ารับและส่งสายตาแสดงความเอ็นดูคนไข้ตัวน้อยไปด้วยขณะที่เดินคุยกันมา                 

                ไข่หวานดีใจที่เห็นย่า      เด็กหญิงรีบพูดกับย่าในทันทีที่ท่านเดินเข้ามาถึงตัวแก

                “ ไข่หวานตกบันไดที่โรงเรียนค่ะย่านวล…”   แกพูดเสียงตื่นเต้นและทำตาโตขณะที่เล่าไปด้วย   เหมือนกับเพิ่งได้ประกอบวีรกรรมครั้งสำคัญมาหยกๆ   หน้าตาสดใสไม่เหมือนคนเจ็บเลยสักนิดเดียว  “ คุณหมอคนนี้ ”   ชี้ไปที่หมอทะนง  “  ให้ไข่หวานเลือกไอ้นี่ที่ใส่แขนไข่หวานด้วยค่ะ ”   แกใช้มือข้างที่ดีจับแขนข้างที่ใส่เฝือกให้ย่าดูผ้าคล้องแขน      “    ผ้าสีชมพูนี่สวยด้วย   ไข่หวานชอบมากๆเลยค่ะ   ย่านวลว่าสวยมั้ยคะ   คุณหมอใจดีวาดการ์ตูนนี่ให้ไข่หวานด้วยนะคะ ”  ชี้ไปที่หมอทะนงอีกครั้ง      แล้วอวดรูปช้างดัมโบ้ที่วาดอยู่บนเฝือกที่มีผ้าคล้องแขนสีชมพูให้ย่าดู 

                 ฝีมือการวาดของหมอหนุ่มใหญ่ไม่เลวเลย   รูปช้างการ์ตูนน่ารักหูใหญ่กว้างกำลังกางหูออกบิน     และมีข้อความเขียนไว้ว่า  ‘ สำหรับไข่หวานคนเก่งที่หนึ่ง ’   มีชื่อหมอทะนงเซ็นกำกับอยู่ข้างรูปด้วย

                ผ่องนวลไม่ตอบได้แต่พยักหน้ารับ    เพราะกำลังน้ำตาคลอสงสารหลานสาว      กลัวว่าจะเจ็บ    แต่ก็ดีใจและโล่งอกที่เห็นว่าแกยังพูดได้จ๋อยๆ      นอกจากแขนที่หักแล้ว      ส่วนอื่นก็ไม่เห็นว่าเด็กน้อยจะเป็นอะไรที่ตรงไหนอีก     แต่ความเป็นห่วงก็ทำให้ย่าไม่สบายใจอยู่ดี

                “ แล้วนี่  สมองกับศีรษะแกจะกระทบกระเทือนเป็นอะไรไปหรือเปล่าคะคุณหมอ ”     หญิงกลางคนถามพร้อมกับมองหน้าทั้งหมอหนุ่มน้อยและหนุ่มใหญ่   เพราะไม่รู้ว่าต้องถามหมอไหนกันแน่      เลยถามเสียทั้งคู่เลยทีเดียว     แต่หมอทะนงเป็นคนตอบเองว่า

                “ ตามที่คุณครูคนที่มาส่งเล่าให้ฟังนะครับ   ตอนที่ไข่หวานตกลงมาก็ไม่มีใครเห็น ”  น้ำเสียงหมอทะนงที่พูดถึงคนไข้ตัวเล็ก   ฟังดูเหมือนคนที่รู้จักคุ้นเคยสนิทสนมกันมานาน “ เลยไม่ทราบว่าศีรษะแกกระแทกเข้ากับอะไรหรือเปล่า  ถามแกก็ไม่ค่อยจะเข้าใจ ” เขาพูดเสียงหัวเราะๆอย่างคนอารมณ์ดี     โดยเลี่ยงที่จะพูดว่า   ‘ ถามแล้วก็ไม่ค่อยจะได้เรื่อง ’   เพราะไข่หวานพูดคุยเจื้อยแจ้ว    เล่าได้ทุกเรื่อง   ยกเว้นเรื่องสำคัญที่ย่าของแกกำลังเป็นกังวลอยู่ในตอนนี้   “  แต่เท่าที่ได้ตรวจดู    และดูจากอาการของแกแล้วก็ไม่เป็นอะไรนะครับ   แต่ถ้าย่านวลไม่สบายใจ ”    คนฟังมัวแต่เป็นห่วงหลานสาว    จนไม่ทันรู้สึกสะดุดหูกับที่หมอทะนงเรียกตนอย่างสนิมสนมว่า ‘ ย่านวล ’    

                หมอทะนงเว้นช่วงการพูดหยุดหายใจนิดหนึ่ง   แล้วพูดต่อไปกับ ‘ย่านวล’  ในขณะเดียวกันตาก็มองดูไข่หวานไปด้วย

                “ คืนนี้คงต้องเฝ้าดูอาการแกอย่างใกล้ชิดไปอีกทีก็แล้วกันนะครับ   ถ้าสงสัยว่ามีอะไรผิดปกติก็รีบพาแกมาส่งทันทีเลยนะครับ   อ้อเกือบลืมไป !  ย่านวลไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ   คืนนี้   ถ้าไข่หวานเกิดมีอาการผิดปกติ  หรือมีอะไรฉุกเฉินขึ้นมาแม้แต่นิดเดียว   อย่ารอจนถึงเช้านะครับ ”  เขาเน้นเสียง   ทำท่าว่าเรื่องนี้สำคัญจริงๆ  “ ย่านวลต้องรีบพาแกไปหาหมออานะทันทีเลยนะครับ   ให้หมออานะดูก่อนก็ได้ครับ     บ้านอยู่ติดกันแค่นั้นเอง ”     หมอทะนงลูบหัวไข่หวานเล่นไปด้วยขณะที่พูดหน้าตาจริงจังอยู่กับย่าของแก      แล้วหัวเราะเบาๆเป็นการแถมท้ายหลังจากที่พูดจบ  

                หมออานะกำลังยืนฟังการสนทนาอยู่เพลินๆถึงกับเลิกคิ้วขึ้นอย่างลืมตัว  เมื่อถูกหมอทะนงเอ่ยพาดพิงมาถึงอย่างไม่ทันตั้งตัว    พลางคิดในใจว่า   ‘ กูอีกแล้วหรือนี่ ! ’  

               

                เมื่อก่อนนี้ผ่องนวลเคยทำงานเป็นผู้บริหารระดับสูงของธนาคาร แต่หลังจากที่ได้ตัดสินใจเกษียณตัวเองออกมาก่อนหมดวาระการทำงาน   พร้อมกับรับเงินก้อนใหญ่ออกมาด้วย   ผ่องนวลก็คิดว่าจะอยู่บ้านเป็นย่านวลของไข่หวานไปอย่างเดียว   จะไม่ทำอะไรอีกแล้ว     เพราะเหนื่อยกับงานที่ต้องรับผิดชอบสูงมานานหลายสิบปีแล้ว   และเงินที่มีอยู่ก็สามารถจะทำให้ใช้ชีวิตอยู่กันไปได้อย่างสบายๆทั้งสองคนย่าหลาน

                แต่ประสบการณ์การทำงานอันมีค่าและความรู้ที่มี   ทำให้ผ่องนวลถูกตามตื้อไปเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยมาหลายครั้งแล้ว     แต่ก็ปฏิเสธมาทุกครั้ง  

                จนมาครั้งนี้ที่ไม่สามารถจะปฏิเสธได้      เมื่อได้รับการขอร้องจากผู้ใหญ่ซึ่งเคยมีบุญคุณ  เคยช่วยเหลือเกื้อหนุนกันมาในสายงาน          ขอให้ไปช่วยสอนวิชาการเงินในมหาวิทยาลัยเอกชนที่ท่านผู้นี้ถือหุ้นใหญ่อยู่    ผ่องนวลจึงต่อรอง    โดยไม่ขอรับตำแหน่งอาจารย์ประจำ       แต่จะรับเป็นผู้บรรยายพิเศษให้นักศึกษาปริญญาโทภาคค่ำ      เพียงสัปดาห์ละครั้งในตอนค่ำเท่านั้นพอ 

