
พิมพ์หน้านี้
|
6 อิทธิกลับมาเยี่ยมบ้านสี่ห้าวัน หลังจากที่ไม่ได้กลับเมืองไทยมาได้พักใหญ่แล้ว ไง เล็ก เดี๋ยวนี้เป็นนางสาวไทยไปแล้วเหรอ ได้ข่าวว่ารักเด็ก กลายเป็นเบบี้ซิทเตอร์เด็กข้างบ้านไปแล้วเหรอวะ อิทธิแซวน้องชาย เขาได้เจอกับไข่หวานแล้วเมื่อเย็นนี้เอง ขณะที่แกกำลังช่วยย่ารดน้ำต้นไม้อยู่ที่สนาม และอิทธิกับแม่กำลังนั่งคุยกันอยู่ที่ม้าหินหน้าบ้าน วารีจึงแนะนำลูกชายคนโตให้รู้จักกับเพื่อนบ้าน พร้อมกับสอนไข่หวานให้เรียกเขาว่า ลุงอิท แล้วลุงอิทก็รู้สึกถูกชะตาเอ็นดูเด็กหญิงผมม้าตาโตขึ้นมาทันที เพราะเขาได้ยินเรื่องของแกจากแม่มาจนเหมือนเคยรู้จักกันมาก่อน เมื่อมาเจอตัวจริงเข้าจึงเกิดความรู้สึกคุ้นเคยได้อย่างง่ายดาย และเด็กหญิงก็ไม่มีท่าทีเขินอายกับคนแปลกหน้า แกสามารถพูดคุยโต้ตอบกับอิทธิได้อย่างฉะฉาน ปกติชายหนุ่มไม่ค่อยจะมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับเด็กมากนัก พอได้คุยกับเด็กหญิงข้างบ้านคนนี้ เขาก็รู้สึกว่ามันเพลินดีเหมือนกัน ได้เสียงหัวเราะเรียกน้ำย่อยก่อนอาหารเย็น หมออานะยิ้มก่อนทำหน้าเซ็งๆ ก่อนจะพูดกับพี่ชายว่า ภาวะจำยอมน่ะสิไม่ว่า คืองี้ แม่เราเกิดไปเป็นซี้กับย่าของเด็กเข้า เลยกลายเป็นว่าต้องคอยเป็นธุระดูแลกันไป พี่อิทก็รู้ดีนี่ว่าแม่เราเป็นยังไง นางงามมิตรภาพตัวจริงเลยล่ะ แล้วยายไข่หวานนี่ก็ช่างเจรจาฉอเลาะ .คุณยายคะ คุณยายขา ชายหนุ่มทำเสียงเล็กเสียงน้อยเลียนแบบเด็กหญิงเพื่อนบ้าน จนแม่ทั้งรักทั้งหลงไปหมดแล้ว พี่อิทเองก็ระวังตัวไว้เถอะ เดี๋ยวเจอ ลุงอิทคะ ลุงอิทขา เข้าสักวันสองวัน เป็นได้หลงมนต์เสน่ห์ยายไข่ห่านนี่ไปอีกคนหรอก พี่ชายหัวเราะแสดงอาการเห็นด้วยกับที่น้องชายพูด เขาขำที่น้องชายช่างค่อนขอดแม่ทั้งที่ได้รับฟังมาจากที่แม่เล่า อิทธิก็รู้ว่าน้องชายเองก็เอ็นดูเด็กข้างบ้านคนนี้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าแม่เท่าไหร่หรอก แม่คงท่าจะรักเด็กคนนี้มากจริงๆอย่างเล็กว่านะ พี่มายังไม่ถึงสองวันเลย แต่ได้รู้จักยายไข่หวานนี่ทุกรายละเอียดเลย แม่จะพูดถึงเด็กคนนี้บ่อยมาก เอ่อ ได้ยินแม่เล่าว่าแกเป็นเด็กบ้านแตก พ่อไปทางแม่ไปทางไม่ใช่เหรอ น่าสงสารนะ เป็นเด็กมีปัญหาหรือเปล่าล่ะ แต่เมื่อกี้ที่เจอกันก็ดูสดใสดีนะ พูดเป็นต่อยหอยเชียว ถามไปคำ ตอบกลับมาสิบคำ คิดว่าเป็นเด็กสภาพจิตสมบูรณ์ดีนะฮะ อาจจะดีเกินไปด้วยซ้ำ หมออานะพูดกลั้วหัวเราะ ถึงได้พูดมากซะขนาดนั้น พูดจ๋อยๆได้ทั้งวัน ถามโน่นถามนี่ได้หมดทุกเรื่อง จนผมอยากจะเปลี่ยนชื่อให้แล้ว ชื่อเด็กหญิง ทำไม น่าจะเหมาะกว่าชื่อไข่หวาน เด็กอะไรก็ไม่รู้ ช่างพูด ช่างถามจริงๆ พูดมากจนผมเวียนหัว เจ้าไม้หลานเราก็อายุพอๆกัน ไม่เห็นมันจะพูดมากเหมือนยายไข่ห่านนี่เลย เอ้า ก็ไม้มันเป็นเด็กผู้ชาย เขาว่า โดยธรรมชาติ เด็กผู้หญิงจะช่างพูดกว่าเด็กผู้ชายนี่หว่า อะไรวะ ! นายเป็นหมอ จำไม่ได้หรือ พี่ไม่ได้เป็นหมอ แต่จำได้ว่าเคยอ่านเจอจากหนังสืออะไรสักอย่างที่เขาอ้างถึงผลการวิจัยเรื่องนี้ นายเป็นหมอน่าจะรู้ดีกว่าพี่สิวะ เอ่อ จริงสินะพี่อิท ผมก็ลืมนึกไป มัวแต่คิดรำคาญว่าเด็กมันพูดมาก