
พิมพ์หน้านี้
|
4 ความสนิทสนมของเพื่อนบ้านรั้วติดกันสองหลังนี้เริ่มต้นมาจากผู้ใหญ่ แต่ตอนนี้ได้ขยายฐานออกไปเป็นความสนิทสนมของเด็กผู้หญิงสองคน ซึ่งงอกงามขึ้นมาในแค่ชั่วระยะเวลาสั้นๆภายในช่วงปิดเทอมที่เมได้มาค้างอยู่ที่บ้านยาย มนูญกับองค์อรได้ยินลูกสาวพูดถึงไข่หวานบ่อยมากเมื่อแกกลับมาจากบ้านยายแล้ว จน หนักๆเข้ามนูญก็นึกอยากจะพบกับเพื่อนใหม่ของลูกสาว องค์อรเคยเห็นไข่หวานสองสามครั้งเมื่อตอนที่แวะไปเยี่ยมลูกๆที่บ้านน้องชาย แต่ช่วงที่องค์อรไปก็มักจะเป็นตอนค่ำที่ผ่องนวลมารับหลานสาวกลับบ้าน เลยได้เห็นหน้ากันเพียงชั่วประเดี๋ยวประด๋าว พฤติกรรมของเมที่พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น กลายเป็นเครื่องยืนยันถึงอิทธิพลของไข่หวานที่มีต่อแก การที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับเด็กร่าเริงอย่างไข่หวาน ทำให้เมช่างพูดช่างคุยมากขึ้นกว่าเคย โดยเฉพาะเมื่อถูกพ่อแม่ถามถึงเกี่ยวกับเพื่อนเล่นคนนี้ ก็ดูเหมือนว่าลูกสาวจะมีเรื่องเล่าได้ไม่ซ้ำ
เราพาไข่หวานไปเที่ยวฟาร์มกับเราด้วยดีไหม ลูกคงจะสนุกนะแม่ ถ้ามีคนถูกใจอย่างไข่หวานไปด้วย แม่ว่ายังไงล่ะ มนูญปรึกษากับภรรยา สุดสัปดาห์นี้มนูญวางแผนจะพาครอบครัวไปเที่ยวฟาร์ม ผู้ชายคนนี้พอใจที่จะอุทิศเวลาว่างให้กับลูกเมียมากกว่าการไปเที่ยวเตร่ตามใจตัวเอง ถ้ามีการโวตเลือกหัวหน้าครอบครัวตัวอย่างเขาคงต้องได้ตำแหน่งนี้ไปครองอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ถึงแม้ไม่มีตำแหน่งอย่างที่ว่าองค์อรก็ภูมิใจและรู้ตัวว่าโชคดีที่ได้ผู้ชายคนนี้เป็นผู้นำครอบครัว ภรรยาเห็นด้วยกับความคิดของสามี ค่ำนั้นจึงรับหน้าที่เป็นคนโทรศัพท์ไปคุยกับย่านวลของไข่หวานที่บ้านเอง ผ่องนวลลังเลใจ ไม่ตอบรับหรือปฎิเสธในทันทีที่องค์อรขออนุญาตพาไข่หวานไปเที่ยวด้วยกันในสุดสัปดาห์นี้ ใจหนึ่งย่าก็อยากจะให้หลานสาวได้ไปเที่ยว เพราะตนเป็นคนไม่ชอบเที่ยวและเคยคิดกังวลไปว่า การที่เด็กฉลาดอย่างไข่หวานต้องมาอยู่กับคนแก่ที่ชอบอยู่กับบ้านอย่างตน อาจจะทำให้เด็กในวัยเรียนรู้เสียโอกาสที่จะได้สัมผัสกับโลกภายนอกไป มีอีกสิ่งหนึ่งที่หญิงกลางคนกลัวอยู่ลึกๆภายในใจ ซึ่งเป็นสาเหตุไม่อยากให้หลานสาวเข้าไปคลุกคลีใกล้ชิดกับครอบครัวขององค์อร นั่นก็คือความสมบูรณ์แบบเพรียบพร้อมของครอบครัวนี้ คนที่คิดละเอียดหรืออาจจะเข้าขั้นคิดมากอย่างผ่องนวลคิดกลัวไปว่า ภาพบรรยากาศอบอุ่นที่มีพ่อแม่ลูกอยู่กันครบพร้อมหน้า อาจจะทำให้เด็กบ้านแตกเกิดปมด้อยขึ้นมาได้ แต่เมื่อคิดกลับไปอีกทีในอีกมุมหนึ่ง ก็เห็นว่าหลานสาวควรจะได้เรียนรู้ หัดทำใจให้ยอมรับกับความเป็นจริงแต่เด็ก ในเมื่อความจริงเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงกันไม่ได้ ก็น่าจะให้เด็กค่อยเรียนรู้ที่จะอยู่คู่กับมันไปอย่างไม่หวั่นไหวน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า คุณอรจะมารับยายไข่หวานกี่โมงดีคะ น้าจะได้เตรียมตัวแกให้พร้อม ผ่องนวลถามหลังจากนิ่งคิดไปชั่วครู่ คงต้องเช้านิดหนึ่งล่ะค่ะ เราจะออกจากกรุงเทพกันแต่เช้าวันเสาร์สักเจ็ดโมง ไปค้างที่ฟาร์มคืนหนึ่ง แล้วอรจะพาไข่หวานมาส่งให้น้านวลตอนค่ำๆวันอาทิตย์ค่ะ อรจะดูแลให้แกทานข้าวเย็นมาให้เรียบร้อยเลย พอมาถึงบ้านแกก็จะได้อาบน้ำแล้วเข้านอนได้เลยไงคะ แต่คงต้องรบกวนให้น้านวลดูให้แกทำการบ้านให้เสร็จตั้งแต่วันศุกร์เย็นเลยนะคะ องค์อรพูดด้วยน้ำเสียงสดใส นึกโล่งใจ เมื่อกี้ที่ผ่องนวลเงียบไป หญิงสาวก็ใจเสียคิดว่าจะได้รับคำตอบปฏิเสธเสียอีก
ไข่หวานตื่นเต้นไปตลอดทั้งอาทิตย์เมื่อรู้ว่าจะได้ไปเที่ยวฟาร์ม คงพอๆกับเมที่ดีใจเมื่อแม่บอกว่าเพื่อนซี้จะไปด้วยกันมากกว่าดีใจที่จะได้ไปเที่ยว เด็กหญิงเฉยๆกับการได้ไปเที่ยวซึ่งพ่อแม่พาไปบ่อยเสียจนแกไม่รู้สึกตื่นเต้นอีกต่อไปแล้ว
มนูญเพิ่งจะได้พบกับไข่หวานเป็นครั้งแรกหลังจากที่ได้ยินแต่ลูกสาวเล่าให้ฟัง ความเป็นเด็กร่าเริงอย่างน่ามหัศจรรย์ของเด็กคนนี้ทำให้ผู้ใหญ่รู้สึกทึ่ง ไข่หวานไม่มีลักษณะของเด็กมีปัญหา หรือเด็กบ้านแตกให้เห็นแต่อย่างไรเลย ในอีกแง่หนึ่ง การที่ไม่มีพ่อแม่อยู่ด้วยใกล้ๆให้เกาะแจอาจจะเป็นส่วนช่วยทำให้แกสามารถปรับตัวไปได้เองโดยธรรมชาติก็เป็นได้ ไข่หวานเป็นเด็กเข้าไหนเข้าได้ แกไม่มีท่าทีอิดออดลังเลใจเลยแม้แต่น้อย ที่จะเข้าร่วมเล่นในทุกกิจกรรมที่ทางฟาร์มได้จัดเตรียมไว้สำหรับเด็กๆ พลอยทำให้เมที่ดูกล้าๆกลัวๆกับคนแปลกหน้าในตอนแรก เกิดความมั่นใจที่จะเข้าร่วมเล่นด้วยเมื่อมีไข่หวานเป็นผู้นำ เอ่อแน่ะ มันกล้าจริงๆเลยไอ้เด็กคนนี้ แล้วก็กล้าถูกเรื่องด้วย ไม่มีเคอะเขินเลย เขาให้ทำอะไรก็ทำ ถามอะไรก็ตอบ มนูญเอ่ยปากชมไข่หวานกับภรรยา ทั้งคู่กำลังนั่งดูเด็กๆทำกิจกรรมอยู่ด้วยกัน นี่ถ้าให้คนเขาลองทายว่าคนไหนเป็นเด็กบ้านแตก ระหว่างยายไข่หวานกับลูกสาวเรา คนคงต้องชี้มาที่ยายเมแน่ๆเลย นั่นสิคะพ่อ เราก็พยายามเลี้ยงลูกมาอย่างดีที่สุดแล้วนะพ่อ ทำไมมันถึงเป็นอย่างนี้ไปได้ก็ไม่รู้นะ ที่ลูกเราเป็นอย่างนี้ มันอาจจะเป็นเพราะว่าเราดูแลประคบประหงมลูกมากเกินเหตุไปหรือเปล่าก็ไม่รู้นะแม่นะ หรือว่าเป็นเวรเป็นกรรมที่ติดตัวเด็กมาทำให้เด็กแต่ละคนมันไม่เหมือน กัน หรือว่าเป็นโชคเคราะห์ของคนเป็นพ่อแม่ที่จะได้ลูกแบบไหนกัน มันก็อาจจะรวมๆกันมาจากหลายๆสาเหตุตามที่พ่อว่ามาทั้งหมดก็ได้นะคะ องค์อรจบการพูดด้วยการผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆและรอยยิ้มเพลียๆ ช่างเถอะนะแม่ อย่าคิดมากเลย มีลูกอย่างยายเมก็ไม่นับว่าแย่นักหรอกน่า เพียงแต่เราหวังกับลูกมากเกินไปมากกว่า นี่คงเป็นธรรมชาติของลูกเราที่เราจะต้องเข้าใจและยอมรับแล้วล่ะ ไปเถอะ เกมเขาจวนเลิกแล้วมั้ง เราไปรอรับเด็กๆไปนอนกันเถอะแม่
กลับจากไปเที่ยวฟาร์มมา ไข่หวานก็มีเรื่องมาเล่าให้ย่านวลกับคุณยายวารีฟังได้เป็นคุ้งเป็นแควตามสไตล์ของแก คุณยายกับคุณย่าก็ได้แต่ทำเสียง เหรอลูก เหรอจ๊ะ เอออออย่างเอาใจไปตามเรื่องในขณะที่ฟังแกเล่า ผ่องนวลดีใจที่เห็นหลานสาวมีความสุข และโล่งใจที่เห็นว่าไข่หวานไม่แสดงอาการว่ามีปมด้อย ที่ไปเห็นความสมบูรณ์แบบของครอบครัวคนอื่นอย่างที่ตนคิดกลัวไปเอง ครั้งนี้นับว่าเป็นโชคดีของหมออานะ ที่เขาเข้าเวรกลางคืนตลอดในช่วงนั้น จึงรอดตัวเบาหูไปได้หนหนึ่ง
เปิดเทอมใหม่ปีนี้ไข่หวานได้ขึ้นชั้นประถมหนึ่ง เด็กหญิงได้ย้ายจากตึกอนุบาลที่เป็นอาคารชั้นเดียว ไปเรียนที่ตึกประถมซึ่งเป็นตึกสองชั้นที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ โดยมีรุ่นของแกเป็นนักเรียนรุ่นแรกที่จะได้ฉลองตึกหลังนี้ ห้องเรียนของไข่หวานอยู่บนชั้นสอง แต่เพียงแค่เริ่มต้นวันแรกที่ได้เลื่อนขึ้นไปอยู่ที่สูงเท่านั้นเอง เด็กหญิงก็ได้รับเกียรติจารึกไว้ในประวัติโรงเรียนว่า.... เป็นเด็กนักเรียนคนแรกที่ตกบันได ! เพราะแทนที่จะมองทาง เด็กน้อยกลับมัวแต่เดินเพลิน ตามองตามจิ้งจกตัวอ้วนขาวที่ไต่อยู่ข้างราวบันได ไข่หวานรู้สึกตัวว่า ตัวเองได้กลิ้งหลุนๆลงบันไดมาทีละขั้น ไม่ได้นิ่มนวลน่าดูเหมือนฉากสโลวโมชั่นที่แกเคยได้เห็นในหนังเลยสักนิดเดียว ยังดีที่ไม่ได้ตกลงมาจากบันไดขั้นบนสุด แต่กลิ้งลงมาจากบันไดขั้นที่สี่ ลงมานอนแอ้งแม้งอยู่ที่พื้น แขนขวางอพับอยู่ใต้ท้อง คุณครูหน้าซีดรีบอุ้มลูกศิษย์ขึ้นรถ ไปส่งยังโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้กับโรงเรียนที่สุดในทันที และวันนั้นหมออานะบังเอิญเป็นหมอที่เข้าเวรอยู่ที่ห้องฉุกเฉินพอดี เด็กตกบันไดคะ คุณครูที่พาไข่หวานมาส่งรีบแจ้งให้หมอทราบ คุณครูไปรอข้างนอกก่อนก็ได้ครับ หมออานะพูดกับคุณครู ขณะที่ลงมือตรวจดูว่าไข่หวานบุบสลายแตกหักเสียหายตรงไหนบ้าง