                ประจวบเหมาะกับวันนี้เป็นวันแรกที่จะต้องไปบรรยาย  และก็เป็นวันนี้ที่หลานสาวตกบันไดแขนหัก      ผ่องนวลได้โทรไปแจ้งให้ทางมหาวิทยาลัยทราบว่าไม่สามารถจะไปได้   แต่ทางนั้นก็เดือดร้อนเหมือนกัน      เพราะหาอาจารย์ท่านอื่นไม่ทันแล้วในเวลากระชั้นชิดเช่นนี้

                หญิงกลางคนจึงเล่าถึงความจำเป็นของตนให้เพื่อนบ้านฟัง    พร้อมกับพูดในเชิงปรึกษาว่า

                “ ให้ไข่หวานนอนโรงพยาบาลคืนนี้ดีไหมคะคุณหมอ ”

                แต่ยังไม่ทันที่หมออานะจะเอ่ยปากตอบว่าอะไร   ไข่หวานก็โวยวายขึ้นมาก่อน

                “ ไข่หวานไม่อยู่ที่นี่  ไข่หวานจะกลับบ้าน   ไข่หวานไม่อยู่โรงพยาบาลนะคะย่านวล       ไข่หวานจะกลับบ้านกับย่านวล ”   เด็กหญิงเริ่มงอแงทำท่าจะร้องไห้หลังจากที่โวยวายเสร็จ

                “ จุ๊ๆ!  เบาๆนะ  เงียบๆหน่อย   อย่าทำเสียงดังไปนะไข่หวาน   ที่นี่ไม่ใช่บ้านเรา ”   ถ้าไม่สงสารว่าแขนหัก     ป่านนี้เด็กน้อยอาจจะโดนย่าซัดเข้าให้สักทีแล้ว 

                หลังจากดุหลานสาวจอมโวยแล้ว หญิงกลางคนก็หันมามองสบตากับหมอหนุ่มเพื่อนบ้านอย่างหนักใจ     ชายหนุ่มยืนเงียบเหมือนกำลังคิดหนักอยู่สักครู่     ก่อนที่จะพูดขึ้นมาว่า

                “ อาการแกก็ไม่ถึงขั้นจะต้องนอนโรงพยาบาลหรอกครับน้านวล….”  

                เขาหยุดพูดไปเฉยๆ   ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ    แล้วรีบพูดออกมาอย่างคนตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่า 

                “ ผมว่าเอาอย่างนี้แล้วกันครับ  ตอนที่น้านวลไปสอนหนังสือคืนนี้   ให้ไข่หวานไปอยู่บ้านผมก็ได้ครับ   ผมจะดูแลให้เอง   จะได้สังเกตอาการแกไปด้วยว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า ”  

                ผ่องนวลรู้สึกโล่งอกจนยิ้มออกมาทันที ดีใจหายห่วงที่หมอหนุ่มข้างบ้านรับจะดูแลหลานสาวให้    แต่พอรู้ตัวหญิงกลางคนก็รีบเก็บอาการ  

                “ แหม  น้าเกรงใจคุณหมอจริงๆค่ะ   ต้องรบกวนคุณหมอกับพี่วารี    แต่ว่าให้ไข่หวานอยู่ในความดูแลของคุณหมอ    น้าก็อุ่นใจที่สุดเลยค่ะ   ขอบคุณคุณหมอมากเลยนะคะ ”

                “ ไม่เป็นไรครับ ”   พูดกับเพื่อนบ้านแล้ว    หมออานะก็ยิ้มให้ด้วยทีหนึ่ง    แต่กลับพูดอยู่ในใจอย่างปลงตกว่า   ‘ ไหนๆ  ก็ไหนๆแล้วนี่ครับ ’

               

                ตอนเย็น     ย่าออกไปสอนหนังสือแล้ว     หลานสาวไปอยู่ที่บ้านติดกัน   และกำลังเล่าเหตุการณ์ครั้งสำคัญที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้คุณยายวารีฟังอยู่    หมออานะกำลังนั่งดูทีวีอยู่อีกมุมหนึ่งในห้องเดียวกัน    ถึงหมอหนุ่มจะไม่สนใจฟังที่เด็กหญิงกำลังเล่า     แต่ก็ได้ยินถนัดชัดเจนทุกคำพูด  จนเขาชักจะไม่แน่ใจแล้วว่า    ตัวเองหูดีผิดปกติ     หรือเป็นเพราะเสียงไข่หวานดังผิดปกติกันแน่  