น้องชายยิ้มเขินๆให้พี่ชาย เด็กผู้หญิงมันพูดน่ารำคาญ ถ้าสาวๆพูดฉอเลาะ มันคงน่ารักน่าฟังกว่าเป็นไหนๆใช่ไหมล่ะ เอ่อ ว่าแต่ว่า นี่นายกับยายหมอพิมพ์จันทร์หวานใจของนายไปถึงไหนกันแล้ววะ พูดแล้วก็นึกขึ้นมาได้ มีอะไรคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว ช่วยอัพเดทหน่อยเหอะ เลิกกันแล้วครับ เขาตอบพี่ชายทันควัน พูดหน้าตาเฉยเหมือนกำลังคุยกันถึงดินฟ้าอากาศทั่วๆไป อ้าวเฮ้ย ! อยู่ดีๆทำไมมาเลิกกันซะล่ะ ล้อเล่นหรือเปล่าวะ ไม่ได้ล้อเล่น เลิกกันแล้วจริงๆครับ เลิกกันเด็ดขาดเมื่อสองสามอาทิตย์ที่แล้วนี่เอง หมออานะตอบพี่ชายพร้อมกับทำหน้าตาเซ็งๆ อิทธิมองหน้าน้องชายเหมือนถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขากลับรีบตัดบทตอบว่า เรื่องมันยาว ไร้สาระด้วย พี่อิทอย่ารู้เลยดีกว่าครับ นายเลิกกับเขา หรือเขาขอเลิกกับนายวะ อิทธิยังซักน้องชายต่อ โดยไม่สนใจที่เขาพยายามจะตัดบท ผมก็ตอบไม่ได้ นี่ผมเองก็ยังงงๆอยู่เหมือนกันนะพี่อิท อ้าวเฮ้ย ! อะไรของนายวะ พี่ชายอุทานแล้วหัวเราะ จริงๆนะครับ ผมยังงงไม่หายเลย วันนั้นไปกินข้าวด้วยกัน ผมก็บอกเขาว่าผมกำลังเดินเรื่องขอทุนไปเรียนต่ออเมริกา แล้วโอกาสที่จะได้ทุนก็เป็นไปได้สูง แค่นั้นแหละ เขาก็งอน ต่อว่าต่อขานผมขึ้นมาทันทีเลยว่า อยู่ๆทำไมคิดขอทุนไปเมืองนอก ทำไมไม่ปรึกษาเขาก่อน จะทำอะไรทำไมไม่ถามกันก่อน แล้วถ้าเขาไม่ให้ผมไปล่ะ ผมจะว่ายังไง โอ้โห ! มาเป็นชุดจนผมรับไม่ทันเลย ว่าจะไม่เล่าแล้ว แต่พอถูกพี่ชายซักเข้า หมออานะก็อดไม่ได้ที่จะพูดออกมาให้ฟังเป็นการระบายอารมณ์ สองคนพี่น้องแม้ว่าอายุจะห่างกันถึงแปดปี และไม่ค่อยจะได้อยู่ด้วยกัน แต่ก็สนิทกันดี อิทธิจึงได้รู้เรื่องที่น้องชายควงกับหมอพิมพ์จันทร์มาตั้งแต่ต้นและโดยตลอด ได้ฟังที่น้องชายเล่าแล้ว พี่ชายก็ได้แต่หัวเราะหึๆ คิดในใจว่าหมอพิมพ์จันทร์นี่ท่าทางจะไม่เบาเลย คงจะพอๆกับน้องชายของเขาที่ท่าทางก็ไม่แคร์เหมือนกัน อย่างนี้จะไปกันรอดได้อย่างไร แล้วนายตอบเขาว่าไงวะ อิทธิซักน้องชายต่อ เขาพยายามจะทำใจให้เป็นกลางในขณะที่ฟังน้องชายเล่า ผมก็ตอบเขาว่า เขาน่าจะดีใจกับผมมากกว่านะ ถ้าผมได้ทุน แต่เขากลับตีโพยตีพายหาว่า ผมกำลังหาเรื่องจะตีจากเขา ตีความเข้าไปโน่นเลยครับ หมอหนุ่มทำหน้าเซ็งจัดพอๆกับน้ำเสียงเมื่อเล่ามาถึงตรงนี้ แล้วพูดต่อว่า เขาว่า ถ้างั้นก็เลิกกันเลยดีกว่า ถ้าผมอยากจะเลิกกับเขาน่าจะบอกกันตรงๆก็ได้ ไม่เห็นจะต้องทำอย่างนี้ เอะอะโวยวายไปกันใหญ่เลย ข้าวปลาอาหารที่สั่งมาก็ไม่ต้องได้กินกัน เสียงและหน้าเซ็งจัดยิ่งขึ้นไปกว่าเมื่อครู่ นายก็เลยเลิกกับเขา ? พี่ชายเดาไปล่วงหน้า มันก็ไม่เชิงหรอกครับพี่อิท เพียงแต่ว่า วันนั้นเราก็จากกันโดยที่ต่างคนต่างก็อารมณ์ไม่ดีด้วยกันทั้งคู่ พอรุ่งขึ้นผมโทรไปหาเขา กะว่าจะปรับความเข้าใจกัน พูดกันตอนอารมณ์ดีๆน่าจะดีกว่าเมื่อวาน แต่เขาไม่พูดกับผม โทรไปอีกกี่ทีๆก็ไม่ยอมพูดด้วย จนผมเลิกโทรแล้วครับ ความอดทนของผมมีขีดจำกัดเหมือนกันนะครับ คนเรา ลองถ้าไม่พูดกันอย่างนี้แล้วมันจะตกลงกันได้ยังไงกันล่ะครับ จริงไหมพี่อิท อิทธิไม่ตอบ แต่กลับถามน้องชายต่อไปว่า ก็เลยเหมือนเลิกกันไปโดยปริยาย พี่ชายสรุปให้ ก็ทำนองนั้นแหละพี่อิท ฉันว่า ฉันฟังๆดูแล้วนะ เสียงนายไม่ได้เสียดมเสียดายเขา หรือแม้แต่เสียใจเลยสักนิดเดียวนะ เจ้าเล็ก ที่เลิกกับเขาน่ะ โธ่พี่อิท ! แล้วจะให้ผมทำท่ายังไงหรือครับ .ถึงได้เหมือนคนเสียใจที่เพิ่งเลิกกับแฟนมาหยกๆ พี่อิทจะให้ผมกินเหล้าเมาแบบที่เขาทำกันในหนังหรือครับ ว่าแล้วคนพูดก็ยิ้มเองอย่างเห็นเป็นเรื่องตลกไร้สาระ ไม่รู้ว่ะ แต่ท่านายมันไม่เหมือนท่าของคนอื่น ที่พี่เคยเห็นเวลาเขาเลิกกับแฟนเลยว่ะ มันดูเฉยๆ ไม่เดือดไม่ร้อน ไม่รู้สึกรู้สายังไงก็ไม่รู้ว่ะ .บอกไม่ถูกโว้ย ! อิทธิจบการพูดด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ เขาไม่รู้จะพูดอย่างไรจริงๆ เพียงแต่รู้สึกได้ว่า น้องชายกับผู้หญิงอย่างหมอพิมพ์จันทร์เลิกกันไปได้ก็ดีเหมือนกัน เพราะทั้งคู่ดูไม่ใช่คู่ที่จะอยู่ด้วยกันไปได้อย่างตลอดรอดฝั่ง เลิกกันไปตอนนี้ก็ดีแล้ว ดีกว่ามารู้เอาเมื่อแต่งงานจนมีลูก เลิกกันตอนนั้นคงจะลำบากกว่าตอนนี้หลายเท่า และน่าสงสารลูกที่ต้องพลอยมารับเคราะห์ไปด้วย เด็กข้างบ้านนั่นไงเป็นตัวอย่างที่เห็นกันอยู่ชัดๆ อ้าว .ของอย่างนี้มันเป็นความสามารถเฉพาะบุคคลนะครับ ห้ามลอกเลียนแบบ พี่น้องหัวเราะไปด้วยกัน แล้วอิทธิก็พูดต่ออย่างวิเคราะห์โดยละเอียดแล้วว่า พี่ว่านะ ที่ผู้หญิงเขาเลิกกับแก คงเป็นเพราะ .เขารู้ว่า แกไม่ได้รักเขามากกว่าว่ะ ทำไมพี่อิทถึงคิดว่าผมไม่รักเขาล่ะครับ อ้าว ! ก็ท่าแกมันฟ้องชัดๆนี่โว้ย แกไม่แคร์เขาเลย ฉันแค่ฟังแกเล่า ฉันยังรู้เลย แล้วมีหรือผู้หญิงเขาจะไม่รู้ เขาก็เลยไม่อยากจะควงกับแกต่อไปให้เสียเวลาเขาเปล่าๆซิวะ จบเรื่องหมอพิมพ์จันทร์ลงแต่เพียงเท่านี้ สองคนพี่น้องคุยกันในเรื่องอื่นๆต่อไป สัพเพเหระเท่าที่จะนึกได้ จนกระทั่งต่างคนต่างง่วงจึงได้แยกย้ายกันไปนอน
หมออานะสะดุ้งตกใจตื่นขึ้นมาในตอนเช้าวันเสาร์ซึ่งเป็นวันหยุดของเขา เสียงของไข่หวานที่ชายหนุ่มได้ยินคุยกับนกอยู่ทุกเช้าจนชินแล้ว วันนี้มันดังมากผิดปกติจนได้ยินชัดมากกว่าทุกวัน เหมือนมาพูดอยู่ข้างๆหู เพราะว่ากรงนกได้มาแขวนอยู่ที่ใต้ชายคาบ้านของเขาเอง อยู่ต่ำกว่าห้องนอนเขาไปแค่นิดเดียวเท่านั้น ผ่องนวลต้องไปบรรยายพิเศษให้นักศึกษาฟังที่ต่างจังหวัดในสุดสัปดาห์นี้ เมื่อคืนวารีจึงไปรับไข่หวานมานอนค้างที่บ้านด้วย และรับจะดูแลให้จนกว่าย่าของแกจะกลับ เดี๋ยวนี้เด็กหญิงติดคุณยายข้างบ้าน จนไม่มีปัญหาถ้าจะต้องมานอนค้างที่บ้านนี้ ไข่หวานมาคุยกับนกเหมือนที่เคยทำทุกเช้า แต่ว่าวันนี้จุ๊กกรู๊ไม่เหมือนทุกวัน มันกำลังนอนนิ่งๆอยู่ที่พื้นกรง ไม่บินไปบินมา ไม่ส่งเสียงร้อง หรือดูกระจกไซ้ขนแต่งตัวเหมือนทุกที ที่เป็นอย่างนี้เพราะว่ามันกำลังป่วยหนัก มีอาการท้องเสีย อาเจียน และซึมผิดปกติมาตั้งหลายวันแล้ว แต่เด็กขนาดไข่หวานดูไม่รู้ว่ามันป่วย จนกระทั่งมาถึงวันนี้ ที่มันเป็นมากจนนอนซมไม่มีแรง ไม่ขยับตัว และไม่ว่าเด็กหญิงผู้เป็นเจ้าของจะพูดกับมันเสียงดังขึ้นจนเกือบจะเป็นการตะโกนอยู่แล้ว หรือจะใช้นิ้วเขี่ยแรงอย่างไร จุ๊กกรู๊ก็นอนเฉยไม่มีปฏิกริยาโต้ตอบใดๆทั้งสิ้น อาการผิดปกติของนกที่เห็น ทำให้เจ้าของใจเสียและพลอยทำหน้าเสียตามไปด้วย จุ๊กกรู๊ไม่ยอมกินอะไรมาสองสามวันแล้ว แม้แต่เอแคลร์ที่เคยชอบก็ไม่กิน ไข่หวานมักจะชอบมานั่งกินขนมกับจุ๊กกรู๊ในตอนเย็นที่กลับมาจากโรงเรียน เด็กน้อยจะเอาขนมที่ซื้อมาจากโรงเรียนมาแบ่งกันกินกับนก คนกินคำหนึ่ง นกกินคำหนึ่ง แบ่งปันกันไป ไข่หวานทำอย่างนี้มาตั้งแต่เลี้ยงจุ๊กกรู๊ใหม่ๆตอนที่มันยังเป็นลูกนก มันจึงกลายเป็นนกที่กินขนมเป็น โดยเฉพาะเอแคลร์ซึ่งมันจะชอบมากเป็นพิเศษ ไข่หวานรู้ว่าจุ๊กกรู๊ต้องไม่สบายแน่แล้ว เด็กหญิงกลัวว่านกจะตาย เพราะแกเคยไปเยี่ยมคุณยายทวดกับแม่ และเห็นคุณยายทวดไม่สบายก็นอนนิ่งๆเหมือนจุ๊กกรู๊ในตอนนี้ แล้วอีกสองสามวันต่อมา แม่ก็บอกกับแกว่า คุณยายทวดตายแล้ว และพาแกไปเผาศพคุณยายทวดด้วย ไข่หวานจึงกลัวว่าจุ๊กกรู๊จะตายอย่างคุณยายทวด ตามความคิดของเด็กเล็กอย่างไข่หวาน แกรู้ว่าคนไม่สบายต้องไปหาหมอ เพราะฉะนั้นจุ๊กกรู๊ไม่สบายก็น่าจะต้องพาไปหาหมอเหมือนกัน เด็กหญิงจึงคิดจะพานกไปหาหมอ แต่แกไม่รู้ว่าจะต้องพามันไปหาสัตวแพทย์ เด็กหญิงตัวกลมป้อมตัดสินใจเขย่งปลายเท้าขึ้นไปปลดกรงนกลงมา แล้วก็หิ้วกรงนกเดินตัวเอียงเข้าไปในบ้าน เพื่อจะพาจุ๊กกรู๊ไปให้หมออานะรักษา เพราะเขาเป็นหมอคนเดียวที่เด็กหญิงรู้จัก และอยู่ใกล้ที่สุดในตอนนี้
โธ่ ! ผมไม่ใช่สัตวแพทย์นะครับแม่ หมออานะโวยวายลั่นขึ้นมาอย่างเซ็งสุดขีด ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาแต่เช้ายังไม่พอ แม่ยังพาไข่หวานหิ้วกรงนกขึ้นมาขอร้องให้ช่วยดูจุ๊กกรู๊ให้อีก จ้า แม่รู้ แต่ แหม มันก็น่าจะพอช่วยดูๆกันได้บ้างนะ สงสารเด็กมันน่ะลูก พูดไป วารีก็ลูบหัวไข่หวานซึ่งยืนหิ้วกรงนกอยู่ข้างๆไปด้วย เด็กหญิงยืนหน้าเศร้า ทำตาแดงๆเหมือนกำลังจะร้องไห้ หมออานะเหลือบตาดูจุ๊กกรู๊ที่นอนผอม หมดแรง เท้าซีดอยู่ในกรง ถ้าให้เขาตัดสินจากสภาพของมันที่เห็นอยู่ในตอนนี้ ท่าทางมันคงไม่น่าจะรอดไปได้หรอก ผมเป็นหมอรักษาคนนะครับแม่ ลูกชายยังไม่วายบ่นต่อ ทว่าเสียงอ่อนลง ถึงจะตีหน้าเบื่อหน่าย แต่ก็ยอมลุกมาดูจุ๊กกรู๊ใกล้ๆ ถ้าเป็นหมา แมว สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเหมือนกันยังพอว่า ยังพอจะถูๆไถๆเดาๆกันไปได้บ้าง แต่นี่มันเป็นนก ! แล้วจะทำยังไงดีล่ะ แม่ยังตื้อต่อ ไม่ยอมออกไปจากห้องลูกชายง่ายๆ เล็กช่วยหน่อยเถอะน่า นี่ถ้าจุ๊กกรู๊เป็นอะไรไป ไข่หวานต้องแย่แน่ๆเลย นะลูกนะ เล็กช่วยไข่หวานหน่อยเถอะลูก ดูสิน่าสงสารออก ก็พามันไปหาสัตวแพทย์สิครับ ถ้าอย่างนั้นเล็กก็ช่วยพาไปหน่อยสิลูก .นะลูกนะ สงสารเด็กมันหน่อยน่ะ ดูสิ หน้าเศร้าเชียวลูกเอ๊ย น่าสงสาร วารีก้มลงมองหน้าไข่หวานไปด้วยในขณะที่พูดอยู่กับลูกชาย ตอนนี้น้ำตาเม็ดโตๆกำลังไหลออกมาจากตากลมๆของเด็กหญิง กลิ้งลงมาอยู่บนแก้มป่องๆของแก โถ ! แกรักของแกมากเลยนะลูก เล็กก็ได้ยินอยู่ทุกเช้านี่นา เวลาแกคุยกับนกน่ะ น่ารักน่าเอ็นดูจะตายไป พี่อย่างนั้น จุ๊กกรู๊อย่างนี้ โถ นี่ถ้านกตัวนี้มันเป็นอะไรไป ก็เท่ากับแกเสียน้องไปทั้งคนเชียวนะลูก เล็กช่วยเด็กมันหน่อยเถอะน่า นะ ลูกนะ หมออานะเห็นไข่หวานยืนร้องไห้ก็นึกสงสาร และขำท่าทางออดอ้อนวิงวอนของแม่ด้วย เขาพอจะนึกภาพออก ปฏิกิริยามันคงจะเกิดขึ้นตามกันมาเป็นลูกโซ่ ถ้าเกิดเจ้านกตัวนี้เป็นอะไรไป ไข่หวานคงจะต้องเศร้าเสียใจ เพราะรักมันมาก และแน่นอนคุณยายวารีก็จะต้องใจเสีย เกิดอาการวิตกกังวลตามไปด้วยอย่างแน่นอน ถ้าเห็นไข่หวานเกิดเสียใจจนซึมเศร้าเงียบหงอยไป เพราะคุณยายวารีก็รักไข่หวานมากเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น .. ครับ แม่ จึงเป็นเพียงคำตอบเดียว ที่เหลืออยู่ให้หมออานะพูดออกมาได้
ไข่หวานขอตามหมออานะพาจุ๊กกรู๊ไปหาสัตวแพทย์ด้วย แกนั่งประคองกรงนกมาในรถเงียบๆ และตลอดทางสายตาของแกก็จับอยู่แต่ที่จุ๊กกรู๊ จนหมอหนุ่มรู้สึกแปลกๆที่เด็กหญิงเงียบไป เขายิ้มกับตัวเองและสรุปว่า เขาคงชินกับยายไข่หวานพูดมาก มากกว่ายายไข่หวานที่ไม่พูด พอแกไม่พูดเขาถึงได้รู้สึกว่ามันแปลกๆไป
แค่เห็นสีหน้าของสัตวแพทย์เมื่อเห็นจุ๊กกรู๊ หมออานะก็รู้แล้วว่าโอกาสรอดของมันมีอยู่แค่ไหนกัน ผมจะพยายามอย่างที่สุดก็แล้วกัน แต่อย่าหวังมากนะครับ คุณคิดหาวิธีปลอบใจเด็กเผื่อไว้บ้างก็ดีนะครับ สัตวแพทย์พูดกับหมออานะเบาๆแค่พอให้เขาได้ยินเพียงคนเดียว จุ๊กกรู๊อยู่ในความดูแลของสัตวแพทย์เรียบร้อยแล้ว แต่ไข่หวานไม่ยอมทิ้งนกให้อยู่ที่คลินิก เด็กหญิงจะเอามันกลับบ้านด้วย ผู้ใหญ่เริ่มตีหน้ายุ่งยากใจ แต่สัตวแพทย์เข้าใจเด็กและรู้วิธีจัดการกับเด็กได้ดีกว่าหมออานะ เขาสามารถเจรจาหลอกล่อจนไข่หวานยอมปล่อยให้จุ๊กกรู๊อยู่ที่คลินิกได้ในที่สุด เด็กหญิงนั่งซึมคอตกเป็นไก่หงอยมาตลอดทางกลับบ้าน จนหมออานะเห็นแล้วก็อดรู้สึกสงสารไม่ได้ เมื่อผ่านร้านไอศกรีมหน้าปากทางเข้าหมู่บ้าน เขาจึงชวนแกลงไปกินไอศกรีม แต่เด็กน้อยสั่นหัวช้าๆปฏิเสธว่าไม่อยากกิน ตลอดวันนั้นทั้งวัน ไข่หวานแทบจะไม่พูด ไม่ยิ้ม ไม่เล่นเลย บ้านจึงเงียบสนิทจนผู้ใหญ่เองก็พลอยรู้สึกเหงาๆตามไปด้วย โดยเฉพาะวารีที่แทบจะพลอยนั่งกอดเข่าเจ่าจุกตามไปด้วยเลยทีเดียว รุ่งขึ้นวันอาทิตย์ เมื่อออกเวรตอนบ่ายแล้ว เพื่อนๆที่ทำงานชวนหมออานะไปหาอะไรกินกันก่อนกลับบ้าน แต่เขารีบปฏิเสธ โดยบอกว่ามีธุระสำคัญจะต้องรีบไปจัดการให้เรียบร้อย ชายหนุ่มไม่ได้กลับบ้าน เขาขับรถตรงดิ่งมาที่ตลาดนัดสัตว์เลี้ยงสวนจตุจักร ผมกำลังมองหานกอยู่ครับ หมออานะบอกคนขาย เมื่อเขาออกมาต้อนรับที่หน้าร้าน คุณมีนกหงส์หยกสีเหมือนตัวนี้ไหมครับ ชายหนุ่มเปิดถุงที่ถืออยู่ในมือ แล้วหยิบห่อผ้าออกมาเปิดให้คนขายดู อ๋อ คุณจะซื้อไปแทนตัวที่ตายไปนี่ใช่ไหมครับ เชิญไปดูด้วยกันข้างหลังดีกว่าครับ คนขายซึ่งเป็นเจ้าของร้านด้วย ไม่แสดงอาการตกอกตกใจเลยที่เห็นซากนก คงเคยมีคนทำอย่างนี้ให้เห็นมาก่อน เขาพาลูกค้าเดินหายเข้าไปหลังร้านซึ่งเป็นส่วนของนกโดยเฉพาะ มีกรงนกหลายชนิดแขวนอยู่เรียงราย ส่งเสียงร้องที่ฟังเพราะบ้าง หนวกหูบ้างตามแต่ชนิดของมัน ตัวนี้พอจะใช้ได้ไหมครับ เจ้าของร้านชี้ให้หมออานะดูนกหงส์หยกตัวหนึ่ง ที่มองเพียงแค่แวบเดียวเขาก็บอกได้ว่า มันไม่เหมือนจุ๊กกรู๊ ตัวนี้สีใกล้เคียงกับตัวที่ตายที่สุดแล้วนะครับ สีอย่างนั้น ตอนนี้เขาไม่นิยมกันแล้วครับ มันหายาก หรือแทบจะหาไม่ได้แล้วด้วยซ้ำไป แต่ผมว่าลูกคุณคงไม่ทันสังเกตเห็นความแตกต่างหรอกครับ หมออานะขี้เกียจจะอธิบายให้คนขายฟังว่า เขาไม่ได้ซื้อไปให้ลูก แต่เด็กเห็นอยู่ทุกวัน ใกล้ชิดกันมาก แกอาจจะรู้ก็ได้นะครับ ว่ามันไม่ใช่ตัวเดิม ชายหนุ่มยังลังเลใจที่จะซื้อนกตัวที่คนขายเสนอ กลัวว่าไข่หวานจะรู้ว่ามันไม่ใช่จุ๊กกรู๊ และที่เขาห่วงไปกว่านั้นคือกลัวแกจะรู้ว่าจุ๊กกรู๊ตายแล้ว ลูกคุณกี่ขวบแล้วครับ คนขายถาม ราวๆน่าจะสักหกเจ็ดขวบนะครับ คนขายมองหน้าลูกค้าหนุ่มนิดหนึ่ง เขารู้สึกแปลกใจที่ได้ยินชายหนุ่มพูดเหมือนไม่แน่ใจอายุลูกตัวเอง แต่ก็ไม่สนใจเพราะอยากขายของมากกว่า จึงพูดต่อไปว่า ผมว่า เด็กเล็กขนาดนั้น แกยังแยกแยะความแตกต่างไม่ค่อยเก่งหรอกครับ เอ่อ แล้วลูกคุณเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายครับ ผู้หญิงครับ แกเป็นเด็กผู้หญิง เอาอย่างนี้สิครับ ถ้าลูกสาวคุณแกดูออกว่าสีมันไม่เหมือนเดิม คุณก็บอกแกไปสิครับว่านกมันอยากสวย มันเลยไปเปลี่ยนเสื้อตัวใหม่ ทำผมใหม่ให้สีสวยกว่าเดิม เท่านี้ก็สิ้นเรื่องครับ คุณเชื่อผมเถอะ ผมก็มีลูกสาว ตอนแกเป็นเด็กเล็กๆอายุขนาดลูกสาวคุณน่ะ ผมใช้มุขหลอกลูกสาวเป็นประจำแหละครับเวลาแกงอแง มุขนี้ก็น่าจะใช้ได้กับเด็กเล็กๆขนาดลูกสาวคุณนะผมว่า เลี้ยงลูกมันต้องใช้เทคนิคกันบ้างล่ะครับ เจ้าของร้านสอนวิธีหลอกเด็กให้ลูกค้าเสร็จสรรพ และพยายามเกลี่ยกล่อมหว่านล้อมให้ยอมซื้อสินค้าของเขา ซึ่งหมออานะเองก็ชักจะคล้อยตามคนขายเข้าไปทุกทีแล้ว เพราะเขาเที่ยวเดินหานกหงส์หยกสีเขียวหัวเหลืองเหมือนจุ๊กกรู๊มาครึ่งค่อนวัน ถามมาเกือบจะทั่วทุกร้านในจตุจักรแล้ว ไม่ว่าร้านเล็กร้านใหญ่ก็ไล่ดูมาจนหมดแล้ว แต่ก็ยังหาตัวที่มีลักษณะเหมือนกับจุ๊กกรู๊เป๊ะๆไม่ได้สักที จนชักจะเหนื่อยและเบื่อ ตอนนี้เขาจึงชักจะคิดคล้อยตามที่คนขายว่าได้โดยง่ายดาย หมออานะโล่งอกที่ไข่หวานไม่ได้แย้งเรื่องสีของนก แต่แล้วอีกสองสามวันต่อมาเด็กหญิงก็กลับมีปัญหากับพฤติกรรมของนกที่ไม่เหมือนเดิม ทำไมจุ๊กกรู๊ไม่กินเอแคลร์ ไข่หวานตั้งข้อสังเกตที่ทำให้หมออานะเริ่มเวียนหัว ทุกทีไข่หวานให้จุ๊กกรู๊กินเอแคลร์ จุ๊กกรู๊ต้องทำท่าดีใจแบบนี้ทุกทีเลยค่ะ เด็กหญิงทำท่าตีปีกขึ้นๆลงๆให้ชายหนุ่มดู แล้วจุ๊กกรู๊ก็จะบอกไข่หวานว่า พี่ไข่หวานขอบคุณค่าๆ เด็กหญิงตัวกลมว่าไปตามจินตนาการของแก หมออานะเริ่มกุมหัว และกำลังนึกว่า...นกบ้าอะไรถึงได้ชอบกินเอแคลร์ เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมมันถึงได้ตายเร็ว เป็นเพราะไข่หวานชอบให้มันกินอะไรที่นกไม่น่าจะกินนี่เอง มันถึงได้ท้องเสียจนตายเอา หมอว่าจุ๊กกรู๊มันอาจจะเบื่อเอแคลร์แล้วก็ได้นะ หมอหนุ่มคิดหาสมมุติฐานมาแจงให้เด็กหญิงฟัง เอ้า ! ถ้าสมมุตินะ สมมุติว่าย่านวลให้ไข่หวานกินข้าวกับไข่เจียวทุกวันๆเลยนะ ไข่หวานจะชอบไหมล่ะ ไข่หวานก็เบื่อสิ ใช่ไหมล่ะ จุ๊กกรู๊มันก็เบื่อกินเอแคลร์แล้ว มันคงอยากกินอย่างอื่นมากกว่า หมอว่านะ ไข่หวานลองไปขอผักย่านวลมาให้มันกินสิ มันอาจจะอยากกินผักบุ้ง ผักกาดขาวบ้างก็ได้นะ เขาพยายามใจเย็นอธิบายด้วยการชักแม่น้ำทั้งห้า และชักจูงเจ้าของนกให้ๆอาหารเสริมอย่างที่มันควรจะกินตามประสานก ตามที่เขาอุตส่าห์เสียเวลาไปค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับนกหงส์หยกมา ไข่หวานนิ่งเงียบไปพักหนึ่งเหมือนกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก หน้าเล็กๆเคร่งขึ้น คิ้วขมวดน้อยๆ แล้วแกก็สั่นหัว ไข่หวานไม่ชอบกินข้าวกับไข่เจียวทุกวันหรอกค่ะ นั่นสิคะ เห็นมั้ย ผู้ใหญ่รีบเห็นด้วยทันที นึกดีใจที่เด็กคล้อยตาม ทีไข่หวานยังเบื่อไม่อยากกินข้าวกับไข่เจียวทุกวัน จุ๊กกรู๊ก็เบื่อไม่อยากกินเอแคลร์ทุกวันเหมือนกันแหละ เป็นอันว่าปัญหาเรื่องนกจบลงด้วยดีในที่สุด และเสียงไข่หวานคุยกับนกก็กลับมาให้หมออานะได้ยินเป็นปกติเหมือนเดิมทุกเช้าแล้ว แม้จะหนวกหูอยู่บ้าง แต่เขาก็รู้สึกดีที่เห็นเด็กข้างบ้านคนนี้กลับมาเป็นเหมือนเดิม ทั้งนี้เป็นเพราะความผูกพันลึกซึ้งมันได้เกิดขึ้นมาแล้วโดยที่ตัวคนถูกผูกเองไม่ทันรู้สึกตัวเลยด้วยซ้ำ ทางอเมริกาตอบกลับมาว่าหมออานะได้ทุนไปเรียนและฝึกงานตามที่ทำเรื่องขอไป ข่าวนี้ถือว่าเป็นทั้งข่าวดีและข่าวร้ายสำหรับวารี ใจหนึ่งแม่ก็ยินดีไปกับความก้าวหน้าของลูกชาย แต่ก็รู้สึกใจหายที่ลูกจะต้องจากไปไกลตั้งหลายปี คนแรกที่ได้รับรู้ข่าวทั้งดีและร้ายนี้จากวารีคือเพื่อนบ้าน วารีกำลังนั่งคุยอยู่ในห้องนั่งเล่นที่บ้านของผ่องนวล . ถ้าเล็กไปอเมริกาแล้ว พี่คงต้องไปอยู่กับอร ลูกๆเขาคงไม่ยอมให้พี่อยู่ที่นี่คนเดียวหรอกจ้ะ ตั้งแต่พ่อเขาเสียไปแล้ว ลูกๆก็ไม่ยอมให้พี่อยู่ตามลำพังอีกเลย เขาเป็นห่วงว่าพี่แก่แล้ว ฉวยปุบปับเป็นอะไรไปจะไม่มีใครรู้ พี่ก็เคยนึกอุ่นใจว่ามีลูกชายเป็นหมอคอยอยู่ใกล้ๆให้ช่วยดูแล แต่ดูสิ จู่ๆก็จะไปอยู่ไกลตั้งอเมริกา เฮ่อ ! มันก็หนทางก้าวหน้าของเขาล่ะนะ เราเป็นแม่ก็ต้องคอยสนับสนุนเขา นี่พี่ก็พยายามจะทำให้เขาสบายใจ ไปร่ำไปเรียน จะได้ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง วารีพูดถึงลูกชายโดยแสดงความชื่นชมและตื่นเต้นกับข่าวดีในตอนต้น แต่แล้วเสียงก็ค่อยๆเปลี่ยนไปทีละน้อย จนฟังดูติดจะออกเศร้าๆในตอนท้ายเมื่อพูดถึงว่าจะต้องจากกัน แล้วบ้านนี้ล่ะคะ ผ่องนวลถาม รู้สึกใจหายที่จะต้องเสียเพื่อนบ้านที่แสนดีไป เล็กเขาว่าจะปล่อยให้คนเช่า พอเขากลับมาแล้วก็คงจะมาอยู่ต่อมั้ง เห็นเขาพูดให้พี่ฟังอย่างนี้นะ เขาก็คงจะเสียดายอยู่เหมือนกันแหละ อุตส่าห์ตกแต่งอย่างดี หวังว่าจะอยู่นาน พี่วารีจะกลับมาอยู่กับคุณหมอที่นี่อีกใช่ไหมคะ ตอนที่คุณหมอแกกลับมาแล้วน่ะค่ะ ผ่องนวลถามด้วยเสียงสดใสกว่าเดิม สีหน้าดูมีความหวังมากขึ้น จ้ะ ถ้าเล็กกลับมา พี่ก็จะมาอยู่กับลูกที่นี่อีก ทั้งคู่นั่งจิบน้ำชายามบ่ายแกล้มของว่างกันไปเงียบๆ โดยที่ต่างฝ่ายต่างก็กำลังอยู่กับความคิดของตัว ดูจากท่ากินก็พอจะบอกได้ว่าของว่างที่กำลังกินกันอยู่ไม่ค่อยจะมีรสชาตินักในอารมณ์นี้ สักพักผ่องนวลก็เป็นฝ่ายพูดขึ้นมาเบาๆว่า นี่ถ้าไข่หวานรู้เข้า แกคงจะเสียใจมากเลยนะคะ แกรักคุณยายวารีของแกม้ากมาก เดี๋ยวนี้แกติดพี่วารีมากเลยนะคะ แกติดพี่มากกว่านวลเสียอีก นั่นสิ พี่ก็ยังไม่รู้จะบอกไข่หวานยังไงดี เพียงแค่พูดถึง คนพูดก็ใจหาย ขอบตาเริ่มจะร้อนผ่าวๆเสียแล้ว นี่เป็นเพียงแค่คิดว่าจะต้องจากกันเท่านั้นเอง น้ำตาของวารีก็พาลจะไหลอยู่แล้ว เพราะไม่ใช่ไข่หวานที่เป็นฝ่ายติดคุณยายวารีฝ่ายเดียวหรอก หญิงชรายอมรับอย่างไม่อายว่า ตัวเองก็ติดเด็กคนนี้มากด้วยเหมือนกัน สำหรับวารี ไข่หวานไม่ใช่แค่เด็กข้างบ้าน แต่เป็นหลานที่ตนกล้าพูดได้เต็มปากว่ารักเกือบจะพอๆกับไม้และเมที่เป็นหลานในไส้เลยทีเดียว หน้าที่การบอกกล่าวเรื่องซึ่งถือว่าเป็นข่าวร้ายสำหรับไข่หวาน จึงต้องตกไปเป็นของย่านวลผู้ซึ่งเข้มแข็งกว่าคุณยายวารี แต่ถึงแม้ว่าจะเข้มแข็งกว่าวารี ผ่องนวลก็ยังต้องเตรียมใจเมื่อจะพูดกับหลานสาว ย่าต้องขบคิดหาวิธีพูดให้แกเสียใจน้อยที่สุด ทั้งยังจะต้องเตรียมตัวรับมือและปลอบใจให้ดีด้วย คิดแล้วผ่องนวลก็อดสลดใจไปกับไข่หวานไม่ได้ ที่ทำไมนะ โชคชะตาถึงได้ชอบเล่นตลกกับเด็กเล็กๆคนนี้เสียจริง ทำไมแกจะต้องมาพบกับการพลัดพรากจากเป็นกับคนที่แกรักซ้ำๆกันหลายครั้งหลายหนเสียเหลือเกิน เริ่มตั้งแต่พ่อแม่ผู้ให้กำเนิดแท้ๆ ที่ห่างหายไปทุ่มเทกายใจให้กับครอบครัวใหม่ของตัว จนป่านนี้ก็จวนจะเหมือนเป็นการตายจากกันไปแล้ว มาถึงคุณยายวารีที่แกแสนรักอีก ในที่สุด ก็มาถึงวันที่ไข่หวานจะต้องรับรู้กับความพลัดพรากจากคนที่รักอีกครั้งเข้าจนได้ เด็กหญิงเศร้าเสียใจ ที่ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปจะไม่ได้พบคุณยายวารีทุกวันอย่างเคยอีก สมองน้อยๆของแกยังไม่เข้าใจกับคำอธิบายและเหตุผลที่ผู้ใหญ่ยกขึ้นมาพูดให้ฟัง เด็กน้อยรู้แต่ว่าแกรักคุณยายข้างบ้าน และการได้พบกันทุกวันเป็นความสุข เมื่อจะไม่ได้พบกับอีกก็คือความเศร้าใจ ย่านวลผู้ผ่านโลกมาจนเห็นสุขโศกเป็นของธรรมดาโลกซึ่งเลี่ยงไม่พ้นแล้ว จึงต้องคอยสอนให้หลานสาวตัวน้อยเรียนรู้ไว้ด้วยเช่นกัน เพื่อที่จะผ่านพ้นมันไปให้ได้โดยเกิดแรงกระเพื่อมขึ้นมากระทบชีวิตให้น้อยที่สุด หรือกระทบก็ไม่ปล่อยให้กระเทือนจนชีวิตเสียศูนย์
วันคืนที่ล่วงผ่านพ้นไปตามแรงหมุนของโลก ไม่เคยหยุดนิ่งคอยอะไรหรือคอยใคร และในช่วงเวลาที่ผ่านพ้นไปนั้น นอกจากจะพาย่านวลบุคคลสำคัญในชีวิตของไข่หวานให้ล้มหายตายจากไปตามกรรมตามวาระแล้ว ยังทำให้เกิดเหตุการณ์นำพาจุดเปลี่ยนหักเหมาสู่ชีวิตน้อยๆของเด็กหญิงอีกด้วย กาลเวลาเปลี่ยนแปลงไข่หวานให้กลายสภาพจากเด็กหญิงร่าเริงช่างพูด เติบโตไปเป็นเด็กสาววัยรุ่นที่ต้องใช้ความเข้มแข็งที่ได้รับการสั่งสอนบ่มเพาะนานปีมาจากย่า จนเกิดความแกร่งสะสมขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว และไข่หวานก็ได้ใช้ประโยชน์จากมันในการฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆให้ผ่านพ้นไปได้ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต กระทั่งอยู่รอดปลอดภัยมาจนเป็นนางสาวทีปนี ในวัยผู้ใหญ่ที่ต้องรับผิดชอบกับตัวเองเต็มที่ และสามารถยืนหยัดตามลำพังอยู่บนขาทั้งสองข้างของตนเองอย่างสง่างามเช่นทุกวันนี้ |