หมออานะก็คิดในใจว่า ไม่แปลกใจเลยที่ได้เจอกับเด็กข้างบ้านในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล เพราะเขาคิดอยู่แล้วว่า ไม่วันใดก็วันหนึ่ง คงไม่แคล้วได้เจอกันหรอก แต่จริงๆแล้วที่เขาคาดเอาไว้ ไข่หวานน่าจะตกลงมาจากเก้าอี้ตัวที่เขย่งเก็งกอยขึ้นไปพูดกับเจ้านกบ้านั่นทุกวันมากกว่า ผมตรวจดูแล้วนะครับ แกไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ แต่เดี๋ยวต้องส่งไปเอ็กซ์เรย์ดูอีกที แขนข้างขวาสงสัยว่าจะหัก ผมจะส่งต่อไปหาหมอกระดูกเลยนะครับ หมออานะบอกกับคุณครูที่เป็นคนพาเด็กมาส่ง หน้าคุณครูค่อยมีสีเลือดขึ้นมาบ้างเมื่อได้ยินหมอบอกว่าเด็กไม่เป็นอะไรมาก หลังจากส่งไข่หวานไปหาหมอกระดูกแล้ว หมออานะก็ทำท่าว่าเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เขายิ้มเจ้าเล่ห์กับตัวเอง แล้วรีบเดินกลับเข้าไปโทรศัพท์ในห้องทำงานทันที พี่ครับ คนที่พี่อยากเห็นมานาน วันนี้พี่จะได้เห็นแล้วนะครับ แกมาให้พี่เห็นถึงที่นี่แล้วครับ หมออานะกำลังพูดโทรศัพท์อยู่กับหมอทะนง เด็กที่ตกบันไดมา นั่นแหละครับ คนนั้นแหละครับ อ๋อ...ตอนนี้เขาส่งไปถึงพี่แล้วหรือครับ ครับๆ โชคดีนะครับพี่ หมออานะจบการสนทนากับหมอทะนงด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ จนฝ่ายโน้นงงว่าหมออานะหัวเราะทำไมกัน หัวเราะด้วยเรื่องอะไร แล้วทำไมถึงขนาดจะต้องอวยชัยให้พรกันด้วย แต่ว่าหมอทะนงยังไม่ทันจะได้ถามอะไร หมออานะก็ชิงวางหูเสียก่อน
ผ่องนวลรีบตามมาดูหลานสาวที่โรงพยาบาลทันที หลังจากที่ทางโรงเรียนได้โทรไปแจ้งให้ทราบ หมออานะออกเวรแล้วแต่ยังไม่กลับบ้าน เขายังเดินอยู่ในบริเวณแถวห้องฉุกเฉิน ผ่องนวลดีใจมากที่เห็นหมอหนุ่มเพื่อนบ้าน จึงรีบเดินตรงเข้าไปหาเขาทันที ไข่หวานเป็นอะไรมากไหมคะคุณหมอ เห็นสีหน้าเป็นกังวลของเพื่อนบ้านแล้ว หมออานะก็รีบปลอบใจว่า แกไม่เป็นอะไรมากหรอกครับน้านวล แค่แขนหักเอง ตอนนี้กำลังเข้าเฝือกอยู่ เดี๋ยวก็เสร็จแล้วครับ ด้วยอาชีพแพทย์ และเป็นหมอเวรในห้องฉุกเฉินบ่อยๆ หมออานะเห็นคนแขนหัก ขาหัก หรืออวัยวะอื่นแตกหักเสียหายมาจนเคยชิน หมอหนุ่มจึงแสดงออกได้ทั้งน้ำเสียงและสีหน้า อย่างเห็นเป็นเรื่องปกติธรรมดาในขณะที่บอกกับผ่องนวลว่า ไข่หวาน แค่แขนหักเอง สำหรับคนที่ไม่ได้เป็นหมออย่างผ่องนวล แต่เป็นย่านวลที่รักหลานสาวอย่างสุดชีวิต เมื่อได้ยินว่าหลานสาวแขนหัก ย่านวลก็ถึงกับหน้าซีด ใจสั่นเหมือนจะเป็นลม เพราะสำหรับย่านวลแล้ว มันเป็นความรู้สึกแบบนี้ ไข่หวานแขนหัก !!!