                หลังอาหารเย็น    หมออานะขอตัวขึ้นไปอ่านหนังสือข้างบน  ไข่หวานอยู่ทำการบ้านกับคุณยายวารีข้างล่าง   ถ้าเป็นเด็กอื่นบางคนอาจจะใช้แขนข้างที่เจ็บเป็นข้ออ้างที่จะไม่ทำการบ้าน   แต่เด็กคนนี้ไม่เป็นอย่างนั้น    แขนข้างขวาของแกใส่เฝือกอยู่จึงทำให้เขียนหนังสือไม่สะดวก   แต่วารีสังเกตเห็นได้ว่าเด็กน้อยมีความมานะพยายาม   และมีความมุ่งมั่นสูงมาก   ดูได้จากการที่แกพยายามจะฝืนจับดินสอทำการบ้านให้ได้   เมื่อเขียนตัวหนังสือไม่สวย   เพราะจับดินสอไม่ถนัดหรืออาจจะเป็นเพราะเจ็บแขน  แต่ก็ไม่ยอมเลิกล้มง่ายๆ  แกจะลบแล้วเขียนใหม่อยู่หลายครั้ง   จากนั้นก็เอียงคอดูจนพอใจว่าดีแล้วถึงได้ปล่อยผ่านไปได้  เด็กหญิงสามารถนั่งทำการบ้านเองได้   แกเพียงแต่ถามคุณยายวารีถึงเลขข้อเดียวที่แกไม่ค่อยจะเข้าใจโจทย์  แต่เมื่อเข้าใจแล้ว    แกก็ก้มหน้าก้มตานั่งทำไปอย่างตั้งอกตั้งใจจนเสร็จ     วารีนั่งอมยิ้มมองดูเด็กข้างบ้านอยู่อย่างเป็นปลื้ม   ชื่นชมกับความเป็นเด็กที่ทำตัวไม่เป็นภาระมากของเด็กคนนี้ 

                พอทำการบ้านเสร็จหมดทุกอย่าง   ไข่หวานก็เก็บข้าวของลงกระเป๋า     เมื่อเรียบร้อยก็ไปนั่งดูทีวีกับเจ้าของบ้าน     รอเวลาย่ามารับกลับบ้าน  

                ขณะที่นั่งดูทีวีไป   ถ้าหนังตอนไหนตลก    แกก็จะหัวเราะเสียงดังอย่างชอบอกชอบใจ   จนคุณยายวารีพลอยหัวเราะตามไปด้วย     แต่เป็นเพราะขำไข่หวานมากกว่าหนัง   โฆษณาอันไหนที่เด็กหญิงสนใจ    แกก็จะนั่งดูตาแป๋วอย่างตั้งอกตั้งใจ    เหมือนจะจดจำเอาไว้   ทำให้หญิงชรานึกไปถึงที่เด็กน้อยเคยสะบัดผมเลียนแบบโฆษณา   จนถึงกับนั่งหัวเราะออกมาคนเดียว   แต่ถ้าโฆษณาอันไหนที่เห็นว่าล่อแหลมต่อการเข้าใจผิดของเด็ก   เด็กไม่ควรดู   คุณยายวารีก็จะบังเอิญกดรีโมทผิด   เปลี่ยนช่องกะทันหันทุกทีไป    เมื่อไข่หวานท้วงคุณยายก็จะหาช่องเดิมไม่เจอ   มาเจออีกทีก็ตอนที่โฆษณานั้นจบไปแล้วทุกครั้ง


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1
ตามใจน้า วันที่ : 27/12/2007 เวลา : 17.42 น.
http://www.oknation.net/blog/tamji

ขอให้มีความสุขในวันปีใหม่น้าค้า
...
..............ไหนๆก็แวะมาทักทายพี่แล้ว..
ขอรบกวนหน่อยน้าค้า...ช่วยโหวต Blogของน้องให้หน่อยน้าค้า
..แข่งขันกับเพื่อนไว้ว่าใครจะได้มากกว่ากัน..
..ขอรบกวนหน่อยน้าค้า....ขอบคุณค้าพี่
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2007 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31