หญิงกลางคนผุดลุกขึ้นยืนอย่างดีใจที่เห็นหลานสาวไม่เป็นอะไรมาก เด็กน้อยกำลังนั่งมาในรถเข็น เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกำลังเข็นแกออกมาจากห้อง ที่แขนขวาของเด็กหญิงเข้าเฝือกไว้ตั้งแต่ข้อศอกลงมาจนเกือบจะถึงข้อมือ หมอทะนงออกเวรแล้วเหมือนกัน และกำลังเดินตามรถเข็นไข่หวานออกมาด้วยกัน ไข่หวานคงกำลังเล่าอะไรให้ทั้งสองคนฟังอยู่ เพราะทั้งเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลที่เข็นรถและหมอทะนงเดินหัวเราะกันมาตลอดทาง โดยเฉพาะหมอทะนงที่ส่งเสียงเออออพยักหน้ารับและส่งสายตาแสดงความเอ็นดูคนไข้ตัวน้อยไปด้วยขณะที่เดินคุยกันมา ไข่หวานดีใจที่เห็นย่า เด็กหญิงรีบพูดกับย่าในทันทีที่ท่านเดินเข้ามาถึงตัวแก ไข่หวานตกบันไดที่โรงเรียนค่ะย่านวล แกพูดเสียงตื่นเต้นและทำตาโตขณะที่เล่าไปด้วย เหมือนกับเพิ่งได้ประกอบวีรกรรมครั้งสำคัญมาหยกๆ หน้าตาสดใสไม่เหมือนคนเจ็บเลยสักนิดเดียว คุณหมอคนนี้ ชี้ไปที่หมอทะนง ให้ไข่หวานเลือกไอ้นี่ที่ใส่แขนไข่หวานด้วยค่ะ แกใช้มือข้างที่ดีจับแขนข้างที่ใส่เฝือกให้ย่าดูผ้าคล้องแขน ผ้าสีชมพูนี่สวยด้วย ไข่หวานชอบมากๆเลยค่ะ ย่านวลว่าสวยมั้ยคะ คุณหมอใจดีวาดการ์ตูนนี่ให้ไข่หวานด้วยนะคะ ชี้ไปที่หมอทะนงอีกครั้ง แล้วอวดรูปช้างดัมโบ้ที่วาดอยู่บนเฝือกที่มีผ้าคล้องแขนสีชมพูให้ย่าดู ฝีมือการวาดของหมอหนุ่มใหญ่ไม่เลวเลย รูปช้างการ์ตูนน่ารักหูใหญ่กว้างกำลังกางหูออกบิน และมีข้อความเขียนไว้ว่า สำหรับไข่หวานคนเก่งที่หนึ่ง มีชื่อหมอทะนงเซ็นกำกับอยู่ข้างรูปด้วย ผ่องนวลไม่ตอบได้แต่พยักหน้ารับ เพราะกำลังน้ำตาคลอสงสารหลานสาว กลัวว่าจะเจ็บ แต่ก็ดีใจและโล่งอกที่เห็นว่าแกยังพูดได้จ๋อยๆ นอกจากแขนที่หักแล้ว ส่วนอื่นก็ไม่เห็นว่าเด็กน้อยจะเป็นอะไรที่ตรงไหนอีก แต่ความเป็นห่วงก็ทำให้ย่าไม่สบายใจอยู่ดี แล้วนี่ สมองกับศีรษะแกจะกระทบกระเทือนเป็นอะไรไปหรือเปล่าคะคุณหมอ หญิงกลางคนถามพร้อมกับมองหน้าทั้งหมอหนุ่มน้อยและหนุ่มใหญ่ เพราะไม่รู้ว่าต้องถามหมอไหนกันแน่ เลยถามเสียทั้งคู่เลยทีเดียว แต่หมอทะนงเป็นคนตอบเองว่า ตามที่คุณครูคนที่มาส่งเล่าให้ฟังนะครับ ตอนที่ไข่หวานตกลงมาก็ไม่มีใครเห็น น้ำเสียงหมอทะนงที่พูดถึงคนไข้ตัวเล็ก ฟังดูเหมือนคนที่รู้จักคุ้นเคยสนิทสนมกันมานาน เลยไม่ทราบว่าศีรษะแกกระแทกเข้ากับอะไรหรือเปล่า ถามแกก็ไม่ค่อยจะเข้าใจ เขาพูดเสียงหัวเราะๆอย่างคนอารมณ์ดี โดยเลี่ยงที่จะพูดว่า ถามแล้วก็ไม่ค่อยจะได้เรื่อง เพราะไข่หวานพูดคุยเจื้อยแจ้ว เล่าได้ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องสำคัญที่ย่าของแกกำลังเป็นกังวลอยู่ในตอนนี้ แต่เท่าที่ได้ตรวจดู และดูจากอาการของแกแล้วก็ไม่เป็นอะไรนะครับ แต่ถ้าย่านวลไม่สบายใจ คนฟังมัวแต่เป็นห่วงหลานสาว จนไม่ทันรู้สึกสะดุดหูกับที่หมอทะนงเรียกตนอย่างสนิมสนมว่า ย่านวล หมอทะนงเว้นช่วงการพูดหยุดหายใจนิดหนึ่ง แล้วพูดต่อไปกับ ย่านวล ในขณะเดียวกันตาก็มองดูไข่หวานไปด้วย คืนนี้คงต้องเฝ้าดูอาการแกอย่างใกล้ชิดไปอีกทีก็แล้วกันนะครับ ถ้าสงสัยว่ามีอะไรผิดปกติก็รีบพาแกมาส่งทันทีเลยนะครับ อ้อเกือบลืมไป ! ย่านวลไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ คืนนี้ ถ้าไข่หวานเกิดมีอาการผิดปกติ หรือมีอะไรฉุกเฉินขึ้นมาแม้แต่นิดเดียว อย่ารอจนถึงเช้านะครับ เขาเน้นเสียง ทำท่าว่าเรื่องนี้สำคัญจริงๆ ย่านวลต้องรีบพาแกไปหาหมออานะทันทีเลยนะครับ ให้หมออานะดูก่อนก็ได้ครับ บ้านอยู่ติดกันแค่นั้นเอง หมอทะนงลูบหัวไข่หวานเล่นไปด้วยขณะที่พูดหน้าตาจริงจังอยู่กับย่าของแก แล้วหัวเราะเบาๆเป็นการแถมท้ายหลังจากที่พูดจบ หมออานะกำลังยืนฟังการสนทนาอยู่เพลินๆถึงกับเลิกคิ้วขึ้นอย่างลืมตัว เมื่อถูกหมอทะนงเอ่ยพาดพิงมาถึงอย่างไม่ทันตั้งตัว พลางคิดในใจว่า กูอีกแล้วหรือนี่ !
เมื่อก่อนนี้ผ่องนวลเคยทำงานเป็นผู้บริหารระดับสูงของธนาคาร แต่หลังจากที่ได้ตัดสินใจเกษียณตัวเองออกมาก่อนหมดวาระการทำงาน พร้อมกับรับเงินก้อนใหญ่ออกมาด้วย ผ่องนวลก็คิดว่าจะอยู่บ้านเป็นย่านวลของไข่หวานไปอย่างเดียว จะไม่ทำอะไรอีกแล้ว เพราะเหนื่อยกับงานที่ต้องรับผิดชอบสูงมานานหลายสิบปีแล้ว และเงินที่มีอยู่ก็สามารถจะทำให้ใช้ชีวิตอยู่กันไปได้อย่างสบายๆทั้งสองคนย่าหลาน แต่ประสบการณ์การทำงานอันมีค่าและความรู้ที่มี ทำให้ผ่องนวลถูกตามตื้อไปเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ปฏิเสธมาทุกครั้ง จนมาครั้งนี้ที่ไม่สามารถจะปฏิเสธได้ เมื่อได้รับการขอร้องจากผู้ใหญ่ซึ่งเคยมีบุญคุณ เคยช่วยเหลือเกื้อหนุนกันมาในสายงาน ขอให้ไปช่วยสอนวิชาการเงินในมหาวิทยาลัยเอกชนที่ท่านผู้นี้ถือหุ้นใหญ่อยู่ ผ่องนวลจึงต่อรอง โดยไม่ขอรับตำแหน่งอาจารย์ประจำ แต่จะรับเป็นผู้บรรยายพิเศษให้นักศึกษาปริญญาโทภาคค่ำ เพียงสัปดาห์ละครั้งในตอนค่ำเท่านั้นพอ ประจวบเหมาะกับวันนี้เป็นวันแรกที่จะต้องไปบรรยาย และก็เป็นวันนี้ที่หลานสาวตกบันไดแขนหัก ผ่องนวลได้โทรไปแจ้งให้ทางมหาวิทยาลัยทราบว่าไม่สามารถจะไปได้ แต่ทางนั้นก็เดือดร้อนเหมือนกัน เพราะหาอาจารย์ท่านอื่นไม่ทันแล้วในเวลากระชั้นชิดเช่นนี้ หญิงกลางคนจึงเล่าถึงความจำเป็นของตนให้เพื่อนบ้านฟัง พร้อมกับพูดในเชิงปรึกษาว่า ให้ไข่หวานนอนโรงพยาบาลคืนนี้ดีไหมคะคุณหมอ แต่ยังไม่ทันที่หมออานะจะเอ่ยปากตอบว่าอะไร ไข่หวานก็โวยวายขึ้นมาก่อน ไข่หวานไม่อยู่ที่นี่ ไข่หวานจะกลับบ้าน ไข่หวานไม่อยู่โรงพยาบาลนะคะย่านวล ไข่หวานจะกลับบ้านกับย่านวล เด็กหญิงเริ่มงอแงทำท่าจะร้องไห้หลังจากที่โวยวายเสร็จ จุ๊ๆ! เบาๆนะ เงียบๆหน่อย อย่าทำเสียงดังไปนะไข่หวาน ที่นี่ไม่ใช่บ้านเรา ถ้าไม่สงสารว่าแขนหัก ป่านนี้เด็กน้อยอาจจะโดนย่าซัดเข้าให้สักทีแล้ว หลังจากดุหลานสาวจอมโวยแล้ว หญิงกลางคนก็หันมามองสบตากับหมอหนุ่มเพื่อนบ้านอย่างหนักใจ ชายหนุ่มยืนเงียบเหมือนกำลังคิดหนักอยู่สักครู่ ก่อนที่จะพูดขึ้นมาว่า อาการแกก็ไม่ถึงขั้นจะต้องนอนโรงพยาบาลหรอกครับน้านวล . เขาหยุดพูดไปเฉยๆ ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ แล้วรีบพูดออกมาอย่างคนตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่า ผมว่าเอาอย่างนี้แล้วกันครับ ตอนที่น้านวลไปสอนหนังสือคืนนี้ ให้ไข่หวานไปอยู่บ้านผมก็ได้ครับ ผมจะดูแลให้เอง จะได้สังเกตอาการแกไปด้วยว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า ผ่องนวลรู้สึกโล่งอกจนยิ้มออกมาทันที ดีใจหายห่วงที่หมอหนุ่มข้างบ้านรับจะดูแลหลานสาวให้ แต่พอรู้ตัวหญิงกลางคนก็รีบเก็บอาการ แหม น้าเกรงใจคุณหมอจริงๆค่ะ ต้องรบกวนคุณหมอกับพี่วารี แต่ว่าให้ไข่หวานอยู่ในความดูแลของคุณหมอ น้าก็อุ่นใจที่สุดเลยค่ะ ขอบคุณคุณหมอมากเลยนะคะ ไม่เป็นไรครับ พูดกับเพื่อนบ้านแล้ว หมออานะก็ยิ้มให้ด้วยทีหนึ่ง แต่กลับพูดอยู่ในใจอย่างปลงตกว่า ไหนๆ ก็ไหนๆแล้วนี่ครับ
ตอนเย็น ย่าออกไปสอนหนังสือแล้ว หลานสาวไปอยู่ที่บ้านติดกัน และกำลังเล่าเหตุการณ์ครั้งสำคัญที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้คุณยายวารีฟังอยู่ หมออานะกำลังนั่งดูทีวีอยู่อีกมุมหนึ่งในห้องเดียวกัน ถึงหมอหนุ่มจะไม่สนใจฟังที่เด็กหญิงกำลังเล่า แต่ก็ได้ยินถนัดชัดเจนทุกคำพูด จนเขาชักจะไม่แน่ใจแล้วว่า ตัวเองหูดีผิดปกติ หรือเป็นเพราะเสียงไข่หวานดังผิดปกติกันแน่ หลังอาหารเย็น หมออานะขอตัวขึ้นไปอ่านหนังสือข้างบน ไข่หวานอยู่ทำการบ้านกับคุณยายวารีข้างล่าง ถ้าเป็นเด็กอื่นบางคนอาจจะใช้แขนข้างที่เจ็บเป็นข้ออ้างที่จะไม่ทำการบ้าน แต่เด็กคนนี้ไม่เป็นอย่างนั้น แขนข้างขวาของแกใส่เฝือกอยู่จึงทำให้เขียนหนังสือไม่สะดวก แต่วารีสังเกตเห็นได้ว่าเด็กน้อยมีความมานะพยายาม และมีความมุ่งมั่นสูงมาก ดูได้จากการที่แกพยายามจะฝืนจับดินสอทำการบ้านให้ได้ เมื่อเขียนตัวหนังสือไม่สวย เพราะจับดินสอไม่ถนัดหรืออาจจะเป็นเพราะเจ็บแขน แต่ก็ไม่ยอมเลิกล้มง่ายๆ แกจะลบแล้วเขียนใหม่อยู่หลายครั้ง จากนั้นก็เอียงคอดูจนพอใจว่าดีแล้วถึงได้ปล่อยผ่านไปได้ เด็กหญิงสามารถนั่งทำการบ้านเองได้ แกเพียงแต่ถามคุณยายวารีถึงเลขข้อเดียวที่แกไม่ค่อยจะเข้าใจโจทย์ แต่เมื่อเข้าใจแล้ว แกก็ก้มหน้าก้มตานั่งทำไปอย่างตั้งอกตั้งใจจนเสร็จ วารีนั่งอมยิ้มมองดูเด็กข้างบ้านอยู่อย่างเป็นปลื้ม ชื่นชมกับความเป็นเด็กที่ทำตัวไม่เป็นภาระมากของเด็กคนนี้ พอทำการบ้านเสร็จหมดทุกอย่าง ไข่หวานก็เก็บข้าวของลงกระเป๋า เมื่อเรียบร้อยก็ไปนั่งดูทีวีกับเจ้าของบ้าน รอเวลาย่ามารับกลับบ้าน ขณะที่นั่งดูทีวีไป ถ้าหนังตอนไหนตลก แกก็จะหัวเราะเสียงดังอย่างชอบอกชอบใจ จนคุณยายวารีพลอยหัวเราะตามไปด้วย แต่เป็นเพราะขำไข่หวานมากกว่าหนัง โฆษณาอันไหนที่เด็กหญิงสนใจ แกก็จะนั่งดูตาแป๋วอย่างตั้งอกตั้งใจ เหมือนจะจดจำเอาไว้ ทำให้หญิงชรานึกไปถึงที่เด็กน้อยเคยสะบัดผมเลียนแบบโฆษณา จนถึงกับนั่งหัวเราะออกมาคนเดียว แต่ถ้าโฆษณาอันไหนที่เห็นว่าล่อแหลมต่อการเข้าใจผิดของเด็ก เด็กไม่ควรดู คุณยายวารีก็จะบังเอิญกดรีโมทผิด เปลี่ยนช่องกะทันหันทุกทีไป เมื่อไข่หวานท้วงคุณยายก็จะหาช่องเดิมไม่เจอ มาเจออีกทีก็ตอนที่โฆษณานั้นจบไปแล้วทุกครั้